thansettakij
thansettakij
นายกฯ ประกาศพร้อมให้ฝ่ายค้านซักฟอกรัฐบาล 6 ธ.ค. เป็นต้นไป

นายกฯ ประกาศพร้อมให้ฝ่ายค้านซักฟอกรัฐบาล 6 ธ.ค. เป็นต้นไป

27 ต.ค. 69 | 06:37 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ต.ค. 69 | 06:42 น.

นายกฯ อนุทิน” เผย ครม.พร้อมรับซักฟอก 6 ธ.ค. 2569 เป็นต้นไป โยนวิปรัฐบาลหารือฝ่ายค้าน เคาะเวลา ย้ำ “ตัวผมอย่างไรก็ได้”

KEY

POINTS

  • นายกรัฐมนตรีแจ้งว่า รัฐบาลมีความพร้อมให้ฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป
  • สาเหตุที่กำหนดเป็นช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากนายกฯ และคณะรัฐมนตรีมีภารกิจสำคัญทั้งในและต่างประเทศตลอดเดือนพฤศจิกายน
  • สำหรับกรอบเวลาและจำนวนวันในการอภิปราย นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้วิป 3 ฝ่ายเป็นผู้หารือเพื่อหาข้อสรุป

วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการกำหนดกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ได้รับหนังสือจากนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว และได้นำเรื่องกรอบเวลาการอภิปรายเข้าสู่การหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว โดยรัฐบาลจะตอบกลับไปเพื่อแจ้งช่วงเวลาที่ ครม. สะดวกที่สุด ซึ่งเป็นช่วงตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลจะกำหนดกรอบเวลาให้ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจกี่วัน นายอนุทิน กล่าวว่า ให้เป็นหน้าที่ของวิปฯ ไปหารือกัน

 

ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านอาจขอเวลาอภิปราย 5 วัน นายกรัฐมนตรีระบุว่า ต้องให้วิปฯ ไปหารือกันก่อน โดยในการประชุมวิป 3 ฝ่ายครั้งที่ผ่านมา ซึ่งไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ฝ่ายค้านแจ้งว่าต้องการเวลาอภิปราย 5 วันเฉพาะในสัปดาห์นี้ ส่วนวันอื่น ๆ หากใช้เวลา 4 วันก็ไม่มีปัญหา
นายอนุทิน กล่าวว่า “จริง ๆ วันนี้เราควรอยู่ในสภาฯ แล้วฟังการอภิปรายแล้ว แต่เมื่อฝ่ายค้านไม่ยอม เราก็ต้องหาวันที่เหมาะสมที่ทุกฝ่ายและรัฐมนตรีทุกคนปลอดภารกิจ”

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หากฝ่ายค้านต้องการเวลาอภิปราย 5 วัน รัฐบาลจะยินยอมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า เรื่องดังกล่าวต้องให้วิปฯ เป็นผู้หารือกัน พร้อมย้ำว่า โดยส่วนตัวไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวนวันที่ใช้ในการอภิปราย โดยกล่าวว่า “ตัวผมอย่างไรก็ได้”

เปิดภารกิจรัฐบาลแน่น พ.ย. 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเหตุผลที่ต้องพิจารณากำหนดวันอภิปรายไปในช่วงเดือนธันวาคมนั้น เนื่องจากตลอดเดือนพฤศจิกายน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายคน มีภารกิจสำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดยเบื้องต้น นายอนุทิน มีกำหนดเดินทางไปจังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 2–3 พฤศจิกายน เพื่อเป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลก และเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร 

จากนั้น ระหว่างวันที่ 13–14 พฤศจิกายน มีกำหนดต้อนรับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรี แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ก่อนเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 49 ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 16–18 พฤศจิกายน

ต่อมา ระหว่างวันที่ 19–22 พฤศจิกายน นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเดินทางไปเมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 33 และในวันที่ 23–24 พฤศจิกายน จะเข้าร่วมประชุมกับเลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย

ขณะที่วันที่ 28–29 พฤศจิกายน มีกำหนดเดินทางไปประเทศเวียดนาม เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี–เจ้าพระยา–แม่โขง (ACMECS) ครั้งที่ 11

นอกจากภารกิจของนายกรัฐมนตรีแล้ว รัฐมนตรีหลายคนยังมีภารกิจที่ต้องดำเนินการในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งภารกิจต่างประเทศของกระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคม รวมถึงนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับคู่เจรจาสำคัญ ได้แก่ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตลอดจนการเตรียมการพระราชพิธีสำคัญที่ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนธันวาคม