thansettakij
thansettakij
จับตาซักฟอก “ไชยชนก” 4 ปมร้อน AI Passport–สินบน 40 ล้านบาท

จับตาซักฟอก “ไชยชนก” 4 ปมร้อน AI Passport–สินบน 40 ล้านบาท

21 ต.ค. 69 | 03:50 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ต.ค. 69 | 03:57 น.

ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี เปิดเกมชิงเวลาในสภา จับตา “ไชยชนก ชิดชอบ” กับประเด็นตรวจสอบงบ AI Passport กว่า 1.6 พันล้านบาท ข้อเสนอสินบนเดือนละ 40 ล้านบาท และคำถามเกี่ยวกับธุรกิจสามี “สุชาดา”

KEY

POINTS

  • นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี เป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมี 4 ประเด็นหลักที่ถูกจับตา
  • ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกคือโครงการ TH-AI Passport ที่มีข้อกังขาเรื่องความคุ้มค่าของงบ 1.6 พันล้านบาท
  • อีกประเด็นร้อนคือกรณีที่นายไชยชนกเคยเปิดเผยว่ามีผู้เสนอสินบนเดือนละ 40 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์
  • มีการตั้งคำถามถึงผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากธุรกิจของสามี น.ส.สุชาดา ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเลขานุการ รมว.ดีอี

การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลรอบนี้มีประเด็นให้ติดตามทั้งกรอบเวลาตรวจสอบรัฐมนตรี 18 คน และข้อมูลที่ฝ่ายค้านจะนำเสนอ โดยนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี เป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่ถูกจับตา จากข้อถกเถียงเรื่องโครงการ TH-AI Passport และความคืบหน้าการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์

อย่างไรก็ตาม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ยังไม่ได้เปิดเผยว่า นายไชยชนก จะถูกอภิปรายมากน้อยเพียงใด โดยระบุว่าต้องรอติดตามการอภิปรายจริงเมื่อญัตติเข้าสู่การพิจารณาของสภา

ฝ่ายค้านขออภิปราย 4 วัน ลงมติอีก 1 วัน

ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา นายณัฐพงษ์ ตั้งข้อสังเกตต่อข้อเสนอให้ใช้เวลาอภิปรายเพียง 3 วันว่า หากรวมเวลาชี้แจงของรัฐบาลด้วย อาจทำให้ฝ่ายค้านเหลือเวลาตรวจสอบรัฐมนตรี 18 คนเพียงประมาณ 2 วัน

ฝ่ายค้านจึงเสนอให้จัดเวลาอภิปราย 4 วัน และลงมติในวันที่ 5 พร้อมเรียกร้องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรนัดหารือวิป 3 ฝ่าย เพื่อหาข้อยุติเรื่องวันและการจัดสรรเวลา ตามรายงานของสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา TPchannel

ด้านข้อเสนอของรัฐบาลที่มีรายงานในช่วงก่อนการอภิปราย คือการอภิปรายวันที่ 27–29 ตุลาคม 2569 และลงมติวันที่ 30 ตุลาคม จึงต้องแยกวันอภิปรายออกจากวันลงมติให้ชัดเจน และติดตามข้อยุติจากการหารืออีกครั้ง

 

ไชยชนก ชิดชอบ

เปิด 4 ประเด็นที่ต้องติดตาม

จากข้อมูลที่ถกเถียงที่ปรากฏต่อสาธารณะ สามารถแบ่งประเด็นตรวจสอบที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงดีอีได้ 4 เรื่อง โดยยังไม่ใช่การยืนยันว่าฝ่ายค้านจะนำทุกเรื่องเข้าสู่การอภิปราย

1. TH-AI Passport: ความคุ้มค่าของงบกว่า 1.6 พันล้านบาท

โครงการ TH-AI Passport ถูกตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจริง

ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่รายละเอียดสัญญา เงื่อนไขการให้บริการ จำนวนผู้ใช้งานจริง และผลลัพธ์ที่วัดได้ ทั้งด้านการเพิ่มทักษะและการนำปัญญาประดิษฐ์ไปใช้สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

ก่อนหน้านี้ นายไชยชนก ยืนยัน เดินหน้าโครงการ พร้อมปฏิเสธการแทรกแซงข้อกำหนดและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยระบุว่าสามารถตรวจสอบได้ ตามรายงานของ โพสต์ทูเดย์ ส่วนข้อสงสัยเรื่องการเอื้อประโยชน์หรือกำหนดเงื่อนไขเพื่อเอกชนรายใด ยังต้องพิสูจน์จากเอกสารและผลตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

2. ข้อเสนอสินบนเดือนละ 40 ล้านบาท: คดีคืบหน้าถึงไหน

อีกประเด็นคือกรณี นายไชยชนก เคยเปิดเผยต่อรัฐสภาว่า ก่อนเข้ารับตำแหน่ง มีผู้ติดต่อผ่านคนรู้จักเสนอเงินเดือนละ 40 ล้านบาท แลกกับการไม่ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บไซต์ผิดกฎหมาย

คำถามที่ต้องติดตามคือ การตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องและพยานหลักฐานมีความคืบหน้าเพียงใด รวมถึงมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร

ทั้งนี้ นายไชยชนก เคยชี้แจงว่ามีการตรวจสอบภายในและส่งข้อมูลให้ตำรวจและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติแล้ว จึงไม่ควรสรุปว่าไม่มีการดำเนินการสอบสวนแต่อย่างใด

3. ธุรกิจสามีสุชาดา: ตรวจสอบหุ้นและเส้นทางการเงิน

กรณี นายไท่หยาง ซาง สามีของนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เป็นอีกเรื่องที่ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการลงทุนในกิจการที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ Shuffle.com และการแสดงรายการทรัพย์สิน

ข้อมูลล่าสุดที่มีรายงานเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ระบุว่า นางสาวสุชาดา ชี้แจงว่าสามีเคยถือหุ้น 1.47% และขายหุ้นก่อนที่เธอจะได้รับเลือกตั้งเป็น สส. ขณะที่นายไท่หยางเข้าให้ข้อมูลต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษในฐานะพยาน 

ประเด็นที่ต้องพิสูจน์ต่อจึงเป็นเอกสารการถือครองและโอนหุ้น ช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง และหน้าที่ในการแสดงรายการทรัพย์สิน โดยข้อมูลที่ปรากฏยังไม่เพียงพอให้สรุปว่าบุคคลใดกระทำผิด

4. บทบาทอดีตเลขานุการ รมว.ดีอี: มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

การที่นางสาวสุชาดาเคยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำให้เกิดคำถามว่าธุรกิจของคู่สมรสเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่หรือการตัดสินใจของหน่วยงานรัฐหรือไม่

การตรวจสอบเรื่องนี้ต้องอาศัยหลักฐานเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ ช่วงเวลาดำรงตำแหน่ง และการดำเนินการที่เกี่ยวข้องโดยตรง การมีความสัมพันธ์ทางครอบครัวเพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่ามีการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์

ส่วนกรณีเหรียญ SHFL พบชื่ออยู่ในเอกสารจัดกลุ่มค่าความเสี่ยงสินทรัพย์ดิจิทัลของ ก.ล.ต. จริง แต่เอกสารดังกล่าวเพียงอย่างเดียวยังไม่ยืนยันข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงหรือใช้อิทธิพลทางการเมือง และไม่ควรเรียกว่าเป็น “บัญชีซื้อขายของ ก.ล.ต.” ตามเอกสารที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ ก.ล.ต.

จับตาหลักฐานและคำชี้แจงในสภา

แหล่งข่าวจากกระทรวงดิจิทัลฯ ระบุว่า น้ำหนักของศึกอภิปรายครั้งนี้อยู่ที่หลักฐานที่ฝ่ายค้านจะนำเสนอ คำชี้แจงของรัฐมนตรี และความคืบหน้าของหน่วยงานตรวจสอบ โดยเฉพาะความคุ้มค่าของงบประมาณและมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายต่อธุรกิจออนไลน์

ส่วนผลต่อความเชื่อมั่นรัฐบาลหรือคะแนนนิยมในการเลือกตั้ง ยังต้องติดตามจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏระหว่างการอภิปรายและปฏิกิริยาของประชาชน ไม่อาจสรุปล่วงหน้าได้จากข้อกล่าวหาเพียงด้านเดียว.