thansettakij
thansettakij
‘วันนี้อสังหาฯรายใหญ่แข่งขันและจับมือกันพัฒนา-ขยายออกตปท.’

‘วันนี้อสังหาฯรายใหญ่แข่งขันและจับมือกันพัฒนา-ขยายออกตปท.’

02 ต.ค. 59 | 06:00 น.
จากเป้าหมายที่จะนำ"พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค"ขึ้นเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ 1 ใน 5 อันดับแรกของตลาด หลังจากประกาศควบรวมกิจการกับบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) ในปีที่ผ่านมา ในปีนี้ ชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เดินเกมรุกก้าวสำคัญ เมื่อยื่นแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตราด และเป็นรายเดียวที่เสนอตัว นอกเหนือจากขยายการลงทุนในอสังหาฯอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่อยู่อาศัยและโรงแรม

 ตลาดอสังหาฯครึ่งปีหลังดี

ในครึ่งปีหลังคาดว่าตลาดปรับตัวดีขึ้น การเปิดโครงการใหม่ทั้งจำนวนแนวราบและคอนโดฯ จะมีมากกว่าครึ่งปีแรก โดยปัจจัยการสนับสนุนหลายเรื่อง อาทิ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งรถไฟฟ้า มอเตอร์เวย์ และถนน มีความชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ประกาศมา ทำให้มีบางส่วนของที่ดินเปล่าออกมาขายเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการสามารถได้ที่ดินเปล่าไปพัฒนามากขึ้น

ส่วนสิ่งที่ยังเป็นปัจจัยลบอยู่ ก็มี 3 เรื่องสำคัญคือ 1.ภาระหนี้ครัวเรือน ที่ยังอยู่ในระดับสูง ประมาณ 80% ถึงแม้หนี้ภาคครัวเรือนจากรถยนต์คันแรกจะสิ้นสุดในปีนี้หรือต้นปีหน้า แต่ก็ยังรบกวน เพราะธนาคารยังคงเข้มการพิจารณาสินเชื่อ 2.ยอดรีเจคสำหรับสินเชื่อรายย่อยอยู่ที่ประมาณ 20-30% 3. การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังติดลบ กระทบการส่งออกของไทย

"อย่างไรก็ตามปีนี้สถานการณ์ตลาดอสังหาฯดีกว่าปีที่แล้ว เพราะช่วง 4 เดือนแรกมีมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ จากภาครัฐช่วย ส่วนครึ่งปีหลัง ภาวะเศรษฐกิจและการคลี่คลายด้านการเมืองน่าจะดีขึ้น การท่องเที่ยวดีมาก ในประเทศมีการลงทุนด้านรถไฟฟ้าชัดเจนมากขึ้น"

 แผนธุรกิจในภาวะศก.ฟื้นตัวช้า

ยังคงเดินหน้าเปิดตัวโครงการเพิ่มขึ้น โดยครึ่งหลังของปี 2559 วางแผนเปิดตัวใหม่ 17 โครงการ มูลค่า 21,850 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ 11 โครงการ มูลค่า 12,750 ล้านบาท คอนโดฯ 6 โครงการ มูลค่า 9,100 ล้านบาท จะถือว่ามีการเปิดตัวมากที่สุดในรอบ 30 ปี

เรื่องที่ 2 จะนำที่ดินแปลงใหญ่ 2 แปลง ที่กรุงเทพกรีฑา ประมาณ 600 ไร่ และแจ้งวัฒนะ ประมาณ 900 ไร่ รวม 2 แปลงกว่า 1,500 ไร่ มาพัฒนาเป็นชุมชนเมือง โดยได้ชักชวนผู้ประกอบการอสังหาฯชั้นนำในตลาดอีก 3 รายมาร่วมมือกันพัฒนาที่ดิน 2 แปลงดังกล่าว มูลค่าโครงการแปลงละ1 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวปลายปีนี้ หรืออย่างช้าต้นปี 2560

นอกจากนี้มีแผนพัฒนาโครงการศูนย์การค้ามีที่ ศรีราชา รามอินทรา และรัชดา โครงการนี้จะร่วมมือกับบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ เป็นการนำความเชี่ยวชาญของเราผสมผสานกับพันธมิตร ซึ่งขณะนี้ได้เจรจากับบริษัทของไทยและจากญี่ปุ่น น่าจะลงตัวต้นปีหน้าเช่นกัน

"ปัจจุบันการแข่งขันของรายใหญ่ ยังอยู่ที่ยอดขาย โดยตอนนี้รายใหญ่ในอสังหาฯมีประมาณ 9 ราย และยังมีกลุ่มทุนใหญ่อีก 4 รายใหญ่ ได้แก่ กลุ่มสิงห์, ช้าง, เซ็นทรัลพัฒนา และ แมกโนเลีย ทำให้ 9 รายใหญ่ต้องปรับตัวก้าวขึ้นมาพัฒนาโครงการผสมผสานมากขึ้น แต่อสังหาฯรายใหญ่ทั้ง 9 ราย และกลุ่มทุนใหญ่ 4 ราย มีทั้งแข่งขันและร่วมมือกัน ของพร็อพเพอร์ตี้ฯก็อาจจะมีการจับมือภายในกลุ่ม หรือข้ามไปร่วมมือกับภายนอก รวมทั้งข้ามไปร่วมมือกับต่างประเทศ โดยพร็อพเพอร์ตี้ฯ มีแผนจะร่วมกับญี่ปุ่น ถือได้ว่าอสังหาฯ รายใหญ่ของไทยเริ่มรุกลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น"

 เปิดโรงแรมใหม่ในญี่ปุ่นชื่อ Tribute

ด้านการลงทุนในต่างประเทศ บริษัทมีการพัฒนาต่อเนื่องที่คิโรโระ ประเทศญี่ปุ่น โดยจะเปิดอีก 1 โรงแรมในเดือนธันวาคม ปี 2559 ภายใต้ชื่อ Tribute เป็นการปรับปรุงโรงแรมเก่า บริหารโดยกลุ่มสตาร์วู้ด ซึ่งเป็นเชนโรงแรมรายใหญ่ของโลก พร้อมกันนี้ร่วมมือกับ NZ Ski จากนิวซีแลนด์ เพื่อเพิ่มลูกค้าจากออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเอเชียเข้าไปพัก

 แผนปั้น"โกลเด้น เกตเวย์"

พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เป็นบริษัทเดียวที่เสนอตัวพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตราด โดยวางวิสัยทัศน์ตราด 3 ประสาน คือ เมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวนานาชาติ เมืองอาหารปลอดภัย และเมืองบริการการค้าระหว่างประเทศ เพิ่มเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ โดยร่วมมือกับ A49 เป็นผู้ออกแบบ และ แอดวานซ์ ไฟแนนซ์ เป็นที่ปรึกษาด้านการเงิน สำหรับโครงการนี้มีชื่อเรียกว่า โกลเด้น เกตเวย์

หากสามารถดำเนินการได้ตามวิสัย เชื่อมั่นว่าจะทำให้รายได้ทั้ง 3 ด้านดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างมาก อาทิ รายได้ประชากรต่อหัวในจังหวัดตราด จาก 1.4 แสนบาท จะเพิ่มเป็น 5 แสนบาท ในอีก 6 ปีข้างหน้า หรือประมาณประมาณปี 2565 ด้านจำนวนนักท่องเที่ยว เราจะทำให้เพิ่มขึ้นเป็น 5 ล้านคนต่อปี จัดอยู่ในอันดับ 2 จากปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่มาตราดจัดอยู่อันดับท้ายสุด โดยอันดับต้นๆ คือ ภูเก็ต และชลบุรี มีจำนวนประมาณปีละกว่า 10 ล้านคน รองลงมามี กระบี่ สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 4 ล้านคน แต่เมื่อดูในรายละเอียดจะเห็นว่าประจวบคีรีขันธ์ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวคนไทย สุราษฎร์ธานี และกระบี่ มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศ จังหวัดละประมาณ 3 ล้านคน ขณะที่ตราด มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศแค่ 4 แสนคน เราจะทำให้ได้ 5 ล้านคน ขึ้นมาอยู่อันดับ 3

เพราะในแผนจะมีสนามบินนานาชาติ และท่าเรือ ซึ่งได้เจรจากับพันธมิตรไว้แล้ว ถ้าหากได้รับอนุมัติจากรัฐบาล ก็สามารถผลักดันให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวตราดเพิ่มขึ้นได้ตามที่กล่าว เพราะมีฐานเดิมนักท่องเที่ยวคนไทยอยู่แล้ว 1 ล้านคน อนาคตก็จะเพิ่มเป็น 3 ล้านคน บวกกับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 2 ล้านคน เพราะตราดจะแปลงโฉมเป็นมัลดีฟ แห่งเอเชีย เพราะมีเกาะอยู่ 50 กว่าเกาะ ซึ่งไม่เคยเปิดมาก่อน

"โดยส่วนตัวผมชอบตราด และลงพื้นที่สำรวจมานาน 5 ปี ก่อนรัฐบาลมีแผนจะยกระดับเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพราะจังหวัดนี้มีประวัติศาสตร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงรักษาไว้จากการยึดครองของฝรั่งเศสในยุคล่าอาณานิคม ดังนั้นเมื่อยื่นแผน ในแง่ดีเวลลอปเปอร์ผมก็มองว่าจะพัฒนาจังหวัดตราดอย่างไร จากกายภาพที่มีกว่า 50 เกาะ คิดว่าควรจะเน้นความเป็นเมืองที่สะอาด น่าอยู่ หรือเป็นจังหวัดที่เป็นกรีน ไม่สนใจจะพัฒนาด้านอุตสาหกรรม"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,196
วันที่ 29 กันยายน - 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • property