thansettakij
thansettakij
นายกฯ ตั้ง 3 ผู้ทรงคุณวุฒิ เติมบอร์ด ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ ครบ 21 คน ลุยคุมลงทุนทั่วประเทศ

นายกฯ ตั้ง 3 ผู้ทรงคุณวุฒิ เติมบอร์ด ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ ครบ 21 คน ลุยคุมลงทุนทั่วประเทศ

07 ก.ย. 69 | 07:31 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.ย. 69 | 07:37 น.

นายกฯ ลงนามตั้ง 3 ผู้ทรงคุณวุฒินั่งบอร์ดนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ เติมโครงสร้างครบ 21 คน เดินหน้าคุมกรอบอนุมัติโครงการ เน้นพลังงานสะอาดและอธิปไตยข้อมูลประเทศเป็นสำคัญ

KEY

POINTS

  • นายกรัฐมนตรีลงนามแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ราย ได้แก่ นายโชติ ตราชู, นายสุพจน์ เตชวรสินสกุล และนายธีร เจียศิริพงษ์กุล ทำให้คณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์มีองค์ประกอบครบ 21 คน
  • คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่หลักในการเสนอนโยบาย มาตรฐาน และแนวทางปฏิบัติแก่คณะรัฐมนตรี เพื่อใช้กำกับการอนุมัติและส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์
  • การพิจารณาอนุมัติโครงการจะยึด 4 กรอบสำคัญ คือ ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ, การใช้พลังงานสะอาด, การบริหารทรัพยากรอย่างยั่งยืน และการรักษาอธิปไตยด้านข้อมูลของประเทศ

การขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทยก้าวสู่อีกขั้นสำคัญ! รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 725/2569 แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ราย เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2569 เพื่อเติมเต็มองค์คณะให้ครบถ้วนและพร้อมเดินหน้านโยบายเต็มกำลัง

สำหรับรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 3 คนที่ได้รับการแต่งตั้ง (มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี และไม่เกิน 2 วาระ มีผลตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2569) ได้แก่:

  • นายโชติ ตราชู อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

  • นายสุพจน์ เตชวรสินสกุล อดีตคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  • นายธีร เจียศิริพงษ์กุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

ทั้งนี้ ได้มีการแจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายฯ ซึ่งมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน รับทราบเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา

เปิดโครงสร้างบอร์ดใหญ่ 21 คน ขับเคลื่อนทิศทางประเทศ

การแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิครั้งนี้ ส่งผลให้คณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์มีจำนวนกรรมการรวมทั้งสิ้น 21 คนอย่างเป็นทางการ ประกอบด้วย:

  • ประธานกรรมการ: รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง (นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ)

  • รองประธานกรรมการ 3 คน: รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (คนที่ 1), รมว.มหาดไทย (คนที่ 2) และ รมว.พลังงาน (คนที่ 3)

  • กรรมการโดยตำแหน่ง 14 คน: ปลัดกระทรวงการคลัง, ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ปลัดกระทรวงพลังงาน, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ, ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม, ปลัดกระทรวงพาณิชย์, เลขาธิการ บีโอไอ, เลขาธิการ กกพ., เลขาธิการ กสทช., เลขาธิการ สทนช., ผู้อำนวยการ สนพ. และเลขาธิการสภาพัฒน์ (สศช.) ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ

  • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ: 3 คน

วาง 4 กรอบเข้มอนุมัติโครงการ – ยึดอธิปไตยข้อมูล

สำหรับอำนาจหน้าที่หลักของบอร์ดชุดนี้ จะเน้นการเสนอนโยบาย มาตรฐาน และกรอบแนวทางปฏิบัติแก่ ครม. ในการอนุมัติ อนุญาต ออกบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) หรือการให้บริการแก่ผู้ประกอบธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ โดยกำหนด 4 กรอบการอนุมัติโครงการ อย่างชัดเจน ได้แก่:

  • ประโยชน์เศรษฐกิจภาพรวม: พิจารณาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

  • พลังงานสะอาด-เป็นธรรม: มุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาด การรักษาความมั่นคงทางพลังงาน และราคาพลังงานที่เป็นธรรม

  • บริหารทรัพยากรอย่างยั่งยืน: คำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าและน้ำ ผังเมือง ความปลอดภัยสาธารณะ (โดยเฉพาะอัคคีภัย) การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมถึงเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)

  • อธิปไตยด้านข้อมูล (Data Sovereignty): ยึดถือการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของข้อมูลประเทศเป็นหลักการสำคัญสูงสุด

หากหน่วยงานรัฐพบปัญหาขัดข้องในการปฏิบัติตามมติ ครม. ให้รายงานต่อคณะกรรมการเพื่อหาแนวทางแก้ไขเสนอ ครม. ต่อไป และเมื่อ ครม. มีมติเห็นชอบแล้ว ทุกหน่วยงานจะต้องปฏิบัติตามและรายงานผลความคืบหน้าทุกๆ 3 เดือน เพื่อให้การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน.