thansettakij
thansettakij
ศาล รธน.มติเอกฉันท์รับคดี"ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ"ขาดคุณสมบัติสมัคร สส.

ศาล รธน.มติเอกฉันท์รับคดี"ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ"ขาดคุณสมบัติสมัคร สส.

02 ก.ย. 69 | 09:21 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.ย. 69 | 09:32 น.

ศาล รธน.มติเอกฉันท์รับคำร้อง กกต. ฟัน "ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ" ปมปกปิดคดีลักทรัพย์ ก่อนสมัคร สส.นครศรีธรรมราช โทษเพิกถอนสิทธิสมัคร สส.

KEY

POINTS

  • ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องของ กกต. ที่ขอให้วินิจฉัยคุณสมบัติ สส. ของ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ
  • ข้อกล่าวหาระบุว่า นายก้องเกียรติ ขาดคุณสมบัติเนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีลักทรัพย์ แต่ยังลงสมัครรับเลือกตั้ง
  • กกต.ชี้ว่า นายก้องเกียรติรู้อยู่แล้วว่า ตนมีลักษณะต้องห้าม แต่ปกปิดและไม่แจ้งข้อเท็จจริงตอนสมัคร
  • ศาลฯ ได้สั่งให้ นายก้องเกียรติ ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน หลังจากรับคำร้องไว้วินิจฉัย

วันที่ 2 กันยายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องในคดีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 54 เพื่อมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ 

เนื่องจากผู้ถูกร้องสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง แล้วปกปิดหรือไม่แจ้งข้อความจริง ว่าเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคหนึ่ง (1)

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 54 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (13) 

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย แจ้งให้ผู้ร้องทราบ และให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 54

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต. กรณี นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัครและผู้ได้รับเลือกตั้ง สส.นครศรีธรรมราช โดยมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายก้องเกียรติ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.2561 มาตรา 54 พร้อมให้ดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 151 ประกอบมาตรา 42 (12) และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากการเลือกตั้ง สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 แทนตำแหน่งที่ว่าง หลัง นางมุกดาวรรณ เลื่องศรีนิล อดีต สส.พรรคภูมิใจไทย ถูกศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี กกต.ตรวจสอบพบว่า นายก้องเกียรติ ซึ่งได้รับเลือกตั้งเข้ามา เคยถูกศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี พิพากษาถึงที่สุดในปี 2542 ในคดีลักทรัพย์ โดยศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี และปรับ ก่อนลดโทษเหลือจำคุก 6 เดือน และปรับ พร้อมรอการลงโทษจำคุก 2 ปี 

คดีดังกล่าวทำให้ นายก้องเกียรติ มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สส.ตามรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.มาตรา 42 (12)

และในการลงสมัครเมื่อ วันที่ 4 เม.ย. 2568 นายก้องเกียรติ ได้ลงลายมือชื่อรับรองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม จึงเข้าข่ายมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า นายก้องเกียรติ รู้อยู่แล้วว่าตนเองมีลักษณะต้องห้าม แต่ยังสมัครรับเลือกตั้ง 

อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.มาตรา 151 ประกอบมาตรา 42 (12) รวมถึงเข้าข่ายแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 13 ส่งผลให้การเลือกตั้ง สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนายก้องเกียรติ ซึ่งเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม