thansettakij
thansettakij
“พริษฐ์”แฉรัฐบาลบีบเวลาซักฟอก ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์วงวิป จี้หาวันใหม่

“พริษฐ์”แฉรัฐบาลบีบเวลาซักฟอก ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์วงวิป จี้หาวันใหม่

22 ต.ค. 69 | 11:23 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ต.ค. 69 | 11:37 น.

“พริษฐ์” นำฝ่ายค้านวอล์กเอาต์วงวิป ซัดรัฐบาลบีบเวลาซักฟอก จี้เปิดทางหาวันใหม่ “ชัยชนะ”เสนอเลื่อนไปวันที่ 7–11 พ.ย. แต่รัฐบาลแจ้งว่าติดภารกิจเช่นกัน

KEY

POINTS

  • ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์จากการประชุมวิป 3 ฝ่าย หลังไม่สามารถตกลงกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจกับรัฐบาลได้
  • รัฐบาลเสนอเวลาอภิปรายเพียง 3 วัน (27-29 ต.ค.) ขณะที่ฝ่ายค้านต้องการเวลา 5 วัน เพื่อซักฟอกรัฐมนตรี 18 คน
  • ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ประธานสภาฯ ประสานงานกับคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดช่วงเวลาสำหรับการอภิปรายใหม่ที่เหมาะสม

“พริษฐ์ วัชรสินธุ”เผยเหตุวอล์กเอาต์จากการประชุมวิป 3 ฝ่าย หลังไม่สามารถตกลงวันอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ โดยรัฐบาลยืนยันกรอบวันที่ 27–29 ต.ค. ขณะที่ฝ่ายค้านยืนยันต้องการเวลาอภิปราย 5 วัน รวม 60 ชั่วโมง เพื่อซักฟอกรัฐมนตรี 18 คน พร้อมกล่าวหารัฐบาลพยายามจำกัดพื้นที่ตรวจสอบของฝ่ายค้าน จี้ประธานสภาฯ ทำหนังสือกลับไปยัง ครม. เพื่อหาช่วงเวลาใหม่ภายในสมัยประชุมนี้ ด้าน “ชัยชนะ”เผยฝ่ายค้านเสนอเลื่อนไปวันที่ 7–11 พ.ย. แต่รัฐบาลแจ้งว่าติดภารกิจเช่นกัน

วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินออกจากการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร หรือวิป 3 ฝ่าย ซึ่งมีวาระหารือกำหนดวันประชุมและจัดสรรเวลาสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 

โดยระบุว่า ที่ประชุมยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ เนื่องจากรัฐบาลยังยืนยันกรอบเวลาการอภิปรายในวันที่ 27–29 ตุลาคม ขณะที่ฝ่ายค้านเห็นว่าระยะเวลาดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ต้นตอของปัญหามาจากทัศนคติของรัฐบาลที่มองว่าสภาผู้แทนราษฎรเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายบริหาร ทั้งที่สภาฯ มีหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลรัฐบาล โดยที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติกำหนดกรอบวันอภิปรายส่งมายังสภาฯ ก่อนที่วิป 3 ฝ่ายจะหารือร่วมกันอย่างเป็นทางการเช่นครั้งนี้

“การกำหนดวันที่ ครม.สะดวกเพียงฝ่ายเดียว แล้วพยายามให้ฝ่ายค้านดำเนินการภายใต้กรอบเวลาที่รัฐบาลกำหนด เป็นการจำกัดพื้นที่การทำงานของฝ่ายค้าน และสะท้อนถึงความพยายามแทรกแซงกลไกตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ”

นายพริษฐ์ ยังยกตัวอย่างการประชุมประธานคณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มต้นจากการหารือเพื่อแก้ปัญหาความซ้ำซ้อนของหัวข้อการทำงาน แต่กลับมีความพยายามผลักดันให้การกำหนดประเด็นที่แต่ละคณะกรรมาธิการจะพิจารณาต้องผ่านมติที่ประชุม โดยเห็นว่าแนวทางดังกล่าวแตกต่างจากแนวปฏิบัติที่ผ่านมา และอาจเปิดช่องให้เสียงข้างมากใช้กลไกในกรรมาธิการปิดกั้นการตรวจสอบรัฐบาลได้

ย้ำฝ่ายค้านพร้อมเลื่อน 

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านให้ความสำคัญกับการจัดสรรวันและเวลาอภิปรายที่เพียงพอสำหรับทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายค้านต้องมีเวลาเสนอข้อกล่าวหาและชี้แจงข้อมูล ขณะที่ ครม.ต้องมีเวลาอธิบายและตอบข้อซักถามต่อสภาฯ อย่างเหมาะสม

แม้ในช่วงแรกฝ่ายค้านจะวางแผนอภิปรายในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน แต่เมื่อเห็นว่า รัฐบาลมีภารกิจสำคัญ โดยเฉพาะกรณีนายกรัฐมนตรีต้องเข้าร่วมการประชุมนานาชาติ ฝ่ายค้านก็พร้อมพิจารณาเลื่อนวันออกไป หากสามารถจัดสรรเวลาให้ทั้งสองฝ่ายได้อย่างเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม นายพริษฐ์ ระบุว่า แม้ฝ่ายค้านจะย้ำข้อเสนอเรื่องการเลื่อนวันอภิปรายมาโดยตลอด แต่รัฐบาลยังคงยืนยันว่าจะต้องอภิปรายในสัปดาห์หน้า และไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรเวลา 5 วัน หรือจำนวนชั่วโมงที่ฝ่ายค้านมองว่าเพียงพอต่อการทำหน้าที่ จึงทำให้การหารือครั้งนี้ไม่สามารถหาข้อสรุปได้

“เรายินดีขยับเวลาออกไป หากจำเป็น เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีวันและเวลาที่เพียงพอ แต่จนถึงวันนี้รัฐบาลยังไม่มีข้อเสนอที่จะแก้ปัญหา ยังคงยืนยันว่าจะอภิปรายสัปดาห์หน้า จึงไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้” นายพริษฐ์ กล่าว

จี้ครม.เปิดทางเจรจารอบใหม่

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ก่อนเดินออกจากที่ประชุม ตนได้เสนอให้ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ในฐานะประธานการประชุม ทำหนังสือแจ้งกลับไปยัง ครม. ว่าวิป 3 ฝ่าย ไม่สามารถหาข้อสรุปเกี่ยวกับการอภิปรายในช่วงวันที่ 27–29 ตุลาคมได้ พร้อมขอให้ ครม. เสนอช่วงเวลาใหม่ที่เป็นไปได้ภายในสมัยประชุมนี้ ซึ่งยังเหลือเวลาในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม

อย่างไรก็ตาม รองประธานสภาฯ ยังไม่ได้รับปากว่า จะดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าว นายพริษฐ์ จึงฝากข้อเสนอผ่านสื่อไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน เพื่อเปิดทางให้ทุกฝ่ายกลับมาเจรจาหาข้อสรุปใหม่

พร้อมเห็นว่า หากรัฐบาลยืนยันว่า ต้องอภิปรายในช่วงวันที่กำหนดเท่านั้น ก็ต้องตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่สามารถหาวันอื่นในเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคมได้ ทั้งที่ยังเหลือเวลาอีกประมาณ 2 เดือน ในสมัยประชุมนี้ พร้อมย้ำว่า การหาวันใหม่เป็นสิ่งที่ควรดำเนินการ เพื่อให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นตามกลไกของรัฐสภา

เมื่อถามว่าการที่ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์จะเปิดทางให้รัฐบาลกำหนดวันอภิปรายเองได้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นอำนาจของประธานสภาฯ แต่ประธานต้องวางตัวเป็นกลาง และควรนำข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแจ้งกลับไปยัง ครม. ว่าการหารือของวิป 3 ฝ่ายยังไม่ได้ข้อสรุป จึงจำเป็นต้องกำหนดช่วงเวลาใหม่เพื่อเจรจากันอีกครั้ง

เสนอเลื่อนเป็น 7–11 พ.ย.แต่รัฐบาลไม่ว่าง

ด้าน นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในการประชุมได้เสนอให้เลื่อนการอภิปรายจากช่วงปลายเดือนตุลาคมไปเป็นวันที่ 7–11 พฤศจิกายน หากรัฐบาลไม่สะดวกในสัปดาห์หน้า แต่ ครม. แจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการในช่วงเวลาดังกล่าวได้เช่นกัน

นายชัยชนะ กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจที่รัฐบาลอ้างว่าเพิ่งได้รับหนังสือและมีมติ ครม. เกี่ยวกับกรอบวันอภิปราย ทั้งที่การยื่นญัตติไม่ไว้วางใจเป็นประเด็นที่สังคมรับทราบอยู่แล้ว พร้อมระบุว่า ฝ่ายค้านได้แสดงความยืดหยุ่นเรื่องเวลา และพยายามหาทางออกแล้ว หากรัฐบาลไม่สะดวกในสัปดาห์หน้าก็ควรพิจารณาวันอื่นได้

“การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดจากการกล่าวหารัฐบาล ดังนั้นรัฐบาลมีหน้าที่ต้องชี้แจงต่อสังคม” นายชัยชนะ กล่าว

ต้องอภิปรายรัฐมนตรี 18 คนให้ครบถ้วน 

นายพริษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระบวนการกำหนดวันอภิปรายในครั้งนี้แตกต่างจากแนวทางที่ผ่านมา โดยปกติหลังฝ่ายค้านยื่นญัตติ ประธานสภาฯ จะนัดหมายทุกฝ่ายหารือร่วมกันอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจต้องประชุม 2–3 ครั้ง ก่อนแจ้งข้อสรุปไปยัง ครม. เพื่อยืนยันวันอภิปรายอย่างเป็นทางการ

แต่ครั้งนี้กลับมีการประชุมหลังจาก ครม. มีมติส่งหนังสือกำหนดกรอบวันมายังสภาฯ แล้ว จึงอยากให้ประธานสภาฯ ส่งหนังสือกลับไปเพื่อเริ่มต้นกระบวนการหารือใหม่อย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ ฝ่ายค้านเตรียมเนื้อหาสำหรับการอภิปรายรัฐมนตรี 18 คน โดยวางกรอบเวลาไว้ 5 วันเต็ม รวม 60 ชั่วโมง หากจำเป็นต้องลดเวลา นายพริษฐ์ ระบุว่า นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้กล่าวถึงการจัดระเบียบเนื้อหาใหม่แล้ว แต่ต้องไม่ทำให้สาระสำคัญของการตรวจสอบสูญหายไป