
ลูกบ้านทาวน์พลัสแฉบริษัทไม่ซ่อมสาธารณูปโภค
ลูกบ้านทาวน์พลัส เทพารักษ์ ระทม พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทลูกของแสนสิริ ไม่ทำตามสัญญาก่อนโอนหมู่บ้าน ทิ้งงานซ่อมแซมสาธารณูปโภค 300 รายการนานกว่า 2 ปี
นายภีมะ สาธร รองประธานคณะกรรมการนิติบุคคลตัวแทนลูกบ้านหมู่บ้านทาวน์พลัส เทพารักษ์ เข้าร้องเรียนกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงปัญหาที่ลูกบ้านกว่า 200 หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อน จากการที่บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บริษัทในเครือ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ว่า บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ฯ ไม่ดำเนินการตามสัญญาที่เคยให้ไว้ก่อนการรับโอนสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะเมื่อปี 2557
โดยในสัญญาซึ่งมี นายพุฒิศักดิ์ ซื่อเจริญรัตน์ เป็นผู้รับมอบอำนาจกระทำการแทนบริษัทรับทราบนั้นระบุว่า บริษัทยินดีที่จะดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมสาธารณูปโภคจำนวน 403 รายการ ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยและสามารถใช้งานได้ตามปกติภายใน 120 วัน นับตั้งแต่ที่ได้ตกลงรายละเอียดแผนการทำงาน พร้อมกับรับประกันงานซ่อมแซมเป็นระยะเวลา 90 วัน
ทั้งนี้ นับตั้งแต่รับโอนสาธารณูปโภคมาแล้วมีการเข้ามาซ่อมแซมเพียงบางจุด ซึ่งไม่ใช่งานเร่งด่วน เช่น ทาสีป้ายโครงการที่หลุดร่อน เปลี่ยนลวดสปริงเครื่องออกกำลังกาย แก้ไขงานรอยร้าวพร้อมเก็บสีใหม่บริเวณผนังสโมสร เป็นต้น แต่ยังเหลือที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขซ่อมแซมอีกกว่า 300 รายการ อาทิ พื้นกระเบื้องสระว่ายน้ำหลุดร่อน ซึ่งเมื่อทางนิติทวงถามผู้รับรับชอบทางพลัสกลับบ่ายเบี่ยงและมีความล่าช้าในการดำเนินการ ทำให้ลูกบ้านได้รับความเดือดร้อน
นอกจากนี้ จากการสำรวจยังพบว่ามีการก่อสร้างผิดแบบที่ขออนุญาตจัดสรร (จ.ส.2) ถึง 15 รายการ อาทิ ความสูงของรั้วโดยรอบโครงการต้องสูง 2 เมตร แต่รั้วจริงที่วัดได้มีความสูงกว่าแบบที่ 40-50 เซนติเมตร ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้รั้วความยาวกว่า 100 เมตรเกิดการล้มเอน เนื่องจากไม่สามารถรับน้ำหนักได้ไหว แม้ว่าจะเคยซ่อมมาแล้วครั้งหนึ่งก็ยังล้มลงมาอีก ภายในระยะเวลาแค่ 1-2 เดือนเท่านั้น ขณะที่รั้วเขื่อนกั้นดินบริเวณสะพานก็ยังไม่มีเสายึดรั้ง ประกอบกับขนาดเสาคอนกรีตเสริมเหล็กตรงแนวสันเขื่อนก็ไม่ได้ตามขนาดที่ยื่นขอจัดสรรไว้ที่ 50 เซนติเมตร แต่ขนาดจริงอยู่ที่ 20 เซนติเมตร เหล็กคานคอดินเขื่อนต้องมีขนาด 60 เซนติเมตร แต่วัดได้จริงแค่ 37 เซนติเมตรเท่านั้น ส่งผลให้ในปัจจุบันรั้วเขื่อนกั้นดินดังกล่าวเกิดการแยกตัวออกจากกัน
อีกทั้งรางวีที่ใช้เพื่อระบายน้ำนั้น ก็ถูกวางในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมคือต้องอยู่ที่ระดับ 9 เมตร แต่ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 9.5 เมตร ทำให้การระบายน้ำไม่ดี เวลาฝนตกจึงเกิดน้ำท่วมขังบริเวณพื้นผิวถนน ประกอบกับขนาดเหล็กที่นำมาใช้ในการทำถนนต่ำกว่าแบบที่ยื่นขออนุญาตจัดสรรเหลือเพียงแค่ 4 มิลลิเมตร จากเดิมที่ขออนุญาตจัดสรรที่ขนาด 9 มิลลิเมตร ส่งผลให้พื้นผิวถนนแตกร้าวเกิดการทรุดตัวชำรุดเสียหาย เวลาฝนตกก็เกิดแอ่งน้ำขัง
“ทางนิติบุคคลได้มีการสอบถามและเชิญเข้าประชุมกับทางนิติบุคคลหมู่บ้านไปยังบริษัทพลัส พร็อพเพอร์ตี้ หลายครั้ง แต่ก็ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือเท่าไหร่นัก มาประชุมบ้างไม่มาบ้าง สอบความความเรื่องการซ่อมแซมก็ล่าช้า เคยขอให้ทางทีมพลัสหาวิศวกรมาเซ็นต์รับรองงานก่อสร้างก็ไม่ได้รับการตอบรับ บางทีเข้ามาซ่อมแซมก็ไม่ได้แจ้งให้ทางนิติรับทราบก่อน ทำให้ไม่สามารถแจ้งลูกบ้านให้เตรียมพร้อมได้ ไม่มีการทำงานตามแผนงานที่วางไว้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางพลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้มีการโทร.เข้ามานัดหมายประชุมกับทางนิติบุคคล เพื่อจัดส่งข้อสรุปต่างๆ โดยสิ่งที่ทางลูกบ้านต้องการเร่งด่วนในขณะนี้คือ อยากให้เร่งทำถนนและรั้วหมู่บ้านก่อน พร้อมกับใบรับรองวิศวกรรมที่ได้รับการรับรองจากพลัสก่อนจะเริ่มซ่อม เพื่อเป็นการรับประกันว่ารั้วจะไม่พังลงมาอีก หลังจากเคยเกิดเหตุรั้วล้มมาแล้วหลังซ่อม หากเป็นเช่นนั้นก็อาจจะก่อให้เกิดอันตรายและความเสียหายให้กับลูกบ้านได้” นาย ภีมะ กล่าว
ทั้งนี้ จากการสอบถามไปยัง นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้วและได้มีการเร่งให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการแก้ไข แต่ในส่วนของรายละเอียดต่างๆ อาทิ การสร้างสร้างผิดแบบจ.ส.2 ไม่ได้รับทราบมาก่อน แต่ถึงอย่างไรทางบริษัทก็พร้อมที่จะดำเนินการแก้ไข
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,217 วันที่ 11 - 14 ธันวาคม 2559
นายภีมะ สาธร รองประธานคณะกรรมการนิติบุคคลตัวแทนลูกบ้านหมู่บ้านทาวน์พลัส เทพารักษ์ เข้าร้องเรียนกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงปัญหาที่ลูกบ้านกว่า 200 หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อน จากการที่บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บริษัทในเครือ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ว่า บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ฯ ไม่ดำเนินการตามสัญญาที่เคยให้ไว้ก่อนการรับโอนสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะเมื่อปี 2557
โดยในสัญญาซึ่งมี นายพุฒิศักดิ์ ซื่อเจริญรัตน์ เป็นผู้รับมอบอำนาจกระทำการแทนบริษัทรับทราบนั้นระบุว่า บริษัทยินดีที่จะดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมสาธารณูปโภคจำนวน 403 รายการ ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยและสามารถใช้งานได้ตามปกติภายใน 120 วัน นับตั้งแต่ที่ได้ตกลงรายละเอียดแผนการทำงาน พร้อมกับรับประกันงานซ่อมแซมเป็นระยะเวลา 90 วัน
ทั้งนี้ นับตั้งแต่รับโอนสาธารณูปโภคมาแล้วมีการเข้ามาซ่อมแซมเพียงบางจุด ซึ่งไม่ใช่งานเร่งด่วน เช่น ทาสีป้ายโครงการที่หลุดร่อน เปลี่ยนลวดสปริงเครื่องออกกำลังกาย แก้ไขงานรอยร้าวพร้อมเก็บสีใหม่บริเวณผนังสโมสร เป็นต้น แต่ยังเหลือที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขซ่อมแซมอีกกว่า 300 รายการ อาทิ พื้นกระเบื้องสระว่ายน้ำหลุดร่อน ซึ่งเมื่อทางนิติทวงถามผู้รับรับชอบทางพลัสกลับบ่ายเบี่ยงและมีความล่าช้าในการดำเนินการ ทำให้ลูกบ้านได้รับความเดือดร้อน
นอกจากนี้ จากการสำรวจยังพบว่ามีการก่อสร้างผิดแบบที่ขออนุญาตจัดสรร (จ.ส.2) ถึง 15 รายการ อาทิ ความสูงของรั้วโดยรอบโครงการต้องสูง 2 เมตร แต่รั้วจริงที่วัดได้มีความสูงกว่าแบบที่ 40-50 เซนติเมตร ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้รั้วความยาวกว่า 100 เมตรเกิดการล้มเอน เนื่องจากไม่สามารถรับน้ำหนักได้ไหว แม้ว่าจะเคยซ่อมมาแล้วครั้งหนึ่งก็ยังล้มลงมาอีก ภายในระยะเวลาแค่ 1-2 เดือนเท่านั้น ขณะที่รั้วเขื่อนกั้นดินบริเวณสะพานก็ยังไม่มีเสายึดรั้ง ประกอบกับขนาดเสาคอนกรีตเสริมเหล็กตรงแนวสันเขื่อนก็ไม่ได้ตามขนาดที่ยื่นขอจัดสรรไว้ที่ 50 เซนติเมตร แต่ขนาดจริงอยู่ที่ 20 เซนติเมตร เหล็กคานคอดินเขื่อนต้องมีขนาด 60 เซนติเมตร แต่วัดได้จริงแค่ 37 เซนติเมตรเท่านั้น ส่งผลให้ในปัจจุบันรั้วเขื่อนกั้นดินดังกล่าวเกิดการแยกตัวออกจากกัน
อีกทั้งรางวีที่ใช้เพื่อระบายน้ำนั้น ก็ถูกวางในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมคือต้องอยู่ที่ระดับ 9 เมตร แต่ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 9.5 เมตร ทำให้การระบายน้ำไม่ดี เวลาฝนตกจึงเกิดน้ำท่วมขังบริเวณพื้นผิวถนน ประกอบกับขนาดเหล็กที่นำมาใช้ในการทำถนนต่ำกว่าแบบที่ยื่นขออนุญาตจัดสรรเหลือเพียงแค่ 4 มิลลิเมตร จากเดิมที่ขออนุญาตจัดสรรที่ขนาด 9 มิลลิเมตร ส่งผลให้พื้นผิวถนนแตกร้าวเกิดการทรุดตัวชำรุดเสียหาย เวลาฝนตกก็เกิดแอ่งน้ำขัง
“ทางนิติบุคคลได้มีการสอบถามและเชิญเข้าประชุมกับทางนิติบุคคลหมู่บ้านไปยังบริษัทพลัส พร็อพเพอร์ตี้ หลายครั้ง แต่ก็ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือเท่าไหร่นัก มาประชุมบ้างไม่มาบ้าง สอบความความเรื่องการซ่อมแซมก็ล่าช้า เคยขอให้ทางทีมพลัสหาวิศวกรมาเซ็นต์รับรองงานก่อสร้างก็ไม่ได้รับการตอบรับ บางทีเข้ามาซ่อมแซมก็ไม่ได้แจ้งให้ทางนิติรับทราบก่อน ทำให้ไม่สามารถแจ้งลูกบ้านให้เตรียมพร้อมได้ ไม่มีการทำงานตามแผนงานที่วางไว้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางพลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้มีการโทร.เข้ามานัดหมายประชุมกับทางนิติบุคคล เพื่อจัดส่งข้อสรุปต่างๆ โดยสิ่งที่ทางลูกบ้านต้องการเร่งด่วนในขณะนี้คือ อยากให้เร่งทำถนนและรั้วหมู่บ้านก่อน พร้อมกับใบรับรองวิศวกรรมที่ได้รับการรับรองจากพลัสก่อนจะเริ่มซ่อม เพื่อเป็นการรับประกันว่ารั้วจะไม่พังลงมาอีก หลังจากเคยเกิดเหตุรั้วล้มมาแล้วหลังซ่อม หากเป็นเช่นนั้นก็อาจจะก่อให้เกิดอันตรายและความเสียหายให้กับลูกบ้านได้” นาย ภีมะ กล่าว
ทั้งนี้ จากการสอบถามไปยัง นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้วและได้มีการเร่งให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการแก้ไข แต่ในส่วนของรายละเอียดต่างๆ อาทิ การสร้างสร้างผิดแบบจ.ส.2 ไม่ได้รับทราบมาก่อน แต่ถึงอย่างไรทางบริษัทก็พร้อมที่จะดำเนินการแก้ไข
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,217 วันที่ 11 - 14 ธันวาคม 2559






