
"เท้ง ณัฐพงษ์" โชว์แผน 12 ปี 3 เฟส 4 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ต้องกู้สักบาท
หัวหน้าพรรคประชาชน โชว์แผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน 12 ปี ลงทุน 4 แสนล้าน ไม่ต้องพึ่งเงินกู้ จี้รัฐบาลแจงเป้าหมายให้ชัดก่อนโหวต พรก. ลั่นถ้าตอบไม่ได้ไม่มีทางอนุมัติ
KEY
POINTS
- นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เสนอแผนแม่บทเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน 12 ปี แบ่งเป็น 3 เฟส ใช้งบประมาณ 4 แสนล้านบาท
- จุดเด่นของแผนคือไม่ต้องอาศัยการกู้เงินจากรัฐบาล โดยจะใช้แหล่งเงินทุนจากภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ และกองทุนต่างๆ แทน
- แผนจะเริ่มลงทุนจากพื้นที่ใช้ไฟฟ้าหนาแน่นสูง (กรุงเทพฯ และภาคตะวันออก) ก่อนขยายสู่ทั่วประเทศเพื่อยกระดับเป็น "สมาร์ทกริด"
- ข้อเสนอนี้มีขึ้นเพื่อคัดค้านแผนกู้เงินของรัฐบาลในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยชี้ว่าแผนของรัฐบาลยังขาดความชัดเจน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ลุกขึ้นอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีรัฐบาลเสนอพระราชกำหนด (พรก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท โดยชูประเด็นสำคัญว่าพรรคประชาชนเคยมีแผนแม่บทในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศอยู่แล้ว เป็นแผนระยะ 12 ปี แบ่งเป็น 3 เฟส เฟสละ 4 ปี ใช้เงินลงทุนรวม 400,000 ล้านบาทเท่ากัน แต่จุดต่างสำคัญคือ "ไม่ต้องกู้เองสักบาท"
นายณัฐพงษ์ระบุว่า เงินส่วนมากหรืออาจจะทั้งหมดเลยก็ได้ ถ้าวางแผนดีๆ รัฐบาลไม่ต้องกู้เองสักบาท พร้อมชี้ว่าประเทศไทยยังมีแหล่งเงินทุนอื่นที่สามารถนำมาใช้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้อยู่แล้ว ทั้งเงินจากภาคเอกชน จากรัฐวิสาหกิจอย่างการไฟฟ้า และกองทุนต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการกู้เงินพิเศษนอกกรอบงบประมาณปกติแต่อย่างใด
รายละเอียดแผน 3 เฟส จากกรุงเทพฯ สู่สมาร์ทกริดทั่วประเทศ
หัวหน้าพรรคประชาชนได้ลงรายละเอียดแผนทั้ง 3 เฟส ดังนี้
เฟสที่ 1 (ปี 2570-2573) : เริ่มลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะพื้นที่ที่มีความหนาแน่นการใช้พลังงานสูงสุดก่อน คือกรุงเทพมหานครและภาคตะวันออก ซึ่งมีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้ารวมกันสูงถึง 75% ของทั้งประเทศ
เฟสที่ 2 (ปี 2574-2577) : ขยายการลงทุนไปยังภูมิภาคอื่น เพื่อรองรับการเปิดตลาดพลังงานไฟฟ้าและการใช้พลังงานสะอาดในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งเมื่อจบ 2 เฟสนี้จะครอบคลุมการใช้พลังงานไฟฟ้าราว 87% ของประเทศ คิดเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าราว 53% ของทั้งประเทศ
เฟสที่ 3 (ปี 2578-2581) : ขยายการลงทุนทั่วประเทศ ยกระดับระบบพลังงานสู่การเป็น "สมาร์ทกริด" รองรับการเปิดเสรีพลังงาน โดยนายณัฐพงษ์ย้ำว่าเฟสนี้ตอบโจทย์เรื่อง "strategic autonomy" หรือการสร้างอำนาจต่อรองในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ให้ไทยสามารถเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงซื้อขายแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าสะอาดในภูมิภาคอาเซียนได้
ไม่ติดใจเงินเยียวยา 2 แสนล้านแรก แต่จี้แจงเงินเปลี่ยนผ่านพลังงาน
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนวงเงิน 200,000 ล้านบาทแรกที่ใช้เยียวยาประชาชนจากผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลางนั้น พรรคประชาชนไม่ติดใจเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะเข้าใจถึงความจำเป็นเร่งด่วน แต่ประเด็นที่ต้องตั้งคำถามคือวงเงินอีก 200,000 ล้านบาทหลัง ที่รัฐบาลอ้างว่าจะใช้เพื่อการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน
หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า สิ่งที่เห็นจากรัฐบาลจนถึงขณะนี้เป็นเพียงการจัดซื้อจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่ที่ห้อยท้ายด้วยคำว่า "พลังงานสะอาด" และ "โซลาร์รูฟท็อป" เท่านั้น พร้อมตั้งคำถามตรงๆ ว่ามันเพียงพอหรือไม่ในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน
เตือนอย่าเอาเงินเยียวยาประชาชนเป็น "ตัวประกัน"
หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวเตือนว่า ไม่ต้องการเห็นรัฐบาลใช้อำนาจพิเศษตรา พรก. โดยนำเงินเยียวยาประชาชนมาผูกรวมกับเงินก้อนที่ยังไม่มีแผนชัดเจน ไม่อยากเห็นการทำงานที่รัฐบาลหาข้ออ้าง เอา 200,000 ล้านบาทหาเรื่องใช้เงินเอาไปยัดไส้ในส่วนของเงินเยียวยา โดยเอาเงินเยียวยาของประชาชนเป็นตัวประกัน แล้วหาโครงการมาทำทีหลัง แบบนี้เรียกว่าไม่มีแผน
พร้อมยกตัวอย่างกรณีการเปลี่ยนรถโดยสารเป็นรถ EV ที่ตัวแทนรัฐบาลเคยให้ความเห็นว่าจะใช้เงินในส่วนนี้ โดยระบุว่าพรรคประชาชนไม่ได้คัดค้าน แต่ การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานมันมากกว่าการเปลี่ยนรถน้ำมันเป็นรถ EV ธรรมดา เพราะยังต้องพูดถึงการลงทุนสถานีชาร์จ และการปรับห่วงโซ่อุปทานในประเทศให้พึ่งพาพลังงานฟอสซิลน้อยลงด้วย
อ้างพยานผู้เชี่ยวชาญ 4 ราย ก็เคยตั้งคำถามเช่นกัน
นายณัฐพงษ์อ้างอิงความเห็นของนักวิชาการ 4 ราย ที่เคยเป็นพยานให้การต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทุกท่านล้วนตั้งคำถามถึงความไม่ชัดเจนของแผนเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของรัฐบาลเช่นเดียวกัน
หัวหน้าพรรคประชาชน ทิ้งท้ายการอภิปรายว่า สิ่งที่ต้องการเห็นในวันนี้ไม่ใช่แค่การอนุมัติแหล่งเงินกู้เพื่อนำไปซื้อของหรือแจกเงินเยียวยาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการเห็นแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นอนาคตของประเทศอย่างแท้จริง
"ถ้าท่านไม่มีความชัดเจนในแผน ท่านไม่สามารถให้เหตุผลได้ว่าทำไมต้องใช้แหล่งเงินกู้จากการกู้เงิน พรก. ฉบับนี้ออกมาในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน พวกผมก็คงไม่สามารถที่จะอนุมัติ พรก. เงินกู้ฉบับนี้ได้จริงๆ ครับ" ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าว







