
ค่าเงินบาทปิดตลาดวันที่ 5ก.ย.แข็งค่าสุดในรอบเกือบ 16 เดือน ที่ระดับ 33.65 บาทต่อดอลลาร์
ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ จากแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ กรอบการเคลื่อนไหวในวันพรุ่งนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 33.50-34.00 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทปิดตลาดที่ระดับแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 16 เดือน ที่ 33.65 บาทต่อดอลลาร์ฯ (แข็งค่าสุดนับตั้งแต่ 12 พ.ค. 2566) เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 34.23 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทแข็งค่าขึ้นท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ จากแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ (หลังจากที่ข้อมูลตัวเลขการเปิดรับสมัครงานของสหรัฐฯ ปรับตัวลงไปที่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง ประกอบกับประธานเฟดสาขาแอตแลนตามีท่าทีเปิดรับต่อโอกาสของการปรับลดดอกเบี้ยก่อนที่เงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมายของเฟดที่ 2%)
นอกจากนี้ การแข็งค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับทิศทางการแข็งค่าของสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก และทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งในวันนี้ ซื้อสุทธิหุ้นไทย 7,484.6 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 5,013.1 ล้านบาท ตามลำดับ
ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 5 กันยายน จากเว็บไซต์ ธปท. อยู่ที่ -25.11 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ -21.24 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 33.50-34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลก ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/67 ของยูโรโซน และข้อมูลตลาดแรงงานของสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานเดือนส.ค.







