thansettakij
thansettakij
เบสท์รินยอมกรมศุลฯสอบเมล์ฉาว แจง7ปมครหาเลี่ยงภาษีนำเข้ารถเมล์ขสมก.

เบสท์รินยอมกรมศุลฯสอบเมล์ฉาว แจง7ปมครหาเลี่ยงภาษีนำเข้ารถเมล์ขสมก.

12 ธ.ค. 59 | 03:00 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ธ.ค. 59 | 09:31 น.
ประธานกลุ่มเบสท์รินแจง 7 ข้อ ปมครหากรณีเลี่ยงภาษีจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี ขสมก. 489 คัน ยันพร้อมให้ความร่วมมือกรมศุลกากรในการปฏิบัติตามกฎหมายและตรวจสอบรายละเอียด ย้ำจัดซื้อกับโรงงานในมาเลเซีย

นายเคอ นัว หลิน หรือนายคณิสสร์ ศรีวชิรประภา ประธานบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด แถลงความชัดเจนต่อกรณีที่โดนครหาเลี่ยงภาษีโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คันขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่า เหตุกรณีล่าช้าในการตรวจรับมอบรถเมล์ในครั้งนี้ได้เตรียมข้อมูลชี้แจงเพื่อแถลงจุดยืนของบริษัทจำนวน 7 ข้อดังนี้คือ 1.ในฐานะที่เป็นผู้จัดหารถชุดนี้กับขสมก.มีหน้าที่ในนำเอกสารที่ผู้ส่งออกจัดเตรียมมาให้กับกรมศุลกากรต่อไปเพื่อประกอบการสำแดงสินค้าตามระเบียบปฏิบัติ โดยไม่ได้เป็นผู้จัดทำเอกสารเอง หน่วยงานที่ออกเอกสารฟอร์มดี (Form D) ที่แสดงรายการสินค้าคือกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศของมาเลเซีย 2.ยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามข้อกฏหมายทุกประการ พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับกรมศุลกากร

3.บริษัทผูกพันสัญญากับบริษัทผู้ผลิตที่ประเทศมาเลเซีย ซื้อของจากมาเลเซีย จ่ายเงินให้มาเลเซีย โดยจะดูว่าสินค้าทั้งหมดนั้นตรงตามที่ระบุไว้ในสเปคหรือไม่เท่านั้น และเอกสารที่มาเลเซียนำส่งให้บริษัทมานั้นเป็นเอกสารจริงหรือไม่เพื่อนำไปเรียกร้องสิทธิ์ด้านลดหย่อนภาษีด้านการค้าเสรีอาเซียน 4.โรงงานผู้ผลิตยืนยันว่าเอกสาร Form D เป็นของจริงและเคยใช้เอกสารรูปแบบเดียวกันดำเนินการมาโดยตลอดกับการจัดซื้อรถล็อตต่างๆ ที่ผ่านมา 5.มั่นใจในเอกสารราชการของมาเลเซีย 6.รัฐบาลมาเลเซียที่ออกเอกสาร Form D ล้วนยืนยันชัดเจนว่ามีความโปร่งใส ซึ่งกรมศุลกากรของไทยได้ทำหนังสือไปสอบถามข้อเท็จจริงกับมาเลเซียแล้ว ขณะนี้จึงรอการตอบรับข้อมูลจากทางมาเลเซียเท่านั้น และ 7.อยากให้เร่งรัดเพื่อยุติเรื่องนี้โดยเร็วเพราะไม่อยากให้เกิดความล่าช้าอีกต่อไป

ส่วนกรณีกรมศุลกากรไทย ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการสำแดงภาษีการนำเข้ารถเมล์ NGV นั้น ต้องรอให้กรมศุลกากรไทยประสานไปยังกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศของประเทศมาเลเซีย เพื่อตรวจสอบเอกสารใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (ฟอร์มดี) ที่บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด ซึ่งเบสท์รินฯ ได้ว่าจ้างให้เป็นผู้นำเข้ารถเมล์ NGV นำมาแสดงนั้นเป็นเอกสารจริงหรือไม่ หากเป็นเอกสารจริง ก็สามารถนำรถออกจากท่าเรือได้ แต่หากกรมศุลกากรไทยต้องเรียกเก็บภาษีจากบริษัทเพิ่มเติม 40% ประมาณ 586 ล้านบาท ก็พร้อมจ่ายภาษีตามกฎหมาย แต่บริษัท จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการต้องเสียภาษีเพิ่มเติมจากบริษัท อาร์ แอนด์ เอ คอมเมอเชียล วีฮีเคิลส์ เอสดีเอ็น บีเอชดี ซึ่งเป็นโรงงานผลิตและประกอบรถเมล์ในประเทศมาเลเซียต่อไป

“เอกสารทางราชการของมาเลเซีย ผมมั่นใจความโปร่งใสของมาเลเซีย เพราะว่าเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องการผลิตรถยนต์ในกลุ่ม AEC ขณะนี้บริษัท ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ เพียงแค่รอการยืนยันความถูกต้องจากมาเลเซียเท่านั้น ดังนั้นถ้าตรวจสอบแล้วมีความผิดจริง ก็สามารถอายัดเงินจำนวน 3,389 ล้านบาทจากกระทรวงการคลังได้ทันที ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานไปยัง ขสมก.ว่าหากจำเป็นต้องวางเงินประกันเพื่อนำรถเมล์ออกมาจากท่าเรือจะต้องวางเงินประกันรถเมล์ทั้งหมดกี่คัน เบื้องต้นน่าจะต้องจ่ายเงินประกันนำรถออกมาก่อนคันละ 4.8 ล้านบาทล่าสุดรถเมล์ล็อตที่ 2 อีก 145 คันก็เดินทางมาถึงท่าเรือแหลมฉบังแล้วเช่นกัน”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,217 วันที่ 11 - 14 ธันวาคม 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • property