thansettakij
thansettakij
ด่วน กกต.นัดชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” 14 ก.ย.นี้ ขอเก็บหลักฐานเพิ่มก่อนลงมติ

ด่วน กกต.นัดชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” 14 ก.ย.นี้ ขอเก็บหลักฐานเพิ่มก่อนลงมติ

28 ส.ค. 69 | 13:24 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ส.ค. 69 | 13:44 น.

14 ก.ย.นี้ วันชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” กกต.ขอหาพยานหลักฐานบางส่วนที่จำเป็นเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการวินิจฉัยอย่างรอบคอบ

KEY

POINTS

  • กกต. กำหนดวันลงมติเพื่อวินิจฉัยคดี "ฮั้ว สว." ในวันที่ 14 กันยายน 2569
  • ก่อนการลงมติ กกต. จะขอรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบ
  • การตัดสินใจครั้งนี้เป็นที่จับตา เนื่องจากผลสอบสวนของคณะกรรมการ 2 ชุดก่อนหน้ามีความเห็นขัดแย้งกัน โดยชุดหนึ่งเห็นควรดำเนินคดี 229 คน แต่อีกชุดเห็นว่าไม่มีมูลความผิด

กกต.เผยความคืบหน้าคดีการได้มาซึ่ง สว. หลังพิจารณาและรับฟังข้อเท็จจริงในสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังต้องขอพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนกำหนดวันลงมติ 14 กันยายน 2569 นับถอยหลังสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของคดี “ฮั้ว สว.” ที่ถูกจับตาว่าอาจส่งผลสะเทือนต่อสมาชิกวุฒิสภาจำนวนมากและภูมิทัศน์การเมืองไทย

วันที่ 28 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แจ้งความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. โดยระบุว่า ในวันนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งได้พิจารณาและรับฟังข้อเท็จจริงในสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสำนวนดังกล่าวยังมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานบางส่วนที่มีความจำเป็นต้องขอเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาวินิจฉัย

ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาลงมติในสำนวนเป็นไปด้วยความละเอียด รอบคอบ และครบถ้วนทุกด้าน กกต.จึงกำหนดนัดพิจารณาเพื่อลงมติสำนวนเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง สว. ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569

การกำหนดวันลงมติครั้งนี้ ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญของคดีที่สังคมการเมืองติดตามมาอย่างต่อเนื่อง ภายหลังการเลือกสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน ในปี 2567 

การลงมติของ กกต.ในครั้งนี้จึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นขั้นตอนสำคัญในการพิจารณาว่า ข้อกล่าวหาและพยานหลักฐานที่รวบรวมมาตลอดกระบวนการมีน้ำหนักเพียงพอที่จะนำไปสู่การวินิจฉัยในทิศทางใด

ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามรายละเอียดของมติที่จะออกมาหลังวันที่ 14 กันยายน ว่าจะเป็นการวินิจฉัยในลักษณะใด และจะส่งผลต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มบุคคลจำนวนมากเพียงใด

ย้อนผลสอบอนุชุด 26 กับ ชุด 36

ข้อมูลเกี่ยวกับผลสอบของทั้งสองคณะ ในคดี “ฮั้ว สว.” 

1.คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมระหว่างสำนักงาน กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ สรุปผบสอบเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหารวม 229 คน ประกอบด้วย

-สว.ชุดปัจจุบัน 138 คน

-บุคคลอื่นๆ  91 คน ซึ่งรวมถึงกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค และบุคคลที่เกี่ยวข้อง

โดยเห็นว่า จากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ มีมูลเพียงพอที่จะดำเนินกระบวนการตามกฎหมายต่อผู้ถูกกล่าวหา

มีรายงานว่า คณะชุดนี้ใช้เวลาสืบสวนประมาณ 4 เดือน มีการสอบพยานจำนวนมาก และรวบรวมเอกสารหลักฐานจำนวนมหาศาล ก่อนจัดทำสำนวนเสนอ กกต.

2. กกต.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ขึ้นมาพิจารณาสำนวนและข้อโต้แย้งจากผลการสอบสวน

ผลปรากฏว่า เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 คณะอนุกรรมการชุดที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน “ไม่มีมูลความผิด”

ผลวินิจฉัยของชุด 36 สวนทางกับชุด 26 ทั้งหมด

จากที่ชุด 26 เห็นว่า 229 คนมีมูลควรดำเนินคดี ชุด 36 กลับเห็นว่า ควรยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ก่อนส่งความเห็นเข้าสู่การพิจารณาของ กกต.ชุดใหญ่

                          ด่วน กกต.นัดชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” 14 ก.ย.นี้ ขอเก็บหลักฐานเพิ่มก่อนลงมติ