thansettakij
ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ“ก้องเกียรติ"พ้นผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7

ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ“ก้องเกียรติ"พ้นผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7

05 ก.พ. 2569 | 06:23 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ก.พ. 2569 | 06:47 น.

ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ “ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ”ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรม เขต 7 พรรคกล้าธรรม ปมคดีลักทรัพย์เมื่อ 20 ปีก่อน ขาดคุณสมบัติสมัคร สส.

KEY

POINTS

  • ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามมติ กกต. ให้ถอนชื่อ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ออกจากบัญชีผู้สมัคร สส. เขต 7 นครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม
  • นายก้องเกียรติ มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญาเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต
  • คดีดังกล่าวคือ คดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืนเมื่อปี พ.ศ. 2542 ซึ่งแม้จะพ้นโทษและเงื่อนไขคุมประพฤติแล้ว แต่ไม่ทำให้พ้นจากลักษณะต้องห้ามในการสมัคร สส.
  • “เจ้าตัว”โพสต์ตัดพ้อเป็น การประหารชีวิตทางการเมืองของนักการเมืองตลอดชีวิต จากลูกชาวสวนยางพาราเริ่มต้นเข้าสู่ถนนการเมือง

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลฎีกามีคำพิพากษายกคำร้องอุทธรณ์ของ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขต 7 จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม กรณีคัดค้านมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่สั่งถอนชื่อออกจากบัญชีรายชื่อผู้สมัคร สส. 

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายก้องเกียรติ เป็นบุคคลมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (10) ประกอบมาตรา 42 (12) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญาเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต

คำพิพากษาระบุว่า ภายหลัง กกต. ได้รับคำร้องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ได้ตรวจสอบคุณสมบัติของนายก้องเกียรติ และได้รับข้อมูลจากสถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี พบว่า มีการดำเนินคดีอาญาหมายเลข 1462/2542 ฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดย นายก้องเกียรติ เป็นผู้กระทำความผิดเพียงคนเดียว มีความเห็นสั่งฟ้องและส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานีพิจารณา 

ต่อมา ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3673/2542 ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) วรรคแรก ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 1,500 บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี และให้คุมความประพฤติเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว แม้จำเลยจะปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติครบถ้วน และพ้นการควบคุมความประพฤติไปแล้ว แต่ไม่ทำให้พ้นจากลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 

ศาลยังพิจารณาพยานหลักฐานจากสำเนาใบสมัคร สส. สำเนาบัตรประชาชน และเอกสารทะเบียนบ้านที่ นายก้องเกียรติ ยื่นต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขต 7 จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่า ข้อมูลตรงกับจำเลยในคดีอาญาดังกล่าว อีกทั้ง นายก้องเกียรติ ยังเบิกความยอมรับว่า เคยให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการพิจารณาสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สส. ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่าเคยถูกฟ้องในคดีดังกล่าว

ศาลไม่รับฟังข้ออ้างที่ว่า หน่วยงานในพื้นที่ไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ เนื่องจากเอกสารถูกทำลายไปแล้ว โดยเห็นว่า ข้อมูลจากฐานข้อมูลของสถานีตำรวจ ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี และสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีความสอดคล้องต้องกันทั้งหมด  

นอกจากนี้ ศาลยังเห็นว่า หนังสือของกรมคุมประพฤติซึ่ง นายก้องเกียรติ อ้างถึง อาจเป็นข้อมูลเพียงบางส่วน เนื่องจากเป็นหน่วยงานส่วนกลางและอาจไม่ครอบคลุมข้อมูลของสำนักงานคุมประพฤติในจังหวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะคดีที่เกิดขึ้นมากว่า 20 ปีแล้ว 

จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ศาลจึงวินิจฉัยว่า นายก้องเกียรติ เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีลักทรัพย์ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต จึงเป็นบุคคลต้องห้ามสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. การที่ กกต. มีมติถอนชื่อออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัคร สส. เขต 7 นครศรีธรรมราช หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว 

                             ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ“ก้องเกียรติ"พ้นผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลฎีกามีคำพิพากษา นายก้องเกียรติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า 

“นี่คือการพิพากษาประหารชีวิตทางการเมืองของนักการเมืองตลอดชีวิต จากลูกชาวสวนยางพาราเริ่มต้นเข้าสู่ถนนการเมือง ผมคือ ผลผลิตทางการเมืองอย่างแท้จริงของพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่ใช่ทายาทนักการเมืองที่สืบทอดตำแหน่งรุ่นต่อรุ่น”