
เปลือยแผนธุรกิจวิลล่า คุณาลัย เตรียมเดินหน้าเข้าตลาดปี 61ชูกลยุทธ์สร้างเมือง
แบรนด์ “คุณาลัย” เป็นที่รู้จักของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดนนทบุรีมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งถูกพัฒนาภายใต้บริษัทในเครือของ กลุ่มบริษัท อาร์ เอ็ม พร๊อพเพอร์ตี้ฯ บริษัทที่ถือได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างชุมชนเมืองที่น่าจับตามอง โดยมีโครงการไฮไลต์สำคัญๆ เช่น บ้านบัวทอง โครงการ 1 - 4, คุณาลัย บางขุนเทียน เป็นต้น ทั้งนี้ เมื่อรวมทุกโครงการและทุกแบรนด์ของกลุ่มบริษัท อาร์ เอ็ม พร๊อพเพอร์ตี้ พบว่า มีการพัฒนาโครงการมาแล้วร่วม 2 หมื่นหน่วย
แต่มาวันนี้แบรนด์ “คุณาลัย” จะถูกพัฒนาในนามของบริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด เท่านั้น ภายใต้การบริหารงานของ นางประวีรัตน์ เทวอักษร กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด ที่มีแผนจะนำพาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2561 เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและแข็งแรงของบริษัทในอนาคต ซึ่งการที่จะไปถึงสิ่งที่คาดหวังนั้น ต้องอาศัยแผนการดำเนินงานที่มีระบบและแบบแผนงานที่ชัดเจน
ลั่นปี 59 รายได้ 360 ล้านบาท
แม้ว่าสภาพตลาดโดยรวมจะอยู่ในภาวะชะลอตัว สถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ จนทำให้ยอดปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มสูงถึง 40% จากเดิมไม่เกิน 10% คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 150 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทต้องปรับเป้ายอดรับรู้รายได้ลงเหลือ 360 ล้านบาท จาก 420 ล้านบาท ประกอบกับบริษัทได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาโครงการ จากเดิมสร้างไปขายไป มาเป็นการสร้างบ้านพร้อมขาย เพื่อช่วยลดปัญหาการก่อหนี้ระหว่างทางของผู้ซื้อ อีกทั้งยังสามารถทำให้บริษัทรับรู้รายได้ได้เร็วขึ้น เนื่องจากสามารถทำเรื่องยื่นกู้ของลูกค้ากับทางสถาบันการเงินได้ทันที และรู้ผลในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน รวมทั้งมีการพรีแอฟพรูฟลูกค้าก่อนที่จะทำการยื่นกู้ ทั้งนี้ บริษัทมียอดรับรู้รายได้ 9 เดือน (มกราคาคม-กันยายน 2559) อยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาท ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่ายอดรับรู้รายได้จะเป็นไปตามเป้าอย่างแน่นอน
เล็งเข้าตลาดหลักทรัพย์ปี 61
การนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะช่วยให้บริษัทมีการเติบโตอย่างยั่งยืนและแข็งแรง แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นได้ บริษัทจะต้องมีการวางแผนการเติบโตที่รัดกุม ซึ่ง คุณประวีรัตน์ ได้อธิบายถึงแผนดังกล่าวว่า ในปี 2560 บริษัทจะมีบ้านเดี่ยว 150 หลัง และทาวน์เฮาส์อีกกว่า 100 หลังที่รอรับรู้รายได้ หากเป็นไปตามแผน โครงการคุณาลัย เวสเกต จะมีลูกบ้านในโครงการจำนวน 500 หน่วย เมื่อถึงเวลานั้นเราจำเป็นต้องมีอสังหาริมทรัพย์เพื่อรองรับลูกบ้าน เราจึงมีแผนพัฒนาอาคารพาณิชย์ 20-40 หน่วย ดังนั้น เราจึงต้องการเม็ดเงินมาต่อยอดตัวนี้ คาดว่าในปี 2560 บริษัทจะรับรู้รายได้ 700-800 ล้านบาท
