thansettakij
thansettakij
นายกฯ สั่ง ศอ.บต. เร่งเยียวยาชายแดนใต้ ตั้งทีม Rapid Response-สายด่วน 1880

นายกฯ สั่ง ศอ.บต. เร่งเยียวยาชายแดนใต้ ตั้งทีม Rapid Response-สายด่วน 1880

23 ส.ค. 69 | 08:14 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ส.ค. 69 | 08:14 น.

'อนุทิน' สั่ง ศอ.บต. เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบชายแดนใต้ ตั้งทีม Rapid Response 3 ทีม เปิดสายด่วน 1880 ใช้ Case Management และ Dashboard Real Time ติดตามรายกรณี

KEY

POINTS

  • นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ ศอ.บต. เร่งรัดการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้
  • จัดตั้งทีม Rapid Response ลงพื้นที่ 3 จังหวัดเพื่อเข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง และเปิดสายด่วน 1880 เพื่อให้ข้อมูลและรับเรื่องร้องเรียน
  • นำระบบ Case Management มาใช้ติดตามการช่วยเหลือเป็นรายกรณี และเตรียมจัดทำ Dashboard แบบ Real-Time ให้ประชาชนตรวจสอบสถานะได้
  • เน้นการทำงานเชิงรุก โดยให้เจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายเข้าหาประชาชน แทนการรอให้ประชาชนมาติดต่อหน่วยงานรัฐเอง

“อนุทิน” กำชับ ศอ.บต. เร่งช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ ใช้ระบบ Case Management ติดตามช่วยเหลือรายกรณี ตั้งทีม Rapid Response ลงพื้นที่ 3 จังหวัด พร้อมเปิดสายด่วน 1880 และเตรียม Dashboard Real Time ให้ประชาชนติดตามสถานะการช่วยเหลือได้

“อนุทