thansettakij
thansettakij
EECO ผนึกทีเส็บ ดันไมซ์ขับเคลื่อน EEC สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ กระจายโอกาสสู่ชุมชน

EECO ผนึกทีเส็บ ดันไมซ์ขับเคลื่อน EEC สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ กระจายโอกาสสู่ชุมชน

24 มิ.ย. 69 | 02:00 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มิ.ย. 69 | 02:32 น.

EECO จับมือทีเส็บ ขับเคลื่อน EEC ผ่านอุตสาหกรรมไมซ์ หวังดึงการลงทุน พัฒนาสินค้าและบริการชุมชนในพื้นที่ พร้อมเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ 3 จังหวัด หนุนสินค้า EEC Select สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

KEY

POINTS

  • EECO และทีเส็บ (TCEB) ลงนามความร่วมมือ (MOU) เพื่อใช้อุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) เป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
  • มีเป้าหมายเพื่อผลักดัน EEC สู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งอนาคต โดยดึงดูดการลงทุนและสนับสนุน 5 คลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมาย
  • มุ่งเน้นการกระจายรายได้และโอกาสสู่ชุมชนใน 3 จังหวัด EEC (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง) ผ่านการยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการท้องถิ่นให้เชื่อมโยงกับธุรกิจไมซ์

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO และ ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ผ่านอุตสาหกรรมไมซ์

โดยมี นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ สายงานเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ EECO และ ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการทีเส็บ ร่วมเป็นพยาน พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วม ณ ห้องประชุม Conference สำนักงาน EECO กรุงเทพฯ

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. (EECO) และ ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการทีเส็บ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนา EEC ผ่านอุตสาหกรรมไมซ์ โดยมีผู้บริหารจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สำนักงาน EECO กรุงเทพฯ

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EECO กล่าวว่า EECO มีภารกิจหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ EEC ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งอนาคตของภูมิภาค ผ่านการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย และการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุนคุณภาพจากทั้งในและต่างประเทศ โดยมุ่งวางรากฐานให้กับ 5 คลัสเตอร์อุตสาหกรรมศักยภาพสูง ได้แก่ การแพทย์ครบวงจร ดิจิทัล ยานยนต์สมัยใหม่ BCG และบริการ รวมถึงการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับภาคการผลิตและบริการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

สำหรับยุทธศาสตร์การพัฒนาของ EEC นั้น มุ่งสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตในอนาคต โดยอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) จะเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายของ EEC โดยเฉพาะการท่องเที่ยวรายได้สูง การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และอุตสาหกรรมบริการ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มและดึงดูดการลงทุนเข้าสู่พื้นที่

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับทีเส็บในครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งในและต่างประเทศเข้ามาดำเนินธุรกิจในพื้นที่ EEC มากขึ้น พร้อมทั้งเป็นช่องทางสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่ EEC เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากกลไกทางกฎหมายและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของ EEC ได้อย่างเต็มศักยภาพ

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO

นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและชุมชน โดยมุ่งยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการในพื้นที่ 3 จังหวัด EEC ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์และบริการที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน EEC Select ให้สามารถเชื่อมโยงเข้าสู่อุตสาหกรรมไมซ์ได้มากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการนำสินค้าและบริการของชุมชนไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง สร้างมูลค่าเพิ่ม ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนแก่ชุมชน

ทั้งนี้ EEC ไม่ต้องการให้กิจกรรมไมซ์กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ต้องการให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกระจายสู่ชุมชนในทุกมิติ ทั้งด้านอาหาร ที่พัก การท่องเที่ยว และบริการท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างทั่วถึง

ดร.จุฬา กล่าวต่อว่า ความร่วมมือระหว่าง EECO และทีเส็บในครั้งนี้เกิดขึ้นจากการนำจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงานมาสนับสนุนการทำงานร่วมกัน เนื่องจากบางภารกิจไม่สามารถดำเนินการได้เพียงลำพัง จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงานพันธมิตร เพื่อให้การขับเคลื่อนงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับการประเมินผลความสำเร็จ EEC ไม่ได้มองเพียงตัวเลขเชิงปริมาณ แต่ให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของพื้นที่ผ่านตัวชี้วัดผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (Gross Regional Product: GRP) ของแต่ละจังหวัด ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ

ด้าน ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวว่า ทีเส็บเล็งเห็นศักยภาพของพื้นที่ EEC ในฐานะเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกที่ไม่ได้เป็นเพียงฐานของอุตสาหกรรมเป้าหมายเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพในการเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์และการท่องเที่ยวคุณภาพสูง ด้วยความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบนิเวศทางธุรกิจ โรงแรม ศูนย์ประชุม และผู้ประกอบการที่สามารถรองรับการจัดงานระดับนานาชาติได้

อุตสาหกรรมไมซ์มีบทบาทสำคัญในการสร้างเวทีเชื่อมโยงการลงทุน เครือข่าย นวัตกรรม และความร่วมมือจากทั่วโลกสู่พื้นที่ EEC โดยทีเส็บจะใช้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นเครื่องมือทางการตลาดและการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของ EEC เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนและนักเดินทางไมซ์จากทั่วโลกเข้าถึงศักยภาพของพื้นที่ ผ่านการประชุม งานแสดงสินค้า การเจรจาธุรกิจ การศึกษาดูงานภาคอุตสาหกรรม และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมไมซ์ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมด้านการประชุมและการจัดแสดงสินค้า แต่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ยกตัวอย่างเกาะไห่หนานของประเทศจีน ซึ่งใช้การจัดประชุมและนิทรรศการเป็นเครื่องมือดึงดูดงานระดับโลก เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนในพื้นที่ ขณะที่ปัจจุบันการแข่งขันของเมืองและประเทศต่าง ๆ ไม่ได้วัดจากจำนวนผู้เข้าร่วมงานหรือขนาดพื้นที่จัดงานเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับแนวคิด Smart Connection หรือความสามารถในการเชื่อมโยงผู้คน องค์ความรู้ และโอกาสทางธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อให้การจัดงานนำไปสู่การค้าและการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. (EECO) และ ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการทีเส็บ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)

EEC มีโรงแรมระดับโลกและศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ที่พร้อมรองรับการเป็นพื้นที่สำหรับ Global Conversation หรือเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระดับโลกในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยสามารถดึงผู้ประกอบการ นักลงทุน และนักธุรกิจจากต่างประเทศในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของ EEC ให้เข้ามาจัดงานในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยสร้างเครือข่ายนวัตกรรมและองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการไทยในพื้นที่

นอกจากนี้ ทีเส็บจะพัฒนาแนวทาง Factory Visit Routing เพื่อเชื่อมโยงการประชุมและการลงทุนเข้ากับการเรียนรู้ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ ควบคู่กับการใช้กลไกของอุตสาหกรรมไมซ์เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างชุมชนกับภาคเอกชน นำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นของภาคตะวันออกมาพัฒนาเป็นสินค้าพรีเมียมสำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กร โรงงาน และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมนำเสนอวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ไทยผ่านกิจกรรมไมซ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้กับชุมชนในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ทีเส็บยังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไมซ์ในพื้นที่ EEC ให้มีความเป็นมืออาชีพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ผ่านการพัฒนาสินค้า บริการ และผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือผ่าน 3 โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการ Empower Eastern Exhibition (EEE) เพื่อส่งเสริมงานแสดงสินค้าและกิจกรรมทางธุรกิจในอุตสาหกรรมเป้าหมาย

EECO–ทีเส็บ ลงนาม MOU ดันไมซ์ขับเคลื่อน EEC

ส่วนโครงการ EEC MICE Product Premium เพื่อยกระดับสินค้า บริการ และผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่ EEC และโครงการ EEC MICE Cluster Destination เพื่อส่งเสริมการตลาดและสร้างเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานสินค้า บริการ ชุมชน สถานที่จัดงาน และการจัดงานในพื้นที่ EEC ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อผลักดัน EEC สู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการลงทุนและไมซ์ระดับโลก

ในระยะยาวทีเส็บตั้งเป้าร่วมผลักดันโครงการสำคัญในพื้นที่ EEC ไปสู่เป้าหมาย Net Zero หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ พร้อมสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรมไมซ์และการพัฒนาเมือง เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน

ดร.ศุภวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของการพัฒนาพื้นที่ EEC จะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สภาอุตสาหกรรมฯ สมาคมโรงแรมไทย และเครือข่ายพันธมิตรต่าง ๆ ที่จะร่วมกันดึงดูดการลงทุน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

การจับมือระหว่าง EECO และทีเส็บในครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการบูรณาการศักยภาพด้านการลงทุนและอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ ถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรม ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานสินค้า บริการ ชุมชน และการจัดงานตามแนวทาง ESG ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนจากทั่วโลก และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่ EEC อย่างยั่งยืน