
กรุงเทพฯตะวันออก เดือด ‘CPN-Ikano’ ปั้นมิกซ์ยูสมาสเตอร์แพลน 7 หมื่นล้าน รับ EEC
กรุงเทพฯตะวันออกเดือด “เซ็นทรัลพัฒนา” จับมือ “อิคาโน” ปั้นมิกซ์ยูสมาสเตอร์แพลน 7 หมื่นล้าน พลิกโฉมรับ EEC นำร่องทุ่ม 6,000 ล้าน ขยายเฟส 2 “เมกาบางนา”
KEY
POINTS
- เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และ อิคาโน่ เซ็นเตอร์ (Ikano) ร่วมทุนพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสมาสเตอร์แพลนขนาดใหญ่ในย่านบางนา มูลค่ารวม 70,000 ล้านบาท
- โครงการมีเป้าหมายเพื่อรองรับศักยภาพการเติบโตของกรุงเทพฯ ตะวันออก และเชื่อมโยงกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
- แผนพัฒนาระยะยาวครอบคลุมพื้นที่กว่า 325 ไร่ โดยจะขยายศูนย์การค้าเมกาบางนา และพัฒนาส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น อาคารสำนักงาน โรงแรม และที่พักอาศัย
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา “บางนา” เป็นหนึ่งในย่านที่มีการเติบโตโดดเด่นที่สุดของกรุงเทพฯ ด้วยโครงสร้างประชากรที่แข็งแกร่ง กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน บางนามีประชากรมากกว่า 3 ล้านคน เติบโต 2.8% ต่อปี และมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนสูงเป็นอันดับ 2 ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อยู่ที่ประมาณ 91,000 บาทต่อเดือน
สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตในระยะยาว นอกจากนี้ ด้วยทำเลยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อทั้งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทำให้บางนามีความพร้อมในการรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการขยายตัวของเมืองในอนาคต และเป็นโอกาสของ “เมกาบางนา” ที่จะขยายการลงทุนเพิ่ม
นายภูมิ จิราธิวัฒน์ Head of Hotels and Alternative investments บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ศูนย์การค้าเมกาบางนา โดยการร่วมทุนของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และ อิคาโน เซ็นเตอร์ เดินหน้าขยายศูนย์การค้าเมกาบางนาครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี ด้วยงบลงทุน 6,000 ล้านบาท เป็นโครงการส่วนต่อขยายจะเพิ่มพื้นที่โครงการรวม (GBA) อีก 1.7 แสนตร.ม. ประกอบด้วย ศูนย์การค้า และที่จอดรถเพิ่มเติม 1,750 คัน
ปั้นบิ๊กโปรเจ็ค 7 หมื่นล้าน
โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2571 ซึ่งจะส่งผลให้ศูนย์การค้าเมกาบางนา มีพื้นที่โครงการรวม 8 แสนตร.ม. นับเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของ “แผนพัฒนามิกซ์ยูสมาสเตอร์แพลนในระยะยาว” จากการร่วมทุนของ 2 บริษัท ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 325 ไร่ โดยในอนาคต จะมีพื้นที่โครงการรวม (GBA) กว่า 1.3 ล้าน ตร.ม. และคาดว่าเมื่อแล้วเสร็จจะมีมูลค่าโครงการรวม 7 หมื่นล้านบาท
“การขยายโครงการครั้งนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตระยะยาวของประเทศไทยและกรุงเทพฯ ตะวันออก โดยเฉพาะ “บางนา” ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านที่มีการเติบโตและการขยายตัวของเมืองมากที่สุดในกรุงเทพมหานคร โดยเป้าหมายของการพัฒนาในเฟสที่สอง จะเป็นมากกว่าการขยายพื้นที่ศูนย์การค้า เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต และเป็นจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิต ธุรกิจ และคอมมูนิตี้เข้าด้วยกัน
โดยในอนาคต เมกาบางนาจะได้รับการพัฒนาภายใต้แผนมิกซ์ยูสมาสเตอร์แพลนระยะยาว บนพื้นที่กว่า 325 ไร่ และเมื่อพัฒนาแล้วเสร็จจะมีพื้นที่โครงการรวม (GBA) กว่า 1.3 ล้าน ตร.ม. คาดว่ามูลค่าโครงการรวม 70,000 ล้านบาท โดยจะมีการพัฒนาองค์ประกอบอื่นๆ อีกในอนาคต อาทิ อาคารสำนักงาน โรงแรม ที่พักอาศัย
ซึ่งที่นี่มีเป้าหมายก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของกรุงเทพฯ ตะวันออก และเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตที่สำคัญของประเทศไทย พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การเติบโตของเมืองอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน”
รับกำลังซื้อย่านบางนา
อย่างไรก็ตาม ย่านบางนายังคงเป็นหนึ่งในพื้นที่เติบโตเร็วที่สุดของกรุงเทพฯ ทั้งจากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่กำลังซื้อสูง (Modern Affluent Family) และความต้องการด้านไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป การขยายโครงการครั้งนี้ได้รับการออกแบบขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปและรองรับการเติบโตของเมกาบางนาในอนาคต
ด้านนายเอเดรียน มิเรีย Ikano Centres, Part of Ikano Retail กล่าวว่า บริษัทเห็นศักยภาพการเติบโตของประเทศไทย และมองเห็นโอกาสของย่านบางนาในฐานะทำเลยุทธศาสตร์ ที่มีศักยภาพมากกว่าการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านรีเทล โดยตั้งแต่เปิดให้บริการ เมกาบางนาได้ต้อนรับผู้ใช้บริการมากกว่า 670 ล้านครั้ง รวมถึงสร้างสถิติผู้เข้าใช้บริการสูงสุดมากถึง 60 ล้านครั้งในปี 2568 พร้อมรักษาอัตราการเช่าพื้นที่เต็ม 100%
ขณะที่นายมาริส อโบลตินส์ กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกาบางนา และเมกาซิตี้ กล่าวว่า เมกาบางนาเชื่อว่าอนาคตของธุรกิจรีเทลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจับจ่ายใช้สอยอีกต่อไป เพราะปัจจุบัน ผู้คนให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาวะที่ดี สร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย และเติมเต็มการใช้ชีวิตในทุกวัน เราจึงพัฒนาเมกาบางนาให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับคนทุกเจเนอเรชัน
การขยายพื้นที่ศูนย์การค้าในครั้งนี้ ต่อยอดจากอินไซต์ของคนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะที่ดี การมีเวลาคุณภาพร่วมกันในคอมมูนิตี้ โดยต่อยอดความสำเร็จของ MEGA PARK สู่ผ่านการพัฒนาพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ส่วนกลางรูปแบบใหม่สำหรับทุกคนในครอบครัว สำหรับการออกแบบส่วนต่อขยายครั้งนี้ ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมสไตล์นอร์ดิก (Nordic Design)
เสริมทัพแบรนด์ดัง รีเทล-ร้านอาหาร
เมื่อส่วนต่อขยายแล้วเสร็จ เมกาบางนาจะมีแบรนด์ชั้นนำรวมกว่า 1,200 แบรนด์ มากที่สุดในกรุงเทพฯ ตะวันออก เพิ่มขึ้นจาก 900 แบรนด์ในปัจจุบัน โดยจะเป็นทั้งแบรนด์ใหม่กว่า 250 แบรนด์ที่เข้ามาเปิดให้บริการในกรุงเทพฯ ตะวันออกเป็นครั้งแรก รวมถึง Accessible Luxury อีกมากกว่า 20 แบรนด์ ผสานกับการยกระดับประสบการณ์ด้านรีเทล ร้านอาหาร ไลฟ์สไตล์
การขยายศูนย์การค้าเมกาบางนาในครั้งนี้ ได้รับแรงขับเคลื่อนจาก 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1.ศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องของย่านบางนา และ 2.พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยกลุ่มครอบครัวยังคงเป็นฐานลูกค้าหลักและเป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุดของเมกาบางนา ปัจจุบันกลุ่ม Modern Family และ Modern Affluent Family ให้ความสำคัญกับสุขภาวะที่ดี ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป ผลักดันให้เกิดความต้องการรูปแบบใหม่ด้วย
สำหรับจุดแข็งของเมกาบางนา คือการมี Ecosystem ธุรกิจรีเทลแข็งแกร่งยาวนานกว่า 14 ปี ปัจจุบัน เมกาบางนา มีแบรนด์ดังและร้านค้าชั้นนำกว่า 900 ร้านค้า แบ่งเป็นกลุ่มร้านอาหาร 176 ร้าน และร้านค้าปลีก 730 ร้าน โดยมีผู้เช่าหลัก ได้แก่ IKEA แห่งแรกในประเทศไทย, เซ็นทรัล ดีพาร์ทเมนท์ สโตร์, โฮมโปร, บิ๊กซี และเมกา ซีนีเพล็กซ์ เป็นต้น






