
กทม.ลุ้นเข้าข่ายพ.ร.บ.ร่วมทุน คาดลงทุน 4 พันล้านพัฒนาตลาดประชานิเวศน์
กทม.ลุ้นเข้าข่ายต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.ร่วมทุน(พีพีพี) ปี 56 ล่าสุดจุฬาฯเร่งศึกษา 4 รูปแบบเสนอสำนักการตลาดเคาะแผนลงทุนพัฒนาตลาดประชานิเวศน์ให้แล้วเสร็จปลายปีนี้คาดใช้งบกว่า 4,000 ล้านบาท เล็งสร้างลานจอดรถใต้ดิน 3 ชั้นรับมือจราจร เผยคอนเซปต์ยังชูจุดเด่น "ตลาดเพื่อประชาชนระดับล่าง"
[caption id="attachment_105044" align="aligncenter" width="335"]
ศาตราภิชาน รศ.มานพ พงศทัต แห่งภาควิชาเคหะการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[/caption]
ศาตราภิชาน รศ.มานพ พงศทัต แห่งภาควิชาเคหะการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงความคืบหน้าการพัฒนาตลาดประชานิเวศน์ภายหลังจากเกิดเหตุอาคารถล่มเสียหายเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า สำนักการตลาดกรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้ว่าจ้าง ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการศึกษาแนวทางการพัฒนาตลาดประชานิเวศน์ โดยกำหนดแล้วเสร็จภายในปลายปีนี้
สำหรับการดำเนินงานในครั้งนี้เป็นการปฏิบัติงานภายใต้กรอบกฎหมายกำหนดที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดได้รายงานผลการศึกษาเบื้องต้นให้ผู้บริหารสำนักการตลาดกทม.โดยนำเสนอ 4 แนวทางพิจารณาให้นำไปเจรจากับประชาคมประชานิเวศน์ คือ 1.ซ่อมแบบเก่าให้พอใช้งานได้ไปก่อน 2.ก่อสร้างตลาดทันสมัยรูปแบบใหม่ทั้งหมด 3.สุดท้ายพบกันครึ่งทาง ทั้งผสมผสานทั้งรูปแบบใหม่และซ่อมแซมของเก่า และ 4.ให้ตลาดเป็นเซ็นเตอร์เช่นของเดิม
โดยพื้นที่ที่จุฬาฯดำเนินการศึกษาเรื่องนี้กำหนดไว้ประมาณ 2 แสนตารางเมตร แต่ยังไม่ถึงขั้นการออกแบบรายละเอียด เพียงแต่ให้เป็นแนวทางกรอบการพัฒนาเพื่อยื่นขออนุมัติจากผู้บริหารกทม.ก่อน หลังจากผ่านการอนุมัติแล้วจึงจะนำไปผ่านการออกแบบรายละเอียดให้ทราบวงเงินงบประมาณในการนำไปเสนอขออนุมัติดำเนินการ
"การพัฒนาตลาดแห่งนี้น่าสนใจเนื่องจากเกี่ยวข้องกับประชาชนที่เน้นให้เป็นตลาดเพื่อประชาชนระดับล่างซึ่งแตกต่างกับตลาดบองมาเซ่ที่เป็นตลาดระดับบน ปัญหาคือต้องเร่งจัดหาที่ค้าขายให้กับคนกลุ่มใหญ่นี้โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณพัฒนากว่า 4,000 ล้านบาท ประเด็นคือจะกู้จากแหล่งทุนใดได้บ้าง แต่รายได้ของตลาดแห่งนี้ก็ยังมีเครดิตจากกรณีการหมุนเวียนเงินสดทุกวัน อีกทั้งโครงการนี้เป็นอำนาจอนุมัติของผู้ว่าราชการกทม. ประการสำคัญสิ่งที่จะต้องคำนึงคือจะเข้าข่ายต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ(Public Private Partnership :PPP) ปีพ.ศ.2556 หรือไม่เพราะคาดว่าจะมีวงเงินลงทุนเกิน 5,000 ล้านบาทซึ่งจะต้องมีการประเมินงบประมาณการลงทุนให้ชัดเจน โดยเฉพาะต้นทุนด้านที่ดิน"
สำหรับบทบาทที่จุฬาฯดำเนินการจะเน้นเรื่องแนวทางการพัฒนาของตลาดประชานิเวศน์ว่ามีแนวทางการปรับปรุงตลาดรูปแบบไหนที่เหมาะสมโดยไม่ส่งผลกระทบให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งแง่กฎหมาย รูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสม บนพื้นที่ 13 ไร่ที่ปัจจุบันจำนวนผู้ประกอบการค้ามีกว่า 270 ราย บางรายเช่าจำนวนหลายห้อง โดยอาคารเดิมแยกออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนแผงค้า และส่วนอาคารพาณิชย์เพื่อการค้าและพักอาศัย โดยจุฬาฯได้สำรวจความคิดเห็นของผู้เช่าเดิมไปครบถ้วนแล้ว พบว่าส่วนใหญ่อยากได้อยู่อาศัยและค้าขายในที่ดินเดิมนี้
"รูปแบบการพัฒนาเดิมที่มีมานานกว่า 35 ปีคงจะไม่สอดคล้องกับปัจจุบัน เนื่องจากในอนาคตอันใกล้มีความเจริญเข้าไปสร้างความโดดเด่นให้กับตลาดได้อย่างมากมาย อาทิ ทางด่วน รถไฟฟ้าสายสีแดง ประการสำคัญจะต้องสามารถนำไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์กับกทม.มีผลตอบแทนทางการเงินที่กทม.ควรจะได้รับ อีกทั้งยังพบปัญหาอีก 2-3 ประการ อาทิ ปัญหาความแข็งแรงของอาคาร โดยพบว่ามีอาคารพาณิชย์ 177 คูหา และอาคารตลาดสด 1 อาคาร ปัญหาพื้นที่จอดรถซึ่งแนวโน้มก็จะมีการก่อสร้างพื้นที่จอดรถใต้ดินอีก 2-3 ชั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาจราจรและอำนวยความสะดวกกับผู้อยู่อาศัยและประชาชนที่มาใช้บริการตลาดแห่งนี้"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,199 วันที่ 9 - 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_105044" align="aligncenter" width="335"]
ศาตราภิชาน รศ.มานพ พงศทัต แห่งภาควิชาเคหะการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงความคืบหน้าการพัฒนาตลาดประชานิเวศน์ภายหลังจากเกิดเหตุอาคารถล่มเสียหายเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า สำนักการตลาดกรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้ว่าจ้าง ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการศึกษาแนวทางการพัฒนาตลาดประชานิเวศน์ โดยกำหนดแล้วเสร็จภายในปลายปีนี้
สำหรับการดำเนินงานในครั้งนี้เป็นการปฏิบัติงานภายใต้กรอบกฎหมายกำหนดที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดได้รายงานผลการศึกษาเบื้องต้นให้ผู้บริหารสำนักการตลาดกทม.โดยนำเสนอ 4 แนวทางพิจารณาให้นำไปเจรจากับประชาคมประชานิเวศน์ คือ 1.ซ่อมแบบเก่าให้พอใช้งานได้ไปก่อน 2.ก่อสร้างตลาดทันสมัยรูปแบบใหม่ทั้งหมด 3.สุดท้ายพบกันครึ่งทาง ทั้งผสมผสานทั้งรูปแบบใหม่และซ่อมแซมของเก่า และ 4.ให้ตลาดเป็นเซ็นเตอร์เช่นของเดิม
โดยพื้นที่ที่จุฬาฯดำเนินการศึกษาเรื่องนี้กำหนดไว้ประมาณ 2 แสนตารางเมตร แต่ยังไม่ถึงขั้นการออกแบบรายละเอียด เพียงแต่ให้เป็นแนวทางกรอบการพัฒนาเพื่อยื่นขออนุมัติจากผู้บริหารกทม.ก่อน หลังจากผ่านการอนุมัติแล้วจึงจะนำไปผ่านการออกแบบรายละเอียดให้ทราบวงเงินงบประมาณในการนำไปเสนอขออนุมัติดำเนินการ
"การพัฒนาตลาดแห่งนี้น่าสนใจเนื่องจากเกี่ยวข้องกับประชาชนที่เน้นให้เป็นตลาดเพื่อประชาชนระดับล่างซึ่งแตกต่างกับตลาดบองมาเซ่ที่เป็นตลาดระดับบน ปัญหาคือต้องเร่งจัดหาที่ค้าขายให้กับคนกลุ่มใหญ่นี้โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณพัฒนากว่า 4,000 ล้านบาท ประเด็นคือจะกู้จากแหล่งทุนใดได้บ้าง แต่รายได้ของตลาดแห่งนี้ก็ยังมีเครดิตจากกรณีการหมุนเวียนเงินสดทุกวัน อีกทั้งโครงการนี้เป็นอำนาจอนุมัติของผู้ว่าราชการกทม. ประการสำคัญสิ่งที่จะต้องคำนึงคือจะเข้าข่ายต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ(Public Private Partnership :PPP) ปีพ.ศ.2556 หรือไม่เพราะคาดว่าจะมีวงเงินลงทุนเกิน 5,000 ล้านบาทซึ่งจะต้องมีการประเมินงบประมาณการลงทุนให้ชัดเจน โดยเฉพาะต้นทุนด้านที่ดิน"
สำหรับบทบาทที่จุฬาฯดำเนินการจะเน้นเรื่องแนวทางการพัฒนาของตลาดประชานิเวศน์ว่ามีแนวทางการปรับปรุงตลาดรูปแบบไหนที่เหมาะสมโดยไม่ส่งผลกระทบให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งแง่กฎหมาย รูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสม บนพื้นที่ 13 ไร่ที่ปัจจุบันจำนวนผู้ประกอบการค้ามีกว่า 270 ราย บางรายเช่าจำนวนหลายห้อง โดยอาคารเดิมแยกออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนแผงค้า และส่วนอาคารพาณิชย์เพื่อการค้าและพักอาศัย โดยจุฬาฯได้สำรวจความคิดเห็นของผู้เช่าเดิมไปครบถ้วนแล้ว พบว่าส่วนใหญ่อยากได้อยู่อาศัยและค้าขายในที่ดินเดิมนี้
"รูปแบบการพัฒนาเดิมที่มีมานานกว่า 35 ปีคงจะไม่สอดคล้องกับปัจจุบัน เนื่องจากในอนาคตอันใกล้มีความเจริญเข้าไปสร้างความโดดเด่นให้กับตลาดได้อย่างมากมาย อาทิ ทางด่วน รถไฟฟ้าสายสีแดง ประการสำคัญจะต้องสามารถนำไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์กับกทม.มีผลตอบแทนทางการเงินที่กทม.ควรจะได้รับ อีกทั้งยังพบปัญหาอีก 2-3 ประการ อาทิ ปัญหาความแข็งแรงของอาคาร โดยพบว่ามีอาคารพาณิชย์ 177 คูหา และอาคารตลาดสด 1 อาคาร ปัญหาพื้นที่จอดรถซึ่งแนวโน้มก็จะมีการก่อสร้างพื้นที่จอดรถใต้ดินอีก 2-3 ชั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาจราจรและอำนวยความสะดวกกับผู้อยู่อาศัยและประชาชนที่มาใช้บริการตลาดแห่งนี้"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,199 วันที่ 9 - 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559






