thansettakij
thansettakij
ACT เปิดแผล 1 ปี “รัฐบาลอนุทิน” ชี้คอร์รัปชันฝังรากลึก โยงการเมือง-ชนชั้นนำ

ACT เปิดแผล 1 ปี “รัฐบาลอนุทิน” ชี้คอร์รัปชันฝังรากลึก โยงการเมือง-ชนชั้นนำ

05 ต.ค. 69 | 06:33 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ต.ค. 69 | 06:59 น.

ACT เปิดแผล 1 ปี “รัฐบาลอนุทิน” ชี้คอร์รัปชันโยงการเมือง-ชนชั้นนำ เตือน “รัฐถูกแทรกแซง” จี้เร่งปฏิรูประบบ ปลุกไทย “โกงได้ แก้ได้”

KEY

POINTS

  • องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ACT) ประเมินผลงานรัฐบาลครบรอบ 1 ปี ชี้ว่า ปัญหาการทุจริตยังคงรุนแรงและฝังรากลึก โดยหลายกรณีอื้อฉาวเชื่อมโยงกับนักการเมืองและกลุ่มผู้มีอำนาจ
  • วิจารณ์ท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่เป็นอุปสรรคต่อการปราบปรามการทุจริต เช่น การปฏิเสธดัชนีชี้วัดคอร์รัปชัน (CPI) และการมองว่าการโกงเป็นปัญหาที่ตัวบุคคลไม่ใช่ระบบ
  • แม้มีข้อกังวล แต่ยังพบสัญญาณบวกจากการตื่นตัวและความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และประชาชน รวมถึงการเดินหน้าเข้าสู่มาตรฐานสากลเพื่อต่อต้านการทุจริต เช่น OECD และ OGP

“มานะ นิมิตรมงคล” ประธาน ACT ประเมินผลงานรัฐบาล “อนุทิน” ครบรอบ 1 ปี ชี้ปัญหาคอร์รัปชันยังรุนแรง ทั้งคดีอื้อฉาว นอมินี ทุนเทา บัญชีม้า และข้อกังขาต่อองค์กรอิสระ หลายกรณีเชื่อมโยงนักการเมืองและกลุ่มผู้มีอำนาจ พร้อมวิจารณ์ท่าทีรัฐบาลต่อสินบน-ทุจริตสอบท้องถิ่น-ดัชนี CPI หวั่นกระทบการมีส่วนร่วมของประชาชน

ขณะเดียวกันมองเห็นสัญญาณบวกจากความร่วมมือรัฐ-เอกชน-ประชาชน และการเดินหน้า OECD, OGP และมาตรฐานต่อต้านสินบน เชื่อหากนายกฯ สนับสนุนจริงจัง การแก้คอร์รัปชันอาจเกิดขึ้นได้จริง
 

3 ประเด็นน่ากังวลอร์รัปชัน-ทุนเทา-องค์กรอิสระ

วันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT โพสต์เฟซบุ๊ก หัวข้อ "1 ปี นายกอนุทิน: คอร์รัปชันเป็นอย่างไร" โดยระบุว่า 1 ปีที่ผ่านมาเกิดคดีและเรื่องอื้อฉาวที่เชื่อมโยงคอร์รับชันจำนวนมาก แม้บางกรณีเป็นเรื่องเก่าค้างคาแต่ก็ถูกขุดมาทวงถามต่อเนื่อง เพราะเชื่องช้าและค้านสายตาประชาชน

เมื่อมองภาพรวมตลอด 1 ปีของท่านนายกฯ อนุทิน จึงมีทั้งเรื่องที่น่ากังวลและการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามอง

เรื่องน่ากังวล..

