
นิด้าโพลชี้“มหาดไทย”รับศึกหนักซักฟอก ปมเศรษฐกิจทำเครียดสุด
นิด้าโพลเปิดผลสำรวศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 38.78% ประชาชนมองกระทรวงมหาดไทยรับศึกหนักที่สุด ขณะที่ 34.27% ชี้ข้อกล่าวหาไร้ความสามารถแก้เศรษฐกิจ ทำรัฐบาลเครียดหนักสุด
KEY
POINTS
- ผลสำรวจนิด้าโพลชี้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 38.78% มองว่ากระทรวงมหาดไทยจะเผชิญศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจหนักที่สุด
- ประเด็นที่ทำให้รัฐบาลต้องเครียดหนักที่สุด คือ ข้อกล่าวหาเรื่องการขาดความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ 34.27%
- ประชาชน 45.65% เชื่อว่าฝ่ายค้านมีหลักฐานที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมในการอภิปรายรัฐมนตรีทั้ง 18 คน
- ส่วนใหญ่ 40.84% คาดว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหลังการอภิปรายสิ้นสุดลง
นิด้าโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พบ 38.78% มองกระทรวงมหาดไทยรับศึกหนักที่สุด ขณะที่ 34.27% ชี้ข้อกล่าวหาไร้ความสามารถแก้เศรษฐกิจ ทำรัฐบาลเครียดหนักสุด ด้าน 45.65% เชื่อฝ่ายค้านมีหลักฐานชัดเจนครบทั้ง 18 รัฐมนตรี ส่วน 30.38% มอง สส.กล้าธรรมลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 18 คน ขณะที่ 40.84% เชื่อหลังศึกซักฟอกไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
นิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ทั้งประเด็นที่รัฐบาลต้องเผชิญแรงกดดัน กระทรวงที่คาดว่าจะรับศึกหนัก ความชัดเจนของหลักฐานฝ่ายค้าน ตลอดจนทิศทางการลงมติของ สส.พรรคกล้าธรรม และสถานการณ์ทางการเมืองภายหลังการอภิปราย
การสำรวจ ตั้งหัวข้อว่า “อภิปรายไม่ไว้วางใจ ใครรับศึกหนัก” สำรวจระหว่างวันที่ 12-14 ตุลาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง
เศรษฐกิจทำรัฐบาลเครียดหนักสุด
เมื่อถามถึงประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลที่จะทำให้ฝ่ายรัฐบาลต้องเครียดหนัก พบว่า ประชาชน 34.27% มองว่าเป็นข้อกล่าวหาเรื่องการขาดความสามารถในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ รองลงมา 28.93% ระบุว่า ทุกประเด็นทำให้รัฐบาลต้องเครียดทั้งหมด และ 26.26% มองว่าประเด็นกรณีคดีฮั้วการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จะเป็นอีกเรื่องที่สร้างแรงกดดันให้รัฐบาล
ขณะที่ 25.88% ระบุถึงข้อกล่าวหาเรื่องความไร้ความสามารถในการแก้ไขวิกฤตค่าครองชีพ และ 23.97% มองว่าข้อกล่าวหาเกี่ยวกับพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน 22.44% ระบุว่า กรณีคดีการทุจริตการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น
16.72% ระบุว่า การโดนกล่าวหาว่าใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง 14.43% ระบุว่า การโดนกล่าวหาว่า ละเลยในการจัดการกับขบวนการทุนเทา 7.56% ระบุว่า การโดนกล่าวหา เรื่องระบอบสีน้ำเงิน 5.34% ระบุว่า ไม่มีประเด็นอะไรที่ต้องเครียด
3.59% ระบุว่า กรณีโครงการ TH-AI Passport ส่วนอีก 3.44% ระบุว่า การโดนกล่าวหาว่าขาดธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน และ 1.60% ระบุว่า การโดนกล่าวหาว่า ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุล
"มหาดไทย"ถูกมองรับศึกหนักที่สุด
สำหรับกระทรวงที่ประชาชนมองว่าจะต้องรับศึกหนักในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พบว่า กระทรวงมหาดไทยมาเป็นอันดับหนึ่ง 38.78% รองลงมา 23.05% ระบุว่าทุกกระทรวงต้องรับศึกหนัก ตามด้วยสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งรวมถึงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 21.37%
สำหรับ กระทรวงมหาดไทย นอกจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ยังนั่งควบเก้าอี้ รมว.มหาดไทย (มท.1) อีกด้วย
ส่วนกระทรวงพาณิชย์อยู่ที่ 18.63% และกระทรวงการคลัง 16.26% สะท้อนว่าประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ และปากท้องประชาชน เป็นอีกกลุ่มประเด็นที่อยู่ในความสนใจของผู้ตอบแบบสำรวจ
เชื่อฝ่ายค้านมีหลักฐานครบ 18 รัฐมนตรี
เมื่อถามถึงความชัดเจนและความเป็นรูปธรรมของหลักฐานที่ฝ่ายค้านจะนำมาใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พบว่า 45.65% เชื่อว่าฝ่ายค้านจะมีหลักฐานที่เป็นรูปธรรมและชัดเจนในการอภิปรายรัฐมนตรีทั้ง 18 คน ขณะที่ 41.22% มองว่าฝ่ายค้านจะมีหลักฐานชัดเจนสำหรับรัฐมนตรีบางคน
ส่วน 11.76% เชื่อว่าฝ่ายค้านจะไม่มีหลักฐานที่เป็นรูปธรรมและชัดเจนสำหรับรัฐมนตรีทั้ง 18 คน และอีก 1.37% ไม่ทราบหรือไม่ตอบคำถาม
ฟันธงกล้าธรรมโหวตให้รัฐบาลยกแผง
สำหรับทิศทางการลงมติของ สส.พรรคกล้าธรรม ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พบว่า ประชาชน 30.38% มองว่า สส.พรรคกล้าธรรมจะลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 18 คน รองลงมา 22.75% คาดว่าจะงดออกเสียง และ 18.32% มองว่าจะลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีบางคน
ขณะที่ 9.93% คาดว่าจะไม่เข้าร่วมการลงมติ ส่วน 8.24% มองว่าจะลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 18 คน และ 6.11% คาดว่าจะลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคน
เชื่อหลังซักฟอกไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เมื่อถามถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับรัฐบาลภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พบว่า ประชาชน 40.84% มองว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง รองลงมา 26.34% คาดว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)
และ 19.39% มองว่าอาจมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่
ส่วน 9.69% คาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล และ 3.28% มองว่าอาจมีรัฐมนตรีบางคนลาออกจากตำแหน่ง







