
ทช.เปิดหน้าดินใหม่ ตัดถนนเชื่อมกัลปพฤกษ์-พุทธสาคร
กรมทางหลวงชนบทเร่งศึกษาโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายถนนกัลปพฤกษ์-ถนนพุทธสาคร งบลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท เปิดรับฟังความเห็นประชาชนชาวบางบอน 1-5 วันที่ 22 เม.ย. นี้
นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าปัจจุบันการจราจรบนนถนนเพชรเกษมและถนนเอกชัยมีความหนาแน่นอย่างมากเพื่อลดปัญหาดังกล่าว ทช.จะเร่งดำเนินโครงการส่วนต่อขยายถนนกัลปพฤกษ์-ถนนพุทธสาคร เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการใช้เส้นทาง โดยเส้นทางถนนแนวตัดใหม่นี้จะเกิดการเชื่อมโยงพื้นที่ช่วงถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดของถนนกัลปพฤกษ์สามารถตัดผ่านพื้นที่ช่วงถนนบางบอน 1-5 ไปเชื่อมกับถนนพุทธสาคร ทั้งนี้ จะจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนในวันที่ 22 เมษายนนี้ โดยจะจัดรับฟังความเห็นให้ครบ 3 ครั้งก่อนนำข้อสรุปเสนอกรมทางหลวงชนบทพิจารณาเร่งผลักดันต่อไป
"จัดเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่อยู่ระหว่างการสำรวจออกแบบเตรียมความพร้อมนำเสนอรัฐบาลอนุมัติให้ดำเนินการในอนาคตภายหลังการสรุปความเห็นประชาชนเรียบร้อยแล้ว จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะดำเนินการได้ในปีไหน"
ด้านแหล่งข่าวจากบริษัทเอพซิลอน จำกัด ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาการสำรวจออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการในครั้งนี้กล่าวว่า รูปแบบถนนดังกล่าวจะเป็นแนวถนนตัดใหม่ ขนาด 4-6 เลน เริ่มต้นจากจุดสิ้นสุดของถนนกัลปพฤกษ์ในปัจจุบันช่วงถนนกาญจนาภิเษกตัดผ่านพื้นที่ถนนบางบอน1-5 ไปสิ้นสุดที่ถนนพุทธสาคร รวมระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร
"คาดว่าจะมีการเวนคืนบ้านเรือนประชาชนและสิ่งปลูกสร้างอื่นตลอดจนที่ดินไม่น้อยกว่า 500 แปลงแต่จะให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด สิ่งสำคัญจะเกิดมูลค่าเพิ่มหลายด้านตามมาในภายหลัง โดยแนวเส้นทางจะอยู่ช่วงกึ่งกลางถนนเพชรเกษมกับถนนเอกชัยที่ปัจจุบันสภาพการจราจรหนาแน่นอย่างมาก โดยจุดช่วงต้น ช่วงปลายและช่วงจุดตัดถนนบางบอน 1-5 จะมีการก่อสร้างให้รถสามารถเข้าสู่เส้นทางนี้ได้อย่างสะดวกไม่เกิดปัญหาจราจรเบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบลงทุนไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท"
"คงจะใช้ระยะเวลาอีกราว 1 ปีสำหรับการลงพื้นที่สำรวจหลังจากนั้นจึงจะนำเสนอผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ให้สำนักงานแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) ผ่านคณะผู้ชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(คชก.) พิจารณาซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี พร้อมกับรวบรวมเสนอของบประมาณดำเนินการเวนคืนและการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนรวมระยะเวลาทั้งสิ้นคาดว่าไม่น้อย 2-3 ปี แต่เนื่องจากเป็นการวางแผนรองรับเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรจึงต้องเร่งวางแผนไว้ตั้งแต่วันนี้"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,253 วันที่ 16 - 19 เมษายน พ.ศ. 2560
นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าปัจจุบันการจราจรบนนถนนเพชรเกษมและถนนเอกชัยมีความหนาแน่นอย่างมากเพื่อลดปัญหาดังกล่าว ทช.จะเร่งดำเนินโครงการส่วนต่อขยายถนนกัลปพฤกษ์-ถนนพุทธสาคร เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการใช้เส้นทาง โดยเส้นทางถนนแนวตัดใหม่นี้จะเกิดการเชื่อมโยงพื้นที่ช่วงถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดของถนนกัลปพฤกษ์สามารถตัดผ่านพื้นที่ช่วงถนนบางบอน 1-5 ไปเชื่อมกับถนนพุทธสาคร ทั้งนี้ จะจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนในวันที่ 22 เมษายนนี้ โดยจะจัดรับฟังความเห็นให้ครบ 3 ครั้งก่อนนำข้อสรุปเสนอกรมทางหลวงชนบทพิจารณาเร่งผลักดันต่อไป
"จัดเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่อยู่ระหว่างการสำรวจออกแบบเตรียมความพร้อมนำเสนอรัฐบาลอนุมัติให้ดำเนินการในอนาคตภายหลังการสรุปความเห็นประชาชนเรียบร้อยแล้ว จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะดำเนินการได้ในปีไหน"
ด้านแหล่งข่าวจากบริษัทเอพซิลอน จำกัด ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาการสำรวจออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการในครั้งนี้กล่าวว่า รูปแบบถนนดังกล่าวจะเป็นแนวถนนตัดใหม่ ขนาด 4-6 เลน เริ่มต้นจากจุดสิ้นสุดของถนนกัลปพฤกษ์ในปัจจุบันช่วงถนนกาญจนาภิเษกตัดผ่านพื้นที่ถนนบางบอน1-5 ไปสิ้นสุดที่ถนนพุทธสาคร รวมระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร
"คาดว่าจะมีการเวนคืนบ้านเรือนประชาชนและสิ่งปลูกสร้างอื่นตลอดจนที่ดินไม่น้อยกว่า 500 แปลงแต่จะให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด สิ่งสำคัญจะเกิดมูลค่าเพิ่มหลายด้านตามมาในภายหลัง โดยแนวเส้นทางจะอยู่ช่วงกึ่งกลางถนนเพชรเกษมกับถนนเอกชัยที่ปัจจุบันสภาพการจราจรหนาแน่นอย่างมาก โดยจุดช่วงต้น ช่วงปลายและช่วงจุดตัดถนนบางบอน 1-5 จะมีการก่อสร้างให้รถสามารถเข้าสู่เส้นทางนี้ได้อย่างสะดวกไม่เกิดปัญหาจราจรเบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบลงทุนไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท"
"คงจะใช้ระยะเวลาอีกราว 1 ปีสำหรับการลงพื้นที่สำรวจหลังจากนั้นจึงจะนำเสนอผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ให้สำนักงานแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) ผ่านคณะผู้ชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(คชก.) พิจารณาซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี พร้อมกับรวบรวมเสนอของบประมาณดำเนินการเวนคืนและการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนรวมระยะเวลาทั้งสิ้นคาดว่าไม่น้อย 2-3 ปี แต่เนื่องจากเป็นการวางแผนรองรับเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรจึงต้องเร่งวางแผนไว้ตั้งแต่วันนี้"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,253 วันที่ 16 - 19 เมษายน พ.ศ. 2560






