
ด่วน กกต.นัดชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” 14 ก.ย.นี้ ขอเก็บหลักฐานเพิ่มก่อนลงมติ
14 ก.ย.นี้ วันชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” กกต.ขอหาพยานหลักฐานบางส่วนที่จำเป็นเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการวินิจฉัยอย่างรอบคอบ
KEY
POINTS
- กกต. กำหนดวันลงมติเพื่อวินิจฉัยคดี "ฮั้ว สว." ในวันที่ 14 กันยายน 2569
- ก่อนการลงมติ กกต. จะขอรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบ
- การตัดสินใจครั้งนี้เป็นที่จับตา เนื่องจากผลสอบสวนของคณะกรรมการ 2 ชุดก่อนหน้ามีความเห็นขัดแย้งกัน โดยชุดหนึ่งเห็นควรดำเนินคดี 229 คน แต่อีกชุดเห็นว่าไม่มีมูลความผิด
กกต.เผยความคืบหน้าคดีการได้มาซึ่ง สว. หลังพิจารณาและรับฟังข้อเท็จจริงในสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังต้องขอพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนกำหนดวันลงมติ 14 กันยายน 2569 นับถอยหลังสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของคดี “ฮั้ว สว.” ที่ถูกจับตาว่าอาจส่งผลสะเทือนต่อสมาชิกวุฒิสภาจำนวนมากและภูมิทัศน์การเมืองไทย
วันที่ 28 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แจ้งความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. โดยระบุว่า ในวันนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งได้พิจารณาและรับฟังข้อเท็จจริงในสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสำนวนดังกล่าวยังมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานบางส่วนที่มีความจำเป็นต้องขอเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาวินิจฉัย
ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาลงมติในสำนวนเป็นไปด้วยความละเอียด รอบคอบ และครบถ้วนทุกด้าน กกต.จึงกำหนดนัดพิจารณาเพื่อลงมติสำนวนเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง สว. ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569
การกำหนดวันลงมติครั้งนี้ ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญของคดีที่สังคมการเมืองติดตามมาอย่างต่อเนื่อง ภายหลังการเลือกสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน ในปี 2567
การลงมติของ กกต.ในครั้งนี้จึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นขั้นตอนสำคัญในการพิจารณาว่า ข้อกล่าวหาและพยานหลักฐานที่รวบรวมมาตลอดกระบวนการมีน้ำหนักเพียงพอที่จะนำไปสู่การวินิจฉัยในทิศทางใด
ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามรายละเอียดของมติที่จะออกมาหลังวันที่ 14 กันยายน ว่าจะเป็นการวินิจฉัยในลักษณะใด และจะส่งผลต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มบุคคลจำนวนมากเพียงใด
ย้อนผลสอบอนุชุด 26 กับ ชุด 36
ข้อมูลเกี่ยวกับผลสอบของทั้งสองคณะ ในคดี “ฮั้ว สว.”
1.คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมระหว่างสำนักงาน กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ สรุปผบสอบเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหารวม 229 คน ประกอบด้วย
-สว.ชุดปัจจุบัน 138 คน
-บุคคลอื่นๆ 91 คน ซึ่งรวมถึงกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
โดยเห็นว่า จากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ มีมูลเพียงพอที่จะดำเนินกระบวนการตามกฎหมายต่อผู้ถูกกล่าวหา
มีรายงานว่า คณะชุดนี้ใช้เวลาสืบสวนประมาณ 4 เดือน มีการสอบพยานจำนวนมาก และรวบรวมเอกสารหลักฐานจำนวนมหาศาล ก่อนจัดทำสำนวนเสนอ กกต.
2. กกต.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ขึ้นมาพิจารณาสำนวนและข้อโต้แย้งจากผลการสอบสวน
ผลปรากฏว่า เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 คณะอนุกรรมการชุดที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน “ไม่มีมูลความผิด”
ผลวินิจฉัยของชุด 36 สวนทางกับชุด 26 ทั้งหมด
จากที่ชุด 26 เห็นว่า 229 คนมีมูลควรดำเนินคดี ชุด 36 กลับเห็นว่า ควรยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ก่อนส่งความเห็นเข้าสู่การพิจารณาของ กกต.ชุดใหญ่






