
ศาลเยาวชนฯ รุกให้ความรู้เด็ก “รู้ก่อนผิด คิดก่อนหลงทาง” สกัด 4 ภัยใกล้ตัว
ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางรุกให้ความรู้ด้านกฎหมายป้องกันตัวเองของเยาวชน “รู้ก่อนผิดคิดก่อนหลงทาง” สกัด 4 ภัยใกล้ตัว ที่โรงเรียนวิชูทิศดินแดง สังกัด กทม.
KEY
POINTS
- ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางจัดโครงการ “รู้ก่อนผิด คิดก่อนหลงทาง” เพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายแก่เด็กและเยาวชนในเชิงป้องกัน
- โครงการมุ่งเน้นให้ความรู้ใน 4 ประเด็นหลักที่เป็นภัยใกล้ตัว ได้แก่ ยาเสพติด, ความผิดทางไซเบอร์, ความผิดทางเพศ และ ความรุนแรงในครอบครัว
- กิจกรรมจัดขึ้นที่โรงเรียนวิชูทิศ กทม. โดยมีการบรรยายและให้นักเรียนมีส่วนร่วมผ่านการเดินรณรงค์และแสดงละครสะท้อนปัญหา
ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเดินหน้าภารกิจเชิงป้องกัน จัดโครงการ “รู้ก่อนผิด คิดก่อนหลงทาง” ครั้งที่ 1/2569 ที่โรงเรียนวิชูทิศ เขตดินแดง ถ่ายทอดความรู้กฎหมายที่เด็กและเยาวชนควรรู้ ทั้งยาเสพติด ความผิดทางไซเบอร์ ความผิดทางเพศ และ ความรุนแรงในครอบครัว พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักเรียน ม.1-ม.2 ร่วมเดินพาเหรดรณรงค์และแสดงละคร สะท้อนปัญหา หวังสร้างภูมิคุ้มกันทางกฎหมาย รู้เท่าทันความเสี่ยงและป้องกันตนเองก่อนก้าวพลาด
ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เดินหน้าภารกิจเชิงป้องกัน มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายให้แก่เด็กและเยาวชน เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันและป้องกันไม่ให้ก้าวเข้าสู่กระบวนการกระทำผิด จัดโครงการ “รู้ก่อนผิด คิดก่อนหลงทาง” ครั้งที่ 1/2569 ณ โรงเรียนวิชูทิศ เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร สังกัดกรุงเทพมหานคร
กิจกรรมดังกล่าวมี นางทิพวรรณ หัตถะปนิตร์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ โดยมีผู้บริหาร คณะครู นักเรียน ผู้พิพากษาสมทบ และเจ้าหน้าที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเข้าร่วมกิจกรรม
โครงการ “รู้ก่อนผิด คิดก่อนหลงทาง” เป็นกิจกรรมในลักษณะเชิงป้องกันของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ที่มุ่งให้เด็กและเยาวชนได้รับความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและผลกระทบจากการกระทำที่อาจนำไปสู่การกระทำผิด ตลอดจนสามารถนำความรู้ไปใช้ในการป้องกันตนเองและรู้เท่าทันสถานการณ์รอบตัว
ติวเข้ม 4 ภัยใกล้ตัว
ภายในงาน นายกมลศักดิ์ ชัยชนะวิชชกิจ เลขานุการศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนในประเด็นสำคัญ 4 เรื่อง ได้แก่ ยาเสพติด ความผิดทางไซเบอร์ ความผิดทางเพศ และความรุนแรงในครอบครัว
ทั้ง 4 ประเด็นถือเป็นเรื่องที่เด็กและเยาวชนควรมีความรู้ความเข้าใจทั้งในมิติของสิทธิ หน้าที่ และข้อกฎหมาย เพื่อให้สามารถแยกแยะพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่ความผิด รวมถึงรู้จักป้องกันตนเองเมื่อเผชิญกับสถานการณ์เสี่ยง
การให้ความรู้จึงไม่ได้มุ่งเพียงให้เด็กจดจำข้อกฎหมาย แต่เป็นการสร้างความเข้าใจว่า พฤติกรรมบางอย่างที่อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็ก หรือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน อาจมีผลทางกฎหมายตามมาได้ โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโลกออนไลน์ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และความรุนแรงภายในครอบครัว
เปิดพื้นที่เด็กเรียนรู้ผ่านกิจกรรม
นอกจากการบรรยายด้านกฎหมายแล้ว โครงการยังออกแบบกิจกรรมให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วม เพื่อให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างเข้าใจง่ายและเข้าถึงกลุ่มนักเรียนมากขึ้น
โดยนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-2 ของโรงเรียนวิชูทิศ ได้ร่วมกันจัด ขบวนพาเหรดรณรงค์ และการแสดงละครที่สะท้อนปัญหาทั้ง 4 ประเด็น ได้แก่ ยาเสพติด ความผิดทางไซเบอร์ ความผิดทางเพศ และความรุนแรงในครอบครัว
กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ถ่ายทอดมุมมองต่อปัญหาที่อยู่ใกล้ตัว ผ่านรูปแบบที่เข้าใจง่ายและสามารถเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างการมีส่วนร่วมของนักเรียนในการรณรงค์ป้องกันปัญหาสังคมในกลุ่มเด็กและเยาวชนด้วย
ศาลเยาวชนฯ เน้น “ป้องกันก่อนเกิดคดี”
แนวทางของโครงการสอดคล้องกับบทบาทของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางในการดูแลและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้เด็กเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นทาง
การนำความรู้ด้านกฎหมายออกไปสู่สถานศึกษา จึงเป็นอีกกลไกหนึ่งในการสร้างความเข้าใจแก่เด็กและเยาวชนว่า สิ่งใดสามารถทำได้ สิ่งใดมีความเสี่ยงต่อการกระทำผิด และเมื่อเกิดปัญหาควรขอความช่วยเหลือหรือปฏิบัติตนอย่างไร
โดยเฉพาะในยุคที่เด็กและเยาวชน ต้องเผชิญกับความเสี่ยงหลากหลายรูปแบบ ทั้งจากยาเสพติด การใช้สื่อสังคมออนไลน์ พฤติกรรมทางเพศ และปัญหาความรุนแรงในครอบครัว การมีความรู้พื้นฐานด้านกฎหมายจึงเป็นเสมือนภูมิคุ้มกันที่ช่วยให้เยาวชนสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบมากขึ้น
ผู้บริหารโรงเรียน-ผู้พิพากษาสมทบร่วมสนับสนุน
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ มี นายชาญวิทย์ พวงมาเทศ ผู้อำนวยการโรงเรียนวิชูทิศ พร้อมด้วยคณะครูและบุคลากรของโรงเรียนให้การต้อนรับคณะผู้จัดโครงการ
นอกจากนี้ ยังมี นางอิง ภาสกรนที ประธานผู้พิพากษาสมทบ พร้อมด้วยรองประธานผู้พิพากษาสมทบ ผู้พิพากษาสมทบ เจ้าหน้าที่ และ นางฉวีวรรณ เกียรติโชคชัยกุล ผู้พิพากษาสมทบและหัวหน้าโครงการฯ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เข้าร่วมกิจกรรม







