thansettakij
thansettakij
“ทักษิณ”ยื่นขอนิรโทษกรรมล้างมลทินคดีทั้งหมดก่อนวางมือการเมือง

“ทักษิณ”ยื่นขอนิรโทษกรรมล้างมลทินคดีทั้งหมดก่อนวางมือการเมือง

12 ต.ค. 69 | 11:09 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ต.ค. 69 | 11:22 น.

“ทักษิณ”ยื่นคณะกรรมการสันติสุข ขอนิรโทษกรรมล้างมลทินคดีเกี่ยวกับการเมืองทั้งหมด “ทนาย” เผยอยากใช้ชีวิตสงบ ทำธุรกิจส่วนตัว วางมือการเมือง

KEY

POINTS

  • นายทักษิณ ชินวัตร ได้ยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรมในทุกคดีความของตนเอง เพื่อต้องการล้างมลทิน
  • ให้เหตุผลว่า คดีทั้งหมดมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง และยืนยันว่าต้องการวางมือทางการเมืองเพื่อใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
  • คำร้องจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการเพื่อกลั่นกรองว่าเข้าข่ายตามกฎหมายหรือไม่ ก่อนส่งให้คณะกรรมการชุดใหญ่ตัดสิน ในกรอบเวลา 180 วัน

“ทักษิณ ชินวัตร”ยื่นคำร้องต่อ คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอนิรโทษกรรม ล้างมลทินคดีทั้งหมด ชี้ข้อกล่าวหามีมูลเหตุทางการเมือง ด้าน “ทนาย” เผยเจ้าตัวต้องการพิสูจน์สิ่งที่ทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติ ย้ำอายุมากแล้ว อยากใช้ชีวิตสงบ ทำธุรกิจส่วนตัว ไม่ประสงค์ยุ่งการเมืองอีก 

ขณะที่ปลัดสำนักนายกฯ เตรียมส่งอนุกรรมการกลั่นกรองตรวจสอบก่อนชงบอร์ดใหญ่ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” นั่งประธาน ย้ำต้องพิจารณามูลเหตุจูงใจทางการเมืองและหลักฐานประกอบให้ชัดเจน พร้อมเร่งดำเนินการตามกรอบกฎหมาย 180 วัน

“ทักษิณ”ยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรมคดีการเมือง

วันที่ 12 ต.ค. 2569 นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมา นายทักษิณ ได้มอบอำนาจให้ตนยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ผ่านศูนย์บริการร่วมของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ส่งถึงประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เพื่อขอให้วินิจฉัยสิทธิในการได้รับนิรโทษกรรม และพ้นจากความรับผิดทั้งปวง ตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2568

นายวิญญัติ กล่าวว่า การพิจารณาจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการ โดยคาดหวังให้มีการตีความกฎหมายอย่างกว้างขวาง ไม่เลือกปฏิบัติ และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างแท้จริง พร้อมขอให้พิจารณาข้อเท็จจริงและรายละเอียดทั้งหมดอย่างรอบด้าน
 

สำหรับคำร้องครั้งนี้ เป็นการยื่นขอรับสิทธินิรโทษกรรมในคดีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยไม่ได้แยกยื่นเป็นรายคดี เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาว่าข้อกล่าวหาและคดีที่ นายทักษิณ นำมาอ้างนั้น อยู่ในขอบเขตที่กฎหมายกำหนดให้ได้รับนิรโทษกรรมหรือไม่

หวังล้างมลทินคดี-ไม่ยุ่งการเมืองอีก 

นายวิญญัติ ระบุว่า “การยื่นของ นายทักษิณ ต้องการล้างมลทิน ท่านต้องการทำให้เห็นว่า สิ่งที่ท่านทำมาทั้งหมด เพื่อประชาชนและประเทศชาติ และเป็นเรื่องที่ล้วนเกี่ยวกับการเมืองทั้งสิ้น 

เพราะฉะนั้น การยื่นนี้ท่านต้องการล้างมลทินเรื่องที่กล่าวหาท่าน และท่านได้รับโทษ ท่านต้องการทำมาหากิน ใช้ชีวิตสงบสุข ท่านอายุมากแล้ว และประสงค์ไม่ยุ่งเรื่องการเมือง หรือไปลงการเมืองอะไร”

เผยประเด็นสำคัญ"ทักษิณ"ขอนิรโทษกรรม

ทั้งนี้ มติชนออนไลน์ ได้เปิดเผยถึงประเด็นสำคัญที่ นายทักษิณ ยื่นคำร้อง โดยระบุในคำร้องว่า

คดีความทั้งหมดมีมูลเหตุเกี่ยวเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมืองและแรงจูงใจทางการเมืองในช่วงปี 2548-2559 โดยเฉพาะเหตุการณ์รัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ซึ่งกระบวนการตรวจสอบและดำเนินคดีในเวลาต่อมา สืบเนื่องมาจากการใช้อำนาจภายหลังรัฐประหาร เปรียบเสมือน “ผลไม้ของต้นไม้พิษ” (Fruit of the Poisonous Tree) ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นธรรม

นายทักษิณ ยังได้ยกคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวม 4 คดีหลัก (ครอบคลุมถึง 8 คดีตามข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง) มาประกอบการพิจารณา ได้แก่ คดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2553 (คดีริบทรัพย์ 46,373 ล้านบาทเกี่ยวกับการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)) คดี อม.4/2551, อม.5/2551 และ อม.10/2552 

โดยระบุว่า เข้าข่ายความผิดตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ลำดับที่ 29 (ประกาศ คปค. ฉบับที่ 30 เรื่องการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ) และความผิดที่เกี่ยวพันกัน

ในคำร้องยังระบุด้วยว่า เมื่อพิจารณาจากคำพิพากษาศาลฎีกาทั้งหมดไม่ปรากฏข้อวินิจฉัยใดที่ระบุชัดเจนว่า ผู้ร้องกระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ อีกทั้งยังได้กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานอภัยลดโทษ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 ซึ่งเหลือโทษจำคุก 1 ปี และได้พ้นโทษครบถ้วนแล้ว 

โดยในพระบรมราชโองการระบุถึงการทำคุณประโยชน์และความสำนึกในความผิด ซึ่งควรนำมาประกอบการพิจารณาคืนสิทธิอย่างเสมอภาค เท่าเทียม และไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายในการสร้างเสริมสังคมสันติสุข และยุติความขัดแย้งทางการเมืองอย่างยั่งยืน

“ฉัตรชัย”ขอเช็กคำร้องก่อนส่งอนุฯกลั่นกรอง

ด้าน นายฉัตรชัย บางชวด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวว่า ขอไปตรวจสอบก่อนว่ามีการยื่นคำร้องเข้ามาอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ หากได้รับคำร้องจริง จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการ ซึ่งมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน เพื่อพิจารณาว่าคำร้องดังกล่าวเข้าข่ายที่จะรับไว้พิจารณาตามกฎหมายหรือไม่

นายฉัตรชัย ชี้ว่า นายทักษิณ มีสิทธิยื่นคำร้องตามกระบวนการ แต่การยื่นคำร้องไม่ได้หมายความว่าจะได้รับนิรโทษกรรมโดยอัตโนมัติ โดยคณะอนุกรรมการจะต้องตรวจสอบเนื้อหาและเหตุผลที่ยกขึ้นอ้างก่อน หากเห็นว่าเข้าเงื่อนไข จึงจะส่งเรื่องต่อให้คณะกรรมการชุดใหญ่ ซึ่งมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

ดูมูลเหตุทางการเมืองไม่ใช่ทุกคดีจะเข้าข่าย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ นายทักษิณ อ้างว่าต้องการล้างมลทินและต้องการให้ประเทศเกิดความสามัคคีปรองดอง สามารถใช้เป็นเหตุผลในการขอรับนิรโทษกรรมได้หรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า การพิจารณาต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยจำเป็นต้องตรวจสอบว่าคดีมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองหรือไม่

หากเป็นคดีทั่วไปที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมือง ก็อาจไม่เข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรมตามกฎหมายฉบับนี้ ขณะที่บางกรณีอาจต้องมีการแสดงหลักฐานหรือข้อมูลเพื่อสนับสนุนว่าคดีนั้น มีมูลเหตุหรือความเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองอย่างไร

เร่งพิจารณาตามกรอบเวลา 180 วัน

นายฉัตรชัย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ยังไม่ได้กำหนดวันประชุมอย่างเป็นทางการ โดยจะประสานสอบถามไปยังปลัดกระทรวงยุติธรรมอีกครั้ง เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมคำร้องต่าง ๆ เพื่อเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรอง

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการประชุมในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากกฎหมายกำหนดกรอบเวลาให้คณะกรรมการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน จึงต้องเร่งตรวจสอบคำร้องและดำเนินการตามขั้นตอนให้ทันระยะเวลาที่กำหนด