thansettakij
thansettakij
ทีเส็บเปิดแบรนด์ใหม่ 'MaxiMICE Thailand' ปักธงแชมป์ไมซ์อาเซียนสู่ระดับโลก

ทีเส็บเปิดแบรนด์ใหม่ 'MaxiMICE Thailand' ปักธงแชมป์ไมซ์อาเซียนสู่ระดับโลก

21 พ.ค. 69 | 06:25 น.
อัปเดตล่าสุด :21 พ.ค. 69 | 06:26 น.

ทีเส็บเปิดตัวแบรนด์ "MaxiMICE Thailand" ในเวทีโลก ชู 3 จุดแข็งยกระดับไทยสู่แพลตฟอร์มไมซ์ยั่งยืน ตอกย้ำแชมป์อันดับ 1 อาเซียน

KEY

POINTS

  • ทีเส็บเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “MaxiMICE Thailand” ในงาน IMEX Frankfurt 2026 เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ระดับโลก
  • แบรนด์ใหม่มุ่งชู 3 จุดแข็งหลัก ได้แก่ ความสะดวกสบายในการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐาน (Convenience) ประสบการณ์ที่หลากหลาย (Experience) และการสร้างผลกระทบเชิงบวกที่วัดผลได้ (Impact)
  • มีเป้าหมายเพื่อพลิกโฉมอุตสาหกรรมไมซ์ไทยจากการจัดงานทั่วไป สู่การเป็นเวทีสร้างความร่วมมือและแก้ไขปัญหาระดับโลกในประเด็นสำคัญ เช่น ความยั่งยืนและพลังงาน
  • ตอกย้ำสถานะผู้นำไมซ์อันดับ 1 ของอาเซียน จากการจัดอันดับของสมาคมการประชุมนานาชาติ (ICCA) และสถาบันระดับโลกอื่นๆ

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า การเปิดตัวแบรนด์ใหม่สำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ไทย “MaxiMICE Thailand – From Potential to Exponential” ในงาน IMEX Frankfurt 2026 ที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางไมซ์ระดับโลก ที่สามารถขับเคลื่อนวาระสำคัญทางเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืน พร้อมสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับผู้จัดงาน ผู้เข้าร่วมงาน และภาคธุรกิจจากทั่วโลก

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ ทีเส็บ

การเปิดตัวแบรนด์ “MaxiMICE Thailand” มีเป้าหมายสำคัญในการพลิกโฉมประเทศไทยสู่การเป็นแพลตฟอร์มระดับโลกด้านการจัดงานไมซ์ในภูมิภาคเอเชีย โดยมุ่งตอบโจทย์การจัดงานยุคใหม่ที่ไม่ได้วัดความสำเร็จจากจำนวนผู้เข้าร่วมงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และผลกระทบเชิงบวกในระยะยาว

 

ทั้งนี้อุตสาหกรรมไมซ์กำลังเปลี่ยนผ่านสู่บทบาทใหม่ จากเดิมที่เน้นการจัดประชุมหรือแสดงสินค้า มาเป็นเวทีสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติและพื้นที่ระดมแนวทางแก้ปัญหาโลกในประเด็นสำคัญ เช่น พลังงาน การเงิน สุขภาวะและการมีอายุยืนยาว ความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (DEI) รวมถึงความยั่งยืนและความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความสำคัญมากขึ้นท่ามกลางเศรษฐกิจและสังคมโลกที่ซับซ้อน

“ความสำเร็จของการจัดงานในปัจจุบันไม่ได้วัดกันที่จำนวนผู้เข้าร่วมงานอีกต่อไป แต่ต้องวัดจากคุณภาพของการเชื่อมโยงเครือข่าย ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง และผลกระทบในระยะยาว เพราะการจัดงานในวันนี้ต้องทำหน้าที่เป็นเวทีสำหรับการสร้างความร่วมมือ การระดมแนวทางแก้ไขปัญหา และการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง”

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการทีเส็บ นำทีมผู้บริหารและพันธมิตรไมซ์ไทยประกาศความพร้อมในงาน IMEX Frankfurt 2026

ชู 3 จุดแข็ง “MaxiMICE Thailand”

ทีเส็บพัฒนาแบรนด์ใหม่ผ่าน 3 แนวคิดหลัก เพื่อสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับอุตสาหกรรมไมซ์ยุคใหม่ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ประสบการณ์ และความยั่งยืน

1.MaxiMICE Your Convenience

แนวคิดแรก มุ่งตอกย้ำจุดแข็งของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่เดินทางสะดวกและเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการจัดงานระดับนานาชาติ ทั้งสนามบิน ระบบขนส่ง เมืองไมซ์ (MICE Cities) ระบบดิจิทัล และการสนับสนุนจากภาครัฐ

ในปี 2569 ประเทศไทยมีงานประชุมระดับโลกหลายงานที่เตรียมจัดขึ้น โดยมีหน่วยงานระดับกระทรวง หน่วยงานระดับเมือง และระดับจังหวัด ร่วมเป็นเจ้าภาพหรือสนับสนุนการจัดงาน ภายใต้แคมเปญ “Government-Ready” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้จัดงานต่างประเทศ

