thansettakij
thansettakij
นายกฯ สั่งผู้ว่าฯ ทั่วไทยลุยปราบนอมินีที่ดิน ฟันตัวการใหญ่ให้จบ ธ.ค. 69

นายกฯ สั่งผู้ว่าฯ ทั่วไทยลุยปราบนอมินีที่ดิน ฟันตัวการใหญ่ให้จบ ธ.ค. 69

19 ต.ค. 69 | 07:13 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ต.ค. 69 | 08:14 น.

นายกฯ อนุทิน เปิดปฏิบัติการ LAND ACTION ปราบนอมินีถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว สั่งผู้ว่าฯ -เจ้าพนักงานที่ดินทั่วประเทศ ผนึกสอบกลุ่มเสี่ยง ฟันตัวการใหญ่ ภายใน ธ.ค. 2569

KEY

POINTS

  • นายกรัฐมนตรีสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเปิดปฏิบัติการ "LAND ACTION" ปราบปรามนอมินีถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว โดยตั้งเป้าจัดการกลุ่มเสี่ยงให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569
  • การตรวจสอบจะมุ่งเน้นการสืบสวนให้ถึงตัวการใหญ่และผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ผ่านการตรวจสอบเส้นทางการเงินและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้พิจารณาแค่ชื่อผู้ถือครองตามเอกสาร
  • หากพบการถือครองที่ดินโดยมิชอบ จะดำเนินการบังคับจำหน่ายตามกฎหมาย พร้อมทั้งมีมาตรการสกัดกั้นการเปลี่ยนตัวนอมินีและป้องกันการเกิดรายใหม่

นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เปิดปฏิบัติการ LAND ACTION ปราบนอมินีถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว สั่งผู้ว่าฯ และเจ้าพนักงานที่ดินทั่วประเทศ บูรณาการตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงให้ได้ข้อยุติภายใน ธ.ค. 2569 พร้อมย้ำว่าต้องสาวถึงผู้มีอำนาจควบคุมและผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง โดยต้องตรวจเส้นทางการเงินและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่หยุดแค่ชื่อผู้ถือหุ้นตามทะเบียน หากพบถือครองโดยมิชอบให้ดำเนินการบังคับจำหน่ายที่ดินตามกฎหมาย พร้อมปิดช่องเปลี่ยนตัวนอมินีและสกัดรายใหม่ ย้ำรัฐบาลจริงจังกับผู้กระทำผิด แต่เป็นธรรมกับนักลงทุนต่างชาติที่ทำธุรกิจสุจริตและปฏิบัติตามกฎหมายไทย ภายใต้แนวทาง “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม”

 

นายกฯคิกออฟปราบนอมินีที่ดิน

วันที่ 19 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการปราบปรามนอมินี บังคับจำหน่ายและตรวจสอบการถือครองที่ดินกลุ่มเสี่ยง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ภายใต้ปฏิบัติการ LAND ACTION ซึ่งจัดโดยกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม รวมถึง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

                    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย มอบนโยบายปราบนอมินีที่ดินทั่วประเทศ

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลมีเจตนารมณ์ชัดเจนในการป้องกันและปราบปรามการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าวโดยมิชอบ เพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมายไทย เนื่องจากที่ดินเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ การถือครองและใช้ประโยชน์จึงต้องเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและเป็นธรรม ไม่เปิดช่องให้บุคคลหรือกลุ่มทุนแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากร ความมั่นคงของประเทศ และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย

รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามทุนสีเทา ธุรกิจผิดกฎหมาย และเครือข่ายนอมินี โดยชื่นชมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งร่วมกันบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด จนเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้มีการใช้บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นตัวแทนอำพราง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายและเอาเปรียบประชาชน

สั่งลุยปราบนายทุนที่ดินอยู่เบื้องหลัง

นายอนุทิน เน้นย้ำว่า การตรวจสอบต้องไม่จำกัดอยู่เพียงชื่อผู้ถือครองที่ดิน หรือรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ปรากฏในทะเบียนเท่านั้น แต่ต้องขยายผลไปถึงบุคคลที่มีอำนาจควบคุมกิจการ ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง แหล่งที่มาของเงินทุน เส้นทางการเงิน ทรัพย์สิน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถระบุตัวผู้กระทำผิดที่แท้จริง รวมถึงตรวจสอบเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังและดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างครบถ้วน

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยยังคงยินดีต้อนรับการลงทุนจากต่างประเทศที่ดำเนินการโดยสุจริต โปร่งใส และปฏิบัติตามกฎหมายไทย รวมถึงการถือครองหรือใช้สิทธิในที่ดินที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยรัฐบาลจะดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันต้องให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการและนักลงทุนที่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับปฏิบัติการ LAND ACTION นายอนุทินกล่าวว่า ความสำเร็จไม่ได้วัดจากจำนวนกรณีที่ตรวจพบเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้แต่ละกรณีมีข้อยุติและสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างแท้จริง การดำเนินงานจึงไม่อาจอาศัยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ทั้งข้อมูลนิติบุคคล โครงสร้างผู้ถือหุ้น แหล่งเงินทุน การถือครองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ตลอดจนเส้นทางการเงินและผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง

มอบ 3 นโยบายเร่งดำเนินการเป็นรูปธรรม ธ.ค.

