thansettakij
thansettakij
ก.ตร.มั่นใจ“พล.ต.อ.สำราญ”นั่ง ผบ.ตร.คนใหม่ องค์กรไร้รอยร้าว

ก.ตร.มั่นใจ“พล.ต.อ.สำราญ”นั่ง ผบ.ตร.คนใหม่ องค์กรไร้รอยร้าว

22 ก.ค. 69 | 10:10 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ก.ค. 69 | 10:15 น.

ก.ตร.เอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เคาะ "พล.ต.อ.สำราญ นวลมา" นั่ง ผบ.ตร.คนที่ 16 ย้ำคัดเลือกตาม พ.ร.บ.ตำรวจฯ ยึดอาวุโสควบคู่ความรู้ความสามารถ เชื่อองค์กรไร้รอยร้าว

KEY

POINTS

  • ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีมติเป็นเอกฉันท์ 12-0 เสียง แต่งตั้ง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16
  • การคัดเลือกพิจารณาจากความอาวุโสควบคู่กับความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565
  • นายกรัฐมนตรี และ ก.ตร. แสดงความเชื่อมั่นว่า การแต่งตั้งครั้งนี้จะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือรอยร้าวภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เป็นประธานการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 7/2569 โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการพิจารณา 4 ราย ได้แก่ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ร่วมให้การต้อนรับ

การประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญคือ การคัดเลือกและแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 แทน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569  

ภายหลังการประชุม พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ก.ตร. มีมติ เป็นเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เสียง เห็นชอบแต่งตั้ง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 

พร้อมยืนยันว่า กระบวนการคัดเลือกเป็นไปตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ทุกขั้นตอน โดยพิจารณาทั้งด้านความอาวุโส ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ด้านงานสืบสวนสอบสวน รวมถึงงานป้องกันและปราบปราม 

พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เสนอรายชื่อรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรา 78 (1) ให้ที่ประชุม ก.ตร. พิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 23 (4) ซึ่งระหว่างการประชุมได้มีการอภิปรายและพิจารณาคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่ออย่างรอบด้าน 

สำหรับการลงมติ มีกรรมการ ก.ตร. เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 16 คน โดยรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทั้ง 4 คน ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อ ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับด้วยการออกจากห้องประชุมระหว่างการพิจารณาและลงคะแนน ทำให้เหลือผู้มีสิทธิออกเสียง 12 คน และมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เสียง 

ส่วนกรณีมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้มีลำดับอาวุโสอันดับ 3 นั้น พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ ชี้แจงว่า พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 เปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีใช้ดุลพินิจเสนอรายชื่อ โดยพิจารณา ความอาวุโสควบคู่กับความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ด้านงานสืบสวนสอบสวนและงานป้องกันปราบปราม ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าการดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความกังวลว่าจะเกิดการฟ้องร้องหรือความขัดแย้งภายในองค์กร พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการรักษาความรักความสามัคคีของข้าราชการตำรวจ โดยทุกฝ่ายเข้าใจว่า การคัดเลือกย่อมมีผู้ได้รับการแต่งตั้งเพียง 1 คน และอีก 3 คนไม่ได้รับการคัดเลือก 

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการ ก.ตร. ต่างเชื่อมั่นว่าข้าราชการตำรวจทุกนายจะร่วมมือกันปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป พร้อมขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหารอยร้าวภายในองค์กร