thansettakij
thansettakij
ประกาศกฎ ก.ตร.ใหม่มีผลวันนี้ เปิด 9 เหตุสั่งตำรวจ“ประจำ” 3 เหตุ“สำรองราชการ”

ประกาศกฎ ก.ตร.ใหม่ มีผลวันนี้ เปิด 9 เหตุสั่งตำรวจ“ประจำ” 3 เหตุ“สำรองราชการ”

ก.ตร.ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา มีผล 24 ก.ย. 2569 กฎ ก.ตร. 2569 เปิด 9 เหตุสั่งตำรวจ “ประจำ” 3 เหตุ “สำรองราชการ” พร้อมกรณีประพฤติไม่เหมาะสม เจอ “วินัย-คดีอาญา-คืนตำแหน่ง”

KEY

POINTS

  • ราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้กฎ ก.ตร.ฉบับใหม่ พ.ศ.2569 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เป็นต้นไป โดยยกเลิกกฎฉบับเดิมปี 2558
  • กำหนดเหตุผลในการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไป “ประจำ” ไว้ 9 กรณี เช่น ใกล้เกษียณอายุราชการ, ไปศึกษาหรือฝึกอบรม, หรือ ต้องรับกลับเข้ารับราชการ แต่ยังไม่มีตำแหน่งว่าง
  • ระบุ 3 เหตุผลหลักในการสั่งให้ “สำรองราชการ” ได้แก่ ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง, ถูกดำเนินคดีอาญา, หรือประพฤติตนไม่สมควรจนกระทบต่อประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งตำรวจไปประจำหรือสำรองราชการ พ.ศ. 2569 มีผลใช้บังคับ 24 กันยายนนี้ 2569 เป็นต้นไป ยกเลิกกฎเดิมปี 2558 กำหนด 9 เหตุสำหรับการสั่งไป “ประจำ” และ 3 เหตุสำหรับการ “สำรองราชการ” โดยเฉพาะกรณีถูกกล่าวหาวินัยร้ายแรง ถูกดำเนินคดีอาญา หรือไม่เคร่งครัดตามระเบียบและนโยบายสำคัญจนกระทบประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมกำหนดขั้นตอนพิจารณาพฤติการณ์เบื้องต้นภายใน 15 วัน และหลักเกณฑ์การแต่งตั้งกลับตำแหน่งเดิมหรือเทียบเท่า

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือส่วนราชการใดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือสำรองราชการในส่วนราชการใดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการสั่งตำรวจไปประจำ หรือ สำรองราชการใหม่ โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เป็นต้นไป และให้ยกเลิกกฎ ก.ตร.ฉบับเดิม พ.ศ. 2558

กฎฉบับใหม่นี้ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และมติ ก.ตร. ในการประชุมครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เป็นผู้ลงนามในกฎดังกล่าว 

สาระสำคัญอยู่ที่การกำหนดให้ชัดเจนว่า กรณีใดสามารถสั่งข้าราชการตำรวจไป “ประจำ” และกรณีใดสามารถสั่งให้ “สำรองราชการ” รวมถึงกำหนดขั้นตอนการพิจารณา และแนวทางการแต่งตั้งกลับเมื่อหมดเหตุแห่งการประจำหรือสำรองราชการ

9 เหตุสั่งตำรวจไป“ประจำ”ได้

ตามกฎ ก.ตร. การสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือส่วนราชการใดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิม เนื่องจากผู้บังคับบัญชาเห็นว่ามีความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ สามารถดำเนินการได้ใน 9 กรณี ได้แก่

1.ใกล้ครบเกษียณอายุราชการ โดยมีเวลารับราชการก่อนครบเกษียณไม่เกิน 6 เดือน และได้รับอนุมัติจาก ก.ตร.

2.ไปปฏิบัติราชการหรือเตรียมการก่อนไปปฏิบัติราชการในต่างประเทศ ตามภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

3.ไปศึกษา หรือฝึกอบรมเป็นระยะเวลาเกิน 1 ปี

4.ได้รับอนุญาตให้ลาติดตามคู่สมรส ซึ่งไปปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ ตามระเบียบว่าด้วยการลา

5.ได้รับอนุญาตให้ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ ตามระเบียบว่าด้วยการลา

6.มีการยุบเลิกส่วนราชการหรือยุบเลิกตำแหน่ง และยังไม่สามารถแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่นได้

7.กรณีต้องรับตำรวจกลับเข้ารับราชการ หลังมีการดำเนินการทางวินัยแล้วผลปรากฏว่าไม่ได้กระทำความผิด หรือกระทำผิดแต่ไม่ถึงขั้นถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก และไม่มีเหตุอื่นที่ต้องออกจากราชการ แต่ไม่มีตำแหน่งระดับเดิมว่างสำหรับรองรับการแต่งตั้ง

8.กรณีศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญา ว่าการกระทำไม่เป็นความผิดหรือไม่ได้กระทำความผิด และผู้บังคับบัญชาทบทวนการดำเนินการทางวินัยแล้วมีคำสั่งให้กลับเข้ารับราชการ แต่ไม่มีตำแหน่งระดับเดิมว่าง

9.มีเหตุผลและความจำเป็นอื่น โดยต้องได้รับอนุมัติจาก ก.ตร.
ทั้งนี้ กรณีที่กฎกำหนดให้ต้องได้รับอนุมัติจาก ก.ตร. ย่อมเป็นเงื่อนไขที่ต้องดำเนินการให้ครบถ้วนก่อนมีคำสั่งตามกรณีนั้น

3 เหตุสำคัญสั่งตำรวจ“สำรองราชการ”ได้

ส่วนการสั่งให้ข้าราชการตำรวจ สำรองราชการ ในส่วนราชการใดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิม กำหนดไว้ 3 กรณีหลัก

กรณีแรก ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง หรือถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดอาญา หรือถูกฟ้องคดีอาญา

อย่างไรก็ตาม กฎกำหนดข้อยกเว้นสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่สืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ แต่ยังไม่ถึงขั้นถูกสั่งพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามกฎหมาย

กรณีที่สอง อยู่ระหว่างการถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 137 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565

กรณีที่สาม ประพฤติตนไม่สมควร โดยไม่เคร่งครัดในการปฏิบัติราชการตามระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ หรือนโยบายสำคัญที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด จนส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายในหน้าที่ของตำรวจไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

กรณี“ประพฤติไม่สมควร”ต้องพิจารณาภายใน 15 วัน

สำหรับข้าราชการตำรวจที่เข้าข่ายกรณีตามข้อ 4 (3) คือ มีพฤติการณ์ไม่เคร่งครัดต่อระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ หรือนโยบายสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กฎกำหนดให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 91 ดำเนินการ พิจารณาพฤติการณ์และหลักฐานในเบื้องต้นภายใน 15 วัน

หากผลการพิจารณารับฟังได้ว่ามีพฤติการณ์ดังกล่าว และมีกรณีที่ต้องดำเนินการทางวินัย ก็ให้สั่งข้าราชการตำรวจผู้นั้นสำรองราชการ

เมื่อมีคำสั่งสำรองราชการแล้ว ให้กันตำแหน่งเดิม หรือตำแหน่งในระดับเดียวกับตำแหน่งเดิมของผู้ถูกสั่งสำรองราชการไว้เป็นเวลา 3 เดือน นับแต่วันที่คำสั่งมีผล

หากครบระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ผู้ถูกสั่งสำรองราชการยังไม่หมดเหตุสำรองราชการ ก็สามารถพิจารณาแต่งตั้งบุคคลอื่นไปดำรงตำแหน่งที่กันไว้ได้

ระหว่างสำรองราชการทำอย่างไร?

กฎ ก.ตร. กำหนดว่า วิธีดำเนินการระหว่างที่ข้าราชการตำรวจถูกสั่งสำรองราชการ รวมถึงเงื่อนไขในการพิจารณาแต่งตั้งภายหลังหมดเหตุสำรองราชการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร.

ขณะเดียวกัน หากตำรวจถูกสั่งให้ประจำหรือสำรองราชการโดยขาดจากอัตราเงินเดือนในตำแหน่งเดิม ก็สามารถสั่งไปประจำหรือสำรองราชการได้ในส่วนราชการที่มีอัตราประจำหรืออัตราสำรองราชการตามที่ ก.ตร. กำหนด

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังมีอำนาจตัดโอนอัตราประจำหรืออัตราสำรองราชการจากส่วนราชการหนึ่งไปเพิ่มให้อีกส่วนราชการหนึ่งได้ ตั้งแต่ระดับกองบังคับการหรือเทียบเท่าขึ้นไป

ตำแหน่ง"บิ๊กตำรวจ"ต้องนำความกราบบังคมทูล

กฎฉบับนี้ยังวางหลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับตำรวจระดับผู้บริหารระดับสูง กรณีผู้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแห่งชาติ หรือ ตำแหน่งเทียบเท่า หากถูกสั่งให้ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือส่วนราชการใด หรือสำรองราชการ จะต้องนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง นับตั้งแต่วันที่ประจำหรือสำรองราชการ

ส่วนกรณีตำรวจตั้งแต่ระดับ ผู้บังคับการหรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป นอกจากตำแหน่งที่ระบุข้างต้น เมื่อถูกสั่งประจำหรือสำรองราชการ จะต้องนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ

ถูกสั่งประจำ-สำรองราชการไม่ใช่ลดระดับ

อีกประเด็นที่กฎ ก.ตร. กำหนดไว้ คือ เพื่อประโยชน์ในการคัดเลือกแต่งตั้ง การเลื่อนเงินเดือน การรักษาวินัย การออกจากราชการ และสิทธิประโยชน์อื่นของข้าราชการตำรวจที่ถูกสั่งประจำหรือสำรองราชการ ให้ถือเสมือนว่าข้าราชการตำรวจผู้นั้น ยังดำรงตำแหน่งในระดับเดิม

หลักเกณฑ์ดังกล่าวทำให้การถูกสั่งไปประจำหรือสำรองราชการไม่ได้ทำให้ระดับตำแหน่งของข้าราชการตำรวจผู้นั้นเปลี่ยนแปลงไปโดยอัตโนมัติ

หมดเหตุแล้วต้องแต่งตั้งกลับในโอกาสแรก

เมื่อหมดความจำเป็นในการให้ประจำ หรือหมดเหตุในการให้สำรองราชการ และได้ดำเนินการตามเงื่อนไขที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดแล้ว ผู้มีอำนาจตามกฎหมายต้องดำเนินการแต่งตั้งในโอกาสแรกที่มีตำแหน่งว่างและเหมาะสม

กรณี ถูกสั่งประจำ ให้แต่งตั้งกลับไปดำรงตำแหน่งเดิม หรือตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งเดิม

ส่วนกรณี ถูกสั่งสำรองราชการ ให้แต่งตั้งกลับไปดำรงตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งที่เทียบเท่าตำแหน่งเดิม

หากจะให้ดำรงตำแหน่งที่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าตำแหน่งเดิม จะต้องเสนอ ก.ตร. เพื่อพิจารณาอนุมัติเป็นรายกรณี

กฎ ก.ตร.ใหม่มีผล 24 ก.ย. 2569 เป็นต้นไป

กฎ ก.ตร. ฉบับนี้กำหนดให้มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 23 กันยายน 2569 กฎฉบับใหม่จึงเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

พร้อมกันนี้ให้ยกเลิก กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือส่วนราชการใด หรือสำรองราชการในส่วนราชการใด พ.ศ. 2558

สำหรับตำรวจที่ถูกสั่งให้ประจำหรือสำรองราชการอยู่ก่อนวันที่กฎฉบับใหม่มีผลใช้บังคับ กฎกำหนดให้ถือว่าเป็นผู้ถูกสั่งให้ประจำหรือสำรองราชการตามกฎ ก.ตร. ฉบับใหม่ด้วย

ก.ตร. ระบุในหมายเหตุท้ายกฎว่า การออกกฎฉบับนี้มีขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2565 และมีกฎหมายลำดับรองที่ต้องออกมาเพื่อให้การบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

                                ประกาศกฎ ก.ตร.ใหม่ มีผลวันนี้ เปิด 9 เหตุสั่งตำรวจ“ประจำ” 3 เหตุ“สำรองราชการ”    ประกาศกฎ ก.ตร.ใหม่ มีผลวันนี้ เปิด 9 เหตุสั่งตำรวจ“ประจำ” 3 เหตุ“สำรองราชการ”    ประกาศกฎ ก.ตร.ใหม่ มีผลวันนี้ เปิด 9 เหตุสั่งตำรวจ“ประจำ” 3 เหตุ“สำรองราชการ”

 

คลิกดูจากราชกิจจานุเบกษา : https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/132041.pdf