thansettakij
thansettakij
"สำราญ นวลมา"ไต่เต้าจากตำรวจนครบาลสู่"ผบ.ตร. คนที่ 16"

"สำราญ นวลมา"ไต่เต้าจากตำรวจนครบาลสู่"ผบ.ตร. คนที่ 16"

22 ก.ค. 69 | 09:47 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ก.ค. 69 | 09:55 น.

มติก.ตร.เอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เสียง เคาะ "พล.ต.อ.สำราญ นวลมา" ผงาด ผบ.ตร.คนที่ 16 นายพลสายปฏิบัติการ จาก 191 สู่ภารกิจใหญ่นำทัพตำรวจยุคใหม่

KEY

POINTS

  • คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีมติเป็นเอกฉันท์ 12-0 เสียง เห็นชอบให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16
  • พล.ต.อ.สำราญ เป็นนายตำรวจสายปฏิบัติการที่เติบโตมาจากงานป้องกันปราบปราม โดยไต่เต้าจากตำแหน่งในระดับสถานีตำรวจนครบาล จนถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)
  • มีจุดเด่นจากการเป็นนายตำรวจภาคสนาม ที่เข้าใจปัญหาในพื้นที่ และจะมีวาระการดำรงตำแหน่งยาวนานประมาณ 7 ปี จนถึงปี 2576

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับเก้าอี้ "ผู้นำทีพสีกากี" ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 (ผบ.ตร.คนที่ 16) เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีมติเห็นชอบให้ บิ๊กราญ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขึ้นดำรงตำแหน่ง “ผบ.ตรคนใหม่” แทนที่ บิ๊กต่าย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 

ผลการประชุม ก.ตร. ครั้งนี้ถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของวงการตำรวจ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. เป็นประธานการประชุม พิจารณารายชื่อแคนดิเดต 4 นาย ประกอบด้วย พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร พล.ต.อ.สำราญ นวลมา และ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ 

 

สำหรับการลงมติ ก.ตร. ลงคะแนน 12 ต่อ 0 เสียง เอกฉันท์ เห็นชอบ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เนื่องจากผู้ที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตไม่ได้ร่วมลงคะแนน เพื่อหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อนตามขั้นตอนการพิจารณา

"บิ๊กราญ"นายตำรวจสายปฏิบัติการ 

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา หรือที่รู้จักกันในวงการตำรวจว่า "บิ๊กราญ" ถือเป็นนายตำรวจที่เติบโตมาจากสายงานป้องกันปราบปรามและงานปฏิบัติการอย่างแท้จริง ไม่ได้มาจากสายงานธุรการหรือวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่ผ่านสนามจริงตั้งแต่ระดับสถานีตำรวจจนถึงระดับบริหารสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เกิดวันที่ 14 มิถุนายน 2516 ปัจจุบันอายุ 53 ปี เป็นชาวจังหวัดเพชรบุรี

จบการศึกษาจาก 

โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 34

โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 50 (นรต.50)

เส้นทางชีวิตจากโรงพักสู่ผู้นำทัพสีกากี 

เส้นทางราชการของ พล.ต.อ.สำราญ เริ่มต้นในปี 2540 ในตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลพระโขนง ก่อนจะผ่านงานสำคัญหลายตำแหน่ง ทั้งงานสืบสวน งานป้องกันปราบปราม และงานหน่วยปฏิบัติการพิเศษ 

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญ คือ การเข้ามารับผิดชอบงานใน กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการที่ต้องรับมือเหตุการณ์สำคัญและภารกิจเร่งด่วนจำนวนมาก ก่อนก้าวขึ้นเป็นผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ

จากนั้นเติบโตต่อเนื่อง

ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

จุดแข็ง"รู้พื้นที่ รู้คน รู้ปัญหา" 

การขึ้นสู่ตำแหน่ง ผบ.ตร. ของ พล.ต.อ.สำราญ ถูกจับตามองจากประสบการณ์บริหารพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในช่วงดำรงตำแหน่ง ผบช.น. ซึ่งต้องรับมือทั้งปัญหาอาชญากรรม การชุมนุมทางการเมือง เหตุความมั่นคง และภารกิจดูแลเมืองหลวง 

คนในวงการตำรวจมองว่า จุดเด่นของ "บิ๊กราญ" คือความเป็นนายตำรวจภาคสนาม ผ่านงานตั้งแต่ระดับโรงพัก ทำให้เข้าใจปัญหาของตำรวจชั้นผู้น้อยและข้อจำกัดของการทำงานในพื้นที่จริง

เก้าอี้ ผบ.ตร.กับภารกิจใหญ่ 

หลังได้รับความไว้วางใจจาก ก.ตร. ภารกิจสำคัญของ ผบ.ตร. คนที่ 16 คือ การบริหารองค์กรตำรวจในยุคที่เผชิญโจทย์ใหม่ ทั้งอาชญากรรมออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ การปฏิรูปองค์กร และการสร้างความเชื่อมั่นของประชาชน 

นอกจากนี้ พล.ต.อ.สำราญ ยังมีอายุราชการถึงปี 2576 ทำให้หากได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งและเข้ารับตำแหน่ง จะมีเวลาบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติประมาณ 7 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างยาวนานสำหรับการวางยุทธศาสตร์องค์กร 

จากนายตำรวจหนุ่มที่เริ่มต้นจากงานสอบสวนในโรงพัก สู่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 "สำราญ นวลมา" กำลังเข้าสู่บทบาทใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตราชการ 

โจทย์สำคัญที่ต้องเผชิญ คือ การทำให้ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”กลับมาเป็นองค์กรที่ประชาชน "เชื่อมั่นและไว้วางใจ" ซึ่งถือเป็นภารกิจที่ท้าทายที่สุดของ ผบ.ตร.คนใหม่

รายงานพิเศษ โดย...ฐานเศรษฐกิจออนไลน์