ในปี 2561 เราจะมียอดรับรู้รายได้ที่ประมาณ 1,300-1,400 ล้านบาท โดยในปี 2560 จะมีการซื้อที่ดินเพิ่มอีก 1 แปลง และมีการรับรู้รายได้จากโครงการคุณาลัย เวสเกต อีก 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้เรายังมีการระจายความเสี่ยง ด้วยการพัฒนาโครงการนอกจังหวัดนนทบุรี ซึ่งปัจจุบันมีการมองหาซื้อที่ดินเพิ่ม 2 แปลง เพื่อพัฒนาสินค้าในระดับไม่เกิน 5 ล้านบาท ในพื้นที่รังสิตเป็นบ้านเดี่ยวกับทาวน์เฮ้าส์ และพระราม 2 เป็นบ้านเดี่ยว รวมจำนวน 400 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดิน
เน้นสร้างเมืองกลยุทธ์แข่งขัน
การซื้อที่ที่มีขนาดใหญ่ช่วยให้เราสามารถออกแบบเมืองของเราได้ ทั้งสามารถควบคุมต้นทุนในการดำเนินงานได้ดีกว่าโครงการขนาดเล็ก คือมีต้นทุนที่ถูกกว่า เราถนัดในเรื่องของการสร้างเมือง เราเป็นรายเล็กจะสู้รายใหญ่ได้อย่างไร รายใหญ่เข้ามาสร้างทีเดียว 200 หลัง เราสร้างได้แค่ 100 หลัง หรือจะซื้อที่ดินในทำเลดีๆริมถนนแข่งกับรายใหญ่ก็ทำไม่ได้ จะพัฒนาโครงการขนาดเล็ก ก็ต้องทำของถูก หรือต้องไปไกลมากๆเพื่อทำราคาสู้กัน ดังนั้นสิ่งที่เราจะทำคือ การสร้างเมือง เราไม่ต้องแย่งซื้อที่ดินทุกวัน
การที่บริษัทจะเติบโตได้ต่อเนื่องเป็น 10 ปี ต้องซื้อที่ดินทุกวัน แล้วการหมุนของกำลังเงินของเราจะต้องเป็นอย่างไร การเติบโตของเราในปัจจุบันเป็นแบบนี้ เราถนัดแบบนี้ ฐานลูกค้ากลุ่มต่ำกว่า 5 ล้านบาทเยอะมาก ถ้าเราทำถูกต้องอยู่ไกลออกไป การคมนาคมไม่สะดวกสบาย แต่เมื่อเราสร้างเมืองขึ้นมาสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ก็จะตามมา อันนี้คือวิธีการของเรา แม้เราจะสู้รายใหญ่ไม่ได้ แต่เราสู้รายเล็กได้อย่างสบาย อย่างในโซนบางบัวทอง ถ้าลูกค้าไม่ซื้อรายใหญ่ก็ต้องมาดูสินค้าของเราอย่างแน่นอน
“กลยุทธ์ของเราคือ การสร้างเมือง เรามีชื่อเสียงที่ดีในด้านความรับผิดชอบ ทั้งในส่วนของลูกค้า หรือระหว่างนายหน้าขายที่ดิน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยเสริมศักยภาพในการซื้อที่ดินแปลงใหญ่ให้กับเรา ตัวตนของวิลล่าคุณาลัย คือ “ความสุขสร้างบ้าน” ความสุขที่แท้จริงคือความอุ่นสบายไม่ใช่ความหรูหรา แต่ขอให้เป็นสินค้าที่ดี ราคาไม่แพง 2-5 ล้านบาท ฟังก์ชันการใช้งานที่ดูแลรักษาง่าย เพียงเท่านี้ลูกค้าก็ให้ความสนใจในสินค้าของเราแล้ว”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,207 วันที่ 6 - 9 พฤศจิกายน 2559
แต่มาวันนี้แบรนด์ “คุณาลัย” จะถูกพัฒนาในนามของบริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด เท่านั้น ภายใต้การบริหารงานของ นางประวีรัตน์ เทวอักษร กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด ที่มีแผนจะนำพาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2561 เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและแข็งแรงของบริษัทในอนาคต ซึ่งการที่จะไปถึงสิ่งที่คาดหวังนั้น ต้องอาศัยแผนการดำเนินงานที่มีระบบและแบบแผนงานที่ชัดเจน
ลั่นปี 59 รายได้ 360 ล้านบาท
แม้ว่าสภาพตลาดโดยรวมจะอยู่ในภาวะชะลอตัว สถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ จนทำให้ยอดปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มสูงถึง 40% จากเดิมไม่เกิน 10% คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 150 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทต้องปรับเป้ายอดรับรู้รายได้ลงเหลือ 360 ล้านบาท จาก 420 ล้านบาท ประกอบกับบริษัทได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาโครงการ จากเดิมสร้างไปขายไป มาเป็นการสร้างบ้านพร้อมขาย เพื่อช่วยลดปัญหาการก่อหนี้ระหว่างทางของผู้ซื้อ อีกทั้งยังสามารถทำให้บริษัทรับรู้รายได้ได้เร็วขึ้น เนื่องจากสามารถทำเรื่องยื่นกู้ของลูกค้ากับทางสถาบันการเงินได้ทันที และรู้ผลในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน รวมทั้งมีการพรีแอฟพรูฟลูกค้าก่อนที่จะทำการยื่นกู้ ทั้งนี้ บริษัทมียอดรับรู้รายได้ 9 เดือน (มกราคาคม-กันยายน 2559) อยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาท ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่ายอดรับรู้รายได้จะเป็นไปตามเป้าอย่างแน่นอน
เล็งเข้าตลาดหลักทรัพย์ปี 61
การนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะช่วยให้บริษัทมีการเติบโตอย่างยั่งยืนและแข็งแรง แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นได้ บริษัทจะต้องมีการวางแผนการเติบโตที่รัดกุม ซึ่ง คุณประวีรัตน์ ได้อธิบายถึงแผนดังกล่าวว่า ในปี 2560 บริษัทจะมีบ้านเดี่ยว 150 หลัง และทาวน์เฮาส์อีกกว่า 100 หลังที่รอรับรู้รายได้ หากเป็นไปตามแผน โครงการคุณาลัย เวสเกต จะมีลูกบ้านในโครงการจำนวน 500 หน่วย เมื่อถึงเวลานั้นเราจำเป็นต้องมีอสังหาริมทรัพย์เพื่อรองรับลูกบ้าน เราจึงมีแผนพัฒนาอาคารพาณิชย์ 20-40 หน่วย ดังนั้น เราจึงต้องการเม็ดเงินมาต่อยอดตัวนี้ คาดว่าในปี 2560 บริษัทจะรับรู้รายได้ 700-800 ล้านบาท
ในปี 2561 เราจะมียอดรับรู้รายได้ที่ประมาณ 1,300-1,400 ล้านบาท โดยในปี 2560 จะมีการซื้อที่ดินเพิ่มอีก 1 แปลง และมีการรับรู้รายได้จากโครงการคุณาลัย เวสเกต อีก 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้เรายังมีการระจายความเสี่ยง ด้วยการพัฒนาโครงการนอกจังหวัดนนทบุรี ซึ่งปัจจุบันมีการมองหาซื้อที่ดินเพิ่ม 2 แปลง เพื่อพัฒนาสินค้าในระดับไม่เกิน 5 ล้านบาท ในพื้นที่รังสิตเป็นบ้านเดี่ยวกับทาวน์เฮ้าส์ และพระราม 2 เป็นบ้านเดี่ยว รวมจำนวน 400 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดิน
เน้นสร้างเมืองกลยุทธ์แข่งขัน
การซื้อที่ที่มีขนาดใหญ่ช่วยให้เราสามารถออกแบบเมืองของเราได้ ทั้งสามารถควบคุมต้นทุนในการดำเนินงานได้ดีกว่าโครงการขนาดเล็ก คือมีต้นทุนที่ถูกกว่า เราถนัดในเรื่องของการสร้างเมือง เราเป็นรายเล็กจะสู้รายใหญ่ได้อย่างไร รายใหญ่เข้ามาสร้างทีเดียว 200 หลัง เราสร้างได้แค่ 100 หลัง หรือจะซื้อที่ดินในทำเลดีๆริมถนนแข่งกับรายใหญ่ก็ทำไม่ได้ จะพัฒนาโครงการขนาดเล็ก ก็ต้องทำของถูก หรือต้องไปไกลมากๆเพื่อทำราคาสู้กัน ดังนั้นสิ่งที่เราจะทำคือ การสร้างเมือง เราไม่ต้องแย่งซื้อที่ดินทุกวัน
การที่บริษัทจะเติบโตได้ต่อเนื่องเป็น 10 ปี ต้องซื้อที่ดินทุกวัน แล้วการหมุนของกำลังเงินของเราจะต้องเป็นอย่างไร การเติบโตของเราในปัจจุบันเป็นแบบนี้ เราถนัดแบบนี้ ฐานลูกค้ากลุ่มต่ำกว่า 5 ล้านบาทเยอะมาก ถ้าเราทำถูกต้องอยู่ไกลออกไป การคมนาคมไม่สะดวกสบาย แต่เมื่อเราสร้างเมืองขึ้นมาสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ก็จะตามมา อันนี้คือวิธีการของเรา แม้เราจะสู้รายใหญ่ไม่ได้ แต่เราสู้รายเล็กได้อย่างสบาย อย่างในโซนบางบัวทอง ถ้าลูกค้าไม่ซื้อรายใหญ่ก็ต้องมาดูสินค้าของเราอย่างแน่นอน
“กลยุทธ์ของเราคือ การสร้างเมือง เรามีชื่อเสียงที่ดีในด้านความรับผิดชอบ ทั้งในส่วนของลูกค้า หรือระหว่างนายหน้าขายที่ดิน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยเสริมศักยภาพในการซื้อที่ดินแปลงใหญ่ให้กับเรา ตัวตนของวิลล่าคุณาลัย คือ “ความสุขสร้างบ้าน” ความสุขที่แท้จริงคือความอุ่นสบายไม่ใช่ความหรูหรา แต่ขอให้เป็นสินค้าที่ดี ราคาไม่แพง 2-5 ล้านบาท ฟังก์ชันการใช้งานที่ดูแลรักษาง่าย เพียงเท่านี้ลูกค้าก็ให้ความสนใจในสินค้าของเราแล้ว”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,207 วันที่ 6 - 9 พฤศจิกายน 2559