1. เรื่องอื้อฉาวและคอร์รัปชันที่เกิดขึ้น หลายกรณีมีชื่อบุคคลในพรรคร่วมรัฐบาลปรากฏอยู่ด้วย

2. นอมินี ทุนเทา บัญชีม้า รุนแรงมากและมักเชื่อมโยงกับกลุ่มชนชั้นนำ ผู้มีอำนาจ รวมถึงนักการเมือง

3. ประชาชนไม่พอใจการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระฯ โดยเฉพาะ กกต. และ ป.ป.ช. มีหลายเรื่องที่สังคมกังขาว่า ผิดหลักนิติรัฐ ไม่เป็นธรรม และมีการครอบงำจากนักการเมืองใหญ่

3 ท่าที “นายกฯ” ต่อการต่อต้านคอร์รัปชัน

คำพูดของท่านนายกฯ ที่กลายเป็นอุปสรรคใหญ่ในการต่อต้านคอร์รัปชัน

1. ใครกล้าพูดเรื่องสินบน ต้องพร้อมถูกฟ้องกลับ ท่านนายกฯ กล่าวต่อสื่อมวลชนหลังภาคธุรกิจ (กกร. และเพื่อนไม่ทน) เผยผลสำรวจการเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่รัฐ ท่าทีนี้ทำให้คนไทยหวั่นเกรง เพราะไม่ต่างกับชี้นำและกระตุ้นให้ฟ้องปิดปากประชาชน

2. โกงสอบท้องถิ่นเกิดจาก “คน” ไม่ใช่ระบบ จึงไม่ต้องล้างบางหรือรื้อระบบกระทรวงมหาดไทย เป็นการปฏิเสธความจริง ว่าการโกงซ้ำๆ โกงมานานและโกงเป็นเครือข่ายทั่วประเทศ จำเป็นต้องปฏิรูประบบครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่จับคนโกงไม่กี่คนที่หลักฐานมัดชัดเจนแล้วเรื่องจบ

3. ปฏิเสธไม่เชื่อผลโพล เช่น CPI เพราะสำรวจจากความรู้สึกและทำให้ประเทศเสียหาย ทั้งที่การสำรวจนี้นานาชาติต่างยอมรับ การปฏิเสธทำให้หน่วยงานของรัฐและสังคมไทย ขาดตัวอ้างอิงร่วมกัน ขาดปัจจัยกระตุ้นให้ทุกฝ่ายเร่งแก้ไข

“สัญญาณบวก”ท่ามกลางวิกฤตคอร์รัปชัน

การเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามอง..

1. คอร์รัปชันที่เหมือนไฟรุมเร้าอยู่ขณะนี้ ทำให้ประชาชน ภาคธุรกิจ และเจ้าหน้าที่รัฐ ตื่นตัวและเห็นพ้องกันว่าถึงเวลาต้องจริงจังเรื่องการต่อต้านก่อนสายเกินไป ส่งผลให้เกิดพลังใหม่ของคนไทยที่ร่วมผลักดันประเทศให้เข้มแข็งขึ้น กรณีน่าสนใจ เช่น

1.1 กกร. และเพื่อนไม่ทน: เครือข่ายภาคธุรกิจที่รณรงค์และร่วมกันลงมือต่อต้าน ไม่ยอมให้สินบนกลายเป็นต้นทุนและภาระของคนไทย

1.2 กรรมการสิทธิมนุษยชน: รณรงค์ให้เห็นความเลวร้ายของการละเมิดสิทธิมนุษยชน และสิทธิของประชาชนที่เชื่อมโยงกับคอร์รัปชัน

1.3 สภาองค์กรผู้บริโภค: ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ประชาชนในฐานะผู้บริโภค มิให้ถูกเอาเปรียบ

1.4 สถาบันเพื่อการยุติธรรมฯ (TIJ): รณรงค์ให้กระบวนการยุติธรรมและสังคมไทยยึดมั่นหลักนิติธรรม พร้อมเชื่อมโยงองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งให้เข้าใจและร่วมมือกับไทย

4 ภารกิจใหญ่ไทยเดินหน้าสู่มาตรฐานสากล

2. ความจำเป็นที่ไทยต้องเดินหน้าเข้าเป็นสมาชิก 4 องค์กรสากล คือ

2.1 OECD แม้คืบหน้าไปกว่า 60% แต่ยังติดขัดหลายอุปสรรคสำคัญเช่น ปัญหาคอร์รัปชัน การบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นธรรม การแข่งขันทางเศรษฐกิจไม่เท่าเทียม ระบบรัฐไม่ทันสมัย ฯลฯ โดยทุกการเปลี่ยนแปลงต้องพร้อมรับการตรวจสอบจาก OECD เป็นระยะว่าเรา “ลงมือทำจริง”

2.2 อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบน “OECD Anti – Bribery Act” ยื่นสมัครแล้ว แต่ไทยยังต้องแก้กฎหมาย กลไกและกระบวนการตรวจสอบเอาผิด ลงโทษ ผู้เกี่ยวข้องกับคอร์รัปชันอย่างครอบคลุมฐานความผิดตามมาตรฐาน OECD

2.3 ภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership - OGP) กำหนดให้ไทยต้องยึดมาตรฐานสากลในการเปิดเผยและเชื่อมโยงข้อมูลสาธารณะในความครอบครองของรัฐอย่างครอบคลุม ทุกหน่วยงาน พร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าถึงง่ายได้จริง

2.4 ทำข้อตกลงการค้า FTA Thai - EU เป้าหมายคือเจรจาให้เสร็จสิ้นในปี 2569 โดยคำนึงถึงผลประโยชน์และผลกระทบในอนาคตที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนทุกกลุ่มอย่างรอบคอบ

แรงกดดันจากข้อ 1 ช่วยส่งผลให้ภารกิจเหล่านี้มีหน่วยงานรัฐและเอกชนร่วมเป็นแม่งานจำนวนมาก โดย “ไม่ปรากฏสัญญาณต่อต้านหรือขัดแย้ง” ด้วยเชื่อว่าบ้านเมืองถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างรอบด้านเสียที หลังพูดกันมากว่าสิบปี

ACT มีความหวังเป็นอย่างมากว่า หากมีการสนับสนุนอย่างจริงจังและมุ่งมั่นจากท่านนายกฯ ขบวนการแก้ปัญหาคอร์รัปชันก็อาจเกิดขึ้นได้จริง

จับตา “ปกรณ์ นิลพันธุ์” ผู้รับไม้แก้คอร์รัปชัน 

3. รัฐบาลใช้กลไกพิเศษในการต่อสู้คอร์รัปชัน โดยดึงภาคเอกชนและภาคประชาชนมาร่วมทำงานในรูปของ “คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต” (คตท.) เป็นกลไกหลักในการรับฟัง สร้างความร่วมมือ ความเข้าใจและความเชื่อมั่น เพื่อพัฒนากฎหมาย ระบบราชการและการบริการประชาชน แนวทางที่เปิดกว้างเช่นนี้ต่างโดยสิ้นเชิงกับสองรัฐบาลก่อนหน้า

4. โดดเด่นมากคือ รัฐบาลมอบหมายให้ท่าน ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นผู้ดูแลปฏิบัติการเหล่านี้ ท่านได้รับความเชื่อใจและยอมรับจากเจ้าหน้าที่รัฐ ภาคเอกชนและประชาชนที่เคยร่วมงานด้วย ว่าชัดเจนในเป้าหมาย มุ่งมั่น เข้าใจปัญหา เข้าใจหนทางแก้และรู้ว่าประเทศอื่นๆ เขาประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้อย่างไร โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูล และยึดถือ “ประโยชน์ของประชาชน” เป็นศูนย์กลางการปฏิรูปทั้งปวง

บทสรุป.. 

หลายสิบปีผ่านมา ปัญหาคอร์รัปชันไม่ได้เกิดจากคนโกงเพียงไม่กี่คน แต่เติบโตและฝังรากลึกในโครงสร้างอำนาจอย่างเข้มข้นทั้งระบบราชการและการเมือง ยุคนี้ยังมีนายทุนบางกลุ่มบางคนที่ยิ่งใหญ่จนแทรกแซงรัฐ (State Capture) ได้แทบทุกองคาพยพ

หากต้องการหยุด.. เราต้องเลิกเสียเวลาไปกับไล่ตามปัญหาด้วยการแก้ไขกฎหมาย แต่หันมายอมรับความจริงที่เกิดในระบบราชการ หน่วยงานรัฐ และการเมือง เพื่อมองให้เห็นรูรั่วที่เปิดอยู่ พร้อมปล่อยวางความรู้สึกที่เห็นแก่ชื่อเสียงและผลประโยชน์ขององค์กรหรือพวกพ้องน้องพี่

อย่ายอมให้คนโกงทำให้เราหวาดกลัว ท้อ และหมดหวัง

คนไทยต้องมั่นใจครับว่า “โกงได้..แก้ได้”
 

ที่มา : เพจมานะ นิมิตรมงคล