นายกรัฐมนตรีได้มอบข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมที่ดินและผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เร่งดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมใน 3 ด้านสำคัญ ดังนี้

1. เร่งตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงให้ได้ข้อยุติภายในเดือน ธ.ค. 2569

นายอนุทิน สั่งการให้กรมที่ดินและผู้ว่าราชการจังหวัดจัดลำดับความสำคัญของกรณีที่ต้องตรวจสอบ กำหนดผู้รับผิดชอบ ขั้นตอนดำเนินงาน และกรอบเวลาให้ชัดเจน เพื่อเร่งคลี่คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของกลุ่มเสี่ยงให้ได้ข้อยุติเป็นรายกรณีภายในเดือน ธ.ค. 2569

หากพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายนอมินี หรือพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายความผิดอื่น ต้องส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่มีอำนาจรับผิดชอบและขยายผลโดยไม่ล่าช้า โดยการตรวจสอบต้องมุ่งค้นหาผู้ที่มีอำนาจสั่งการและรับผลประโยชน์จริง ไม่ใช่ตรวจสอบเพียงบุคคลที่มีชื่อปรากฏในเอกสาร

2. บังคับจำหน่ายที่ดินที่ถือครองโดยมิชอบ พร้อมสกัดการเปลี่ยนตัวนอมินี

ในกรณีที่ตรวจสอบพบว่ามีการถือครองที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรมที่ดินต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเต็มที่ รวมถึงการบังคับจำหน่ายที่ดินตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด พร้อมตรวจสอบการรับโอนและพฤติการณ์อื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเกิดผลจริง

นอกจากนี้ ต้องเฝ้าระวังไม่ให้ผู้กระทำผิดหลีกเลี่ยงมาตรการด้วยการเปลี่ยนตัวบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นนอมินีจากรายหนึ่งไปสู่อีกรายหนึ่ง โดยยังคงโครงสร้างการถือครองและผู้รับผลประโยชน์เดิมไว้ หากพบความเชื่อมโยงกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ต้องขยายผลตรวจสอบเครือข่ายที่เกี่ยวข้องด้วย

3. ปิดช่องนอมินีรายใหม่ พร้อมวางระบบป้องกันในระยะยาว

รัฐบาลกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลและข้อค้นพบจากปฏิบัติการครั้งนี้ไปปรับปรุงระบบเฝ้าระวัง ทั้งก่อนและหลังการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม รวมถึงติดตามความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผู้ถือหุ้นและพฤติการณ์ที่อาจบ่งชี้ถึงการใช้คนไทยเป็นตัวแทนถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว

                        นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย มอบนโยบายปราบนอมินีที่ดินทั่วประเทศ

ควบคู่กันนี้ ต้องสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ทางกฎหมายแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ เปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแสที่เข้าถึงได้ และเผยแพร่ผลการดำเนินงานในภาพรวมอย่างสม่ำเสมอ โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง และไม่เปิดเผยข้อมูลที่อาจกระทบต่อการดำเนินคดี                      

จี้ผู้ว่าฯ -ที่ดินจังหวัดปฏิบัติตามข้อสั่งการ

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมที่ดินต้องดำเนินการเกี่ยวกับการถือครองและการจำหน่ายที่ดินตามอำนาจหน้าที่ พร้อมประสานสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน เพื่อแยกแยะกรณีที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายออกจากกรณีที่อาจมีการใช้ตัวแทนอำพราง

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดทั่วประเทศ นำข้อสั่งการไปปฏิบัติในพื้นที่ทันที โดยเน้นการประสานงานอย่างใกล้ชิด การกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การปราบปรามนอมินีไม่หยุดอยู่เพียงการตรวจพบ แต่ต้องนำไปสู่การดำเนินการตามกฎหมายจนได้ข้อยุติ

นายอนุทิน ย้ำว่า รัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามการถือครองที่ดินโดยมิชอบอย่างจริงจัง ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความเป็นธรรม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ รักษาความเชื่อมั่นของประชาชน และสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริตและเคารพกฎหมาย โดยยึดแนวทาง “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” มุ่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงเป็นสำคัญ