2.MaxiMICE Your Experience

แนวคิดที่สอง วางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่มอบประสบการณ์หลากหลายมากกว่าการประชุมภายในห้องสัมมนา โดยอาศัยจุดแข็งด้านวัฒนธรรม อาหาร วิถีชีวิต และเครือข่ายชุมชนท้องถิ่น

ปัจจัยสำคัญคือเครือข่ายเมืองไมซ์และชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ ที่พร้อมนำเสนอประสบการณ์เฉพาะตัวให้กับผู้เข้าร่วมงาน รวมถึงความร่วมมือกับ สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ TICA ซึ่งมีเครือข่ายผู้ประกอบการมืออาชีพที่มีทักษะด้านการออกแบบกิจกรรมและประสบการณ์เชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับการจัดงานไมซ์ในไทย

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการทีเส็บ แถลงเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “MaxiMICE Thailand” บนเวทีโลก

3.MaxiMICE Your Impact

แนวคิดที่สามมุ่งสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการบริหารจัดการและวัดผลกระทบจากการจัดงานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

ทีเส็บกำหนดให้การลดการปล่อยคาร์บอนและการบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพรินต์จากการจัดงานเป็นแนวปฏิบัติพื้นฐานของอุตสาหกรรมไมซ์ไทย พร้อมเปิดให้ผู้จัดงานสามารถเข้าถึงเครื่องมือบริหารคาร์บอนและเครือข่ายพันธมิตรด้านความยั่งยืน เพื่อช่วยบริหารผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ผู้ประกอบการไมซ์ไทยยังมีการพัฒนามาตรฐานการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรฐาน ISO และระบบบริหารจัดการที่ตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ผนึกพันธมิตรโลก ดันไมซ์ไทยสู่ Net Positive

ดร.ศุภวรรณ กล่าวว่า ทีเส็บยังเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการเข้าร่วมโครงการ “Net Zero Carbon Initiative” ร่วมกับ GDS-Movement และ Joint Meetings Industry Council ซึ่งมีการประกาศความร่วมมือภายในงาน IMEX Frankfurt 2026

ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยให้ทีเส็บสามารถนำประสบการณ์ด้านการพัฒนาความยั่งยืนของอุตสาหกรรมไมซ์ไทย มาผสานกับองค์ความรู้และแนวปฏิบัติระดับโลก เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยจากเป้าหมาย Net Zero ไปสู่ “Net Positive” หรือการสร้างผลกระทบเชิงบวกกลับคืนสู่สิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว

บรรยากาศผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกแห่เข้าเยี่ยมชมบูธประเทศไทยในงาน IMEX Frankfurt 2026 อย่างคึกคัก

เปิดแคมเปญ “Meet in Thailand” เจาะตลาดประชุมโลก

เพื่อผลักดันแบรนด์ MaxiMICE Thailand ให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรม ทีเส็บยังเปิดตัวแคมเปญ “Meet in Thailand” ซึ่งประกอบด้วย 3 แนวคิดหลัก ได้แก่ Meet Well, Meet Smart และ Meet Positive

แคมเปญดังกล่าวจะมุ่งสนับสนุนผู้วางแผนการประชุม ผู้เข้าร่วมงานไมซ์ และผู้จัดการประชุมวิชาชีพ ผ่านทั้งเงินสนับสนุน มาตรการส่งเสริมการตลาด และการอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ เพื่อดึงดูดงานประชุมและนิทรรศการระดับโลกเข้าสู่ประเทศไทยมากขึ้น

ไทยยังครองแชมป์ไมซ์อาเซียน

ด้าน International Congress and Convention Association เปิดเผยรายงานประจำปี 2025 ระบุว่า ประเทศไทยยังครองอันดับ 1 ของอาเซียนด้านการจัดประชุมนานาชาติ อันดับ 5 ของเอเชียแปซิฟิก และอันดับ 24 ของโลก จากการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมนานาชาติรวม 171 งาน

ขณะที่กรุงเทพมหานครยังติดอันดับ 1 ใน 10 เมืองชั้นนำของโลกสำหรับการจัดประชุมด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์

นอกจากนี้ รายงาน Cvent 2026 Ranking Report ยังจัดให้กรุงเทพฯ เป็นจุดหมายจัดประชุมอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สอดคล้องกับการจัดอันดับของ UFI ที่ยกให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการสนับสนุนอุตสาหกรรมจัดแสดงสินค้าจากภาครัฐดีที่สุด และยังครองอันดับ 1 ในอาเซียนด้านพื้นที่จัดแสดงสินค้าที่ขายได้

ดร.ศุภวรรณ กล่าวทิ้งท้าย การเปิดตัวแบรนด์ “MaxiMICE Thailand” จะเข้ามาต่อยอดความแข็งแกร่งของประเทศไทยในเวทีไมซ์โลก พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดต่างประเทศว่าไทยมีความพร้อมในการสร้างและขยายผลลัพธ์ของการจัดงาน ทั้งในมิติธุรกิจ ความยั่งยืน และผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต