ที่ดินไร้สิทธิ์เฮ ได้โฉนด 5 ล.ไร่ ราคาขยับ100 เท่า เปลี่ยน น.ส.3-น.ส.3ก 3 ล้านแปลง

12 มี.ค. 2564 เวลา 20:00 น. 54.1k

กรมที่ดินลุยออกโฉนดล้านแปลง เฉลี่ย 5 ล้านไร่ ทั่วไทย ให้กลุ่มไร้เอกสารหลักฐาน ส.ค.1-น.ส.3 มีเพียง “ชื่อ-นามสกุล” แจ้งทำประโยชน์ เงื่อนไข ห้ามโอน 10 ปี เริ่มปีงบ 65 ใช้เวลา 10 ปี ดันราคาที่ดินพุ่ง 100 เท่า นิพนธ์ บุญญามนี สั่งประชาชนทั่วประเทศต้องการมีเอกสารสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ประชาชนทั่วประเทศต้องการมีเอกสารสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมายแต่ปัจจุบันกลับพบว่าผู้ครอบครองทำประโยชน์จำนวนไม่น้อย  ไร้เอกสารหลักฐานการได้มาของที่ดิน แม้แต่  ใบแจ้งการครอบครองที่ดิน(ส.ค.1) หรือ หนังสือรับรองทำประโยชน์ที่ดิน ( น.ส.3 –น.ส.3ก)  เพียงแต่รับทราบภายในชุมชนว่าเป็นมรดกตกทอดสืบต่อกันมานับแต่บรรพบุรุษ สะท้อนว่า คนกลุ่มดังกล่าวอาจอยู่ห่างไกลความเจริญ ไม่สามรถเข้าถึงข่าวสารการประชาสัมพันธ์โครงการเดินสำรวจออกโฉนดของกรมที่ดินหรือไม่ก็ที่ดินอาจตั้งอยู่ในเขตป่าที่ดินรัฐที่กำลังเป็นข้อพิพาท

อย่างไรก็ตาม นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดินได้รับมอบหมายจากกระทรวงมหาดไทย ยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนให้ทัดเทียมเสมอภาคลดเหลื่อมล้ำ ให้มีเอกสารสิทธิ์เป็นของตนเอง นอกเหนือไปจาก กลุ่มที่มีหลักฐานประเภท ส.ค.1น.ส.3 และน.ส.3ก ที่มีหลงเหลือไม่น้อยกว่า3ล้านแปลง ขณะเป้าหมาย ระยะยาว  ที่ดินทุกแปลงต้องเป็นโฉนดเท่านั้น

 

 

 

 

ล้านแปลงไร้หลักฐาน

แหล่งข่าวจากกรมที่ดิน เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากการตรวจสอบที่ดินทำประโยชน์ประชาชนพบว่า มีกลุ่มตกหล่น ไม่มีเอกสารหลักฐานใดมากถึง 1,000,000แปลง ทั่วประเทศเฉลี่ยแปลงละ 5 ไร่ หรือประมาณ 5ล้านไร่ ทั้งนี้ข้อมูลมาจากการแจ้งเบาะแสของเจ้าของที่ดินที่ต้องการออกโฉนดซึ่งมีเพียงซื่อ ที่ตั้งหมู่บ้าน จังหวัดและบัตรประชาชน นำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่เท่านั้น ขณะเดียวกันอีกส่วนหนึ่งมาจากสำนักงานที่ดินแต่ละจังหวัดสำรวจส่วนใหญ่ พบมากทางจังหวัดภาคอีสานที่ดินมีรอยต่อคาบเกี่ยวกับ ที่ดินรัฐเขตป่า และ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง ชายแดนภาคใต้ มีความเสี่ยงต่อภัยความมั่นคงเจ้าหน้าที่ทำงานด้วยความยากลำบาก ส่วนพื้นที่ใดที่เป็นภูเขาจะยกเว้นไว้ก่อน หาทางพิสูจน์สิทธิ์ในภายหลัง

เป้า10ปีออกโฉนด

อย่างไรก็ตามเพื่อลดความเหลื่อมลํ้าทางสังคมประชาชนมีความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินกรมที่ดินจึงจัดทำแผน 10 ปีออกโฉนดให้กับที่ดินตกหล่นทุกแปลงนับจากปีงบประมาณปี 2565เป็นต้นไปโดยเฉลี่ยจะออกโฉนด ปีละ100,000 แปลง ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับงบประมาณ หาก ถูกปรับลด อาจต้องลดปริมาณงานลงตามไปด้วย การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2โครงการ ได้แก่ โครงการเดินสำรวจออกโฉนด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่ง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเรียกโดยย่อว่า ศอ.บต. เป็นผู้สำรวจมีจำนวน 400,000 แปลงและมีความประสงค์ให้กรมที่ดินออกโฉนดให้ แต่ในจำนวนนี้อาจร่วมน.ส.3ติดมาด้วยซึ่งปีงบ ประมาณ 2565 กรมที่ดินขอจัดสรรงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท รวมค่าอุปกรณ์ เงินเดือนเจ้าหน้าที่ ออกโฉนด 85,000 แปลง โดยส่วนของจังหวัดชายแดนใต้ได้รับงบประมาณ 73 ล้านบาทเดินสำรวจออกโฉนด 15,000 แปลง

เข้าระบบ“บอกดิน”สแกน

ทั้งนี้ทั้งนั้นที่ดินทุกแปลงต้องนำเข้าระบบ “บอกดิน” เพื่อตรวจสอบ หาพิกัดยังที่ตั้งแปลงที่ดินหากพบอยู่ในเขตป่าเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) ป่าสงวนที่ดินรัฐ จะถูกจำหน่ายออกไปแต่หาก ทับที่ดินรัฐบางส่วน จะใช้วิธีแยกพื้นที่รัฐออกไป อย่างไรก็ตามประเมินว่า ที่ดินหลายแปลงอาจเป็นที่ดิน สปก. เพราะบางแปลงที่ยื่นขอออกโฉนดเข้ามามีพื้นที่ 20-30 ไร่ซึ่ง แปลงขนาดใหญ่ลักษณะนี้ ไม่ควรตกสำรวจ


เปิดแผนออกโฉนด

ห้ามโอน10ปี

ขณะเดียวกันหากเอกสารสิทธิ์ที่จะได้รับคือโฉนดซึ่งสำนักงานที่ดินจะสลักหลังโฉนดห้ามโอนกรรมสิทธิ์ เป็นเวลา 10 ปี แต่หากจะซื้อขายกัน ต้องรอให้พ้น 10 ปีไปก่อน แต่ทั้งนี้มูลค่าที่ดินขยับขึ้น ทันที 10-100 เท่า โดยเฉพาะหากเป็นที่ดินในจังหวัดหัวเมืองใหญ่เมืองท่องเที่ยว สำคัญหากมีโครงการสาธารณูปโภคเข้าพื้นที่ราคายิ่งปรับเพิ่ม

มท.2แจก3ล้านแปลง

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2)ระบุว่าในปีงบประมาณ2564 มีเป้าหมายรังวัดออกโฉนดที่ดินแจกประชาชน สำหรับกลุ่มที่มีหลักฐานแจ้งการครอบครอง 50 จังหวัด 122,400 แปลงทั่วประเทศและมอบหมายให้กรมที่ดินไปแปลงส.ค.1 น.ส.3 และน.ส.3ก ไปเป็นโฉนด 3 ล้านแปลงเพื่อสามารถใช้เป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงินกับธนาคารได้

นายนิพนธ์กล่าวว่า รู้สึกยินดีและชื่นชมอย่างจริงใจที่กรมที่ดินได้เดินหน้าขับเคลื่อนงานในภารกิจมาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยจากผลการปฏิบัติงานของกรมที่ดินเป็นระยะเวลายาวนานถึง 120 ปี จะเห็นได้ว่ากรมที่ดินได้มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้มีความเจริญก้าวหน้าในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านเทคโนโลยีและด้านการบริการต่างๆ ที่มีคุณภาพสอดคล้องรองรับกับความเจริญทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้เป็นที่ยอมรับของสังคมทั้งภาครัฐและเอกชน ที่จะใช้ประโยชน์จากที่ดินในการพัฒนาประเทศ รวมทั้งได้มีการขับเคลื่อนงานตามนโยบายต่างๆ ทั้งของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยอย่างจริงจัง โดยมีการสร้างการรับรู้ และทำความเข้าใจแนวทางนโยบายที่ถูกต้องชัดเจน สามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ตอบสนองความต้องการหรือความคาดหวังของประชาชนที่จะได้รับการบริการที่ดี มีคุณภาพ เกิดความเป็นธรรมในสังคม และเป็นที่เชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่าง 

ที่มา : หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,661 วันที่ 14 - 17 มีนาคม พ.ศ. 2564

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง