thansettakij
thansettakij
2กลุ่มยื่นซองสายชมพู-เหลือง กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ชิง BEM ลงนามสัญญาปี 60

2กลุ่มยื่นซองสายชมพู-เหลือง กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ชิง BEM ลงนามสัญญาปี 60

11 พ.ย. 59 | 07:00 น.
2 กลุ่มบริษัท ยื่นซองข้อเสนอการร่วมลงทุนฯ โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง บีทีเอสผนึกซิโน-ไทยฯและราชบุรีโฮลดิ้ง ในนาม กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ ส่วน BEM มาเดี่ยว รฟม.เร่งเปิดซอง 17 พ.ย.คาดใช้เวลา 3 เดือนประเมินผลข้อเสนอ และลงนามสัญญา เม.ย.ปีหน้า

แหล่งข่าวระดับสูงจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่า ตามที่ได้ประกาศเชิญชวนเข้าร่วมคัดเลือกเป็นผู้รับสัมปทานงานออกแบบและก่อสร้างงานโยธา พร้อมระบบเครื่องกลและไฟฟ้า รวมทั้งงานให้บริการการจัดการเดินรถและบำรุงรักษาโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรงระหว่างวันที่ 6 กรกฎาคม - 5 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมานั้น มีเอกชนสนใจติดต่อขอซื้อเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุนฯ สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี จำนวนทั้งสิ้น 16 ราย สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว –สำโรง จำนวนทั้งสิ้น 17 ราย ซึ่ง รฟม. ได้กำหนดเปิดรับซองข้อเสนอในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 ปรากฎว่ามีบริษัทยื่นซองข้อเสนอการร่วมลงทุนฯ จำนวน 2 ราย ดังนี้

1.กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR Joint Venture) ประกอบด้วย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (BTS Group) บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 2.บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM)

สำหรับขั้นตอนต่อไป คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 35 จะพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การประเมินข้อเสนอและเปิดซองข้อเสนอฯ ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ในการดำเนินการประเมินผลข้อเสนอฯ และเจรจาต่อรองกับเอกชนผู้ชนะการคัดเลือก ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบ ซึ่งคาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาได้ประมาณเดือนเมษายน 2560

โดยสัญญาสัมปทานของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูฯ และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองฯ นั้น เป็นโครงการในรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดย รฟม. ลงทุนด้านการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและผู้รับสัมปทานลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทางโยธา ระบบเครื่องกลและไฟฟ้า (รถไฟฟ้ารางเดี่ยวแบบคร่อมราง) และให้บริการการจัดการเดินรถและบำรุงรักษา รวมถึงเป็นผู้จัดเก็บค่าบริการ (PPP Net Cost) ซึ่งมีระยะเวลาสัมปทาน 33 ปี 3 เดือน โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 งานออกแบบและก่อสร้างงานโยธา พร้อมระบบเครื่องกลและไฟฟ้า เป็นระยะเวลา 3 ปี 3 เดือน และระยะที่ 2 งานให้บริการด้านบริหารจัดการการเดินรถและบำรุงรักษา เป็นระยะเวลา 30 ปี ซึ่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูฯ มีวงเงินลงทุนรวม 53,519 ล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองฯ มีวงเงินลงทุนรวม 51,931 ล้านบาท

แหล่งข่าวระดับสูงของกลุ่มบริษัทก่อสร้างชั้นนำรายหนึ่งของไทยกล่าวว่า กรณีมียื่นซองเพียง 2 รายนั้นไม่เกินที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากกลุ่มบมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ไม่ยื่นซองเพราะได้ยื่นเรื่องให้รฟม.ขยายเวลาการยื่นซองออกไปเนื่องจากเล็งเห็นว่าระยะเวลากระชั้นชิดและมีความเสี่ยงด้านการลงทุนเพราะโครงการนี้แต่ละเส้นทางใช้เงินลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท หากเหตุการณ์เปิดให้บริการเป็นเช่นเดียวกับสายสีม่วงก็หมายถึงเอกชนต้องรับความเสี่ยงเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีจึงต้องรอบคอบในการยื่นเสนอราคาในครั้งนี้

“กลุ่มราชบุรีแสดงความชัดเจนด้านการลงทุนในธุรกิจนี้มาตั้งแต่ต้นแล้ว แต่ยังมองหาลู่ทางการเจรจากับกลุ่มต่างๆมาอย่างต่อเนื่องจนได้ร่วมกับกลุ่มบีเอสอาร์ในที่สุด เพราะเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจที่จะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มบริษัท ส่วนที่ BEM ยื่นเดี่ยวนั้นเพราะมีกลุ่มช.การช่างที่โดดเด่นด้านการรับเหมาก่อสร้างและมีทุนหนาอยู่แล้ว แต่ต้องจับตาว่าท้ายที่สุดแล้ว 2 บริษัทนี้จะแบ่งเค้กรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายกันลงตัวหรือไม่”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,208 วันที่ 10 - 12 พฤศจิกายน 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • property