
นายกฯ ตั้ง 3 ผู้ทรงคุณวุฒิ เติมบอร์ด ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ ครบ 21 คน ลุยคุมลงทุนทั่วประเทศ
นายกฯ ลงนามตั้ง 3 ผู้ทรงคุณวุฒินั่งบอร์ดนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ เติมโครงสร้างครบ 21 คน เดินหน้าคุมกรอบอนุมัติโครงการ เน้นพลังงานสะอาดและอธิปไตยข้อมูลประเทศเป็นสำคัญ
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีลงนามแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ราย ได้แก่ นายโชติ ตราชู, นายสุพจน์ เตชวรสินสกุล และนายธีร เจียศิริพงษ์กุล ทำให้คณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์มีองค์ประกอบครบ 21 คน
- คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่หลักในการเสนอนโยบาย มาตรฐาน และแนวทางปฏิบัติแก่คณะรัฐมนตรี เพื่อใช้กำกับการอนุมัติและส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์
- การพิจารณาอนุมัติโครงการจะยึด 4 กรอบสำคัญ คือ ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ, การใช้พลังงานสะอาด, การบริหารทรัพยากรอย่างยั่งยืน และการรักษาอธิปไตยด้านข้อมูลของประเทศ
การขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทยก้าวสู่อีกขั้นสำคัญ! รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 725/2569 แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ราย เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2569 เพื่อเติมเต็มองค์คณะให้ครบถ้วนและพร้อมเดินหน้านโยบายเต็มกำลัง
สำหรับรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 3 คนที่ได้รับการแต่งตั้ง (มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี และไม่เกิน 2 วาระ มีผลตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2569) ได้แก่:
-
นายโชติ ตราชู อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
-
นายสุพจน์ เตชวรสินสกุล อดีตคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-
นายธีร เจียศิริพงษ์กุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ทั้งนี้ ได้มีการแจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายฯ ซึ่งมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน รับทราบเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา
เปิดโครงสร้างบอร์ดใหญ่ 21 คน ขับเคลื่อนทิศทางประเทศ
การแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิครั้งนี้ ส่งผลให้คณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์มีจำนวนกรรมการรวมทั้งสิ้น 21 คนอย่างเป็นทางการ ประกอบด้วย:
-
ประธานกรรมการ: รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง (นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ)
-
รองประธานกรรมการ 3 คน: รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (คนที่ 1), รมว.มหาดไทย (คนที่ 2) และ รมว.พลังงาน (คนที่ 3)
-
กรรมการโดยตำแหน่ง 14 คน: ปลัดกระทรวงการคลัง, ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ปลัดกระทรวงพลังงาน, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ, ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม, ปลัดกระทรวงพาณิชย์, เลขาธิการ บีโอไอ, เลขาธิการ กกพ., เลขาธิการ กสทช., เลขาธิการ สทนช., ผู้อำนวยการ สนพ. และเลขาธิการสภาพัฒน์ (สศช.) ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ
-
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ: 3 คน
วาง 4 กรอบเข้มอนุมัติโครงการ – ยึดอธิปไตยข้อมูล
สำหรับอำนาจหน้าที่หลักของบอร์ดชุดนี้ จะเน้นการเสนอนโยบาย มาตรฐาน และกรอบแนวทางปฏิบัติแก่ ครม. ในการอนุมัติ อนุญาต ออกบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) หรือการให้บริการแก่ผู้ประกอบธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ โดยกำหนด 4 กรอบการอนุมัติโครงการ อย่างชัดเจน ได้แก่:
-
ประโยชน์เศรษฐกิจภาพรวม: พิจารณาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
-
พลังงานสะอาด-เป็นธรรม: มุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาด การรักษาความมั่นคงทางพลังงาน และราคาพลังงานที่เป็นธรรม
-
บริหารทรัพยากรอย่างยั่งยืน: คำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าและน้ำ ผังเมือง ความปลอดภัยสาธารณะ (โดยเฉพาะอัคคีภัย) การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมถึงเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)
-
อธิปไตยด้านข้อมูล (Data Sovereignty): ยึดถือการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของข้อมูลประเทศเป็นหลักการสำคัญสูงสุด
หากหน่วยงานรัฐพบปัญหาขัดข้องในการปฏิบัติตามมติ ครม. ให้รายงานต่อคณะกรรมการเพื่อหาแนวทางแก้ไขเสนอ ครม. ต่อไป และเมื่อ ครม. มีมติเห็นชอบแล้ว ทุกหน่วยงานจะต้องปฏิบัติตามและรายงานผลความคืบหน้าทุกๆ 3 เดือน เพื่อให้การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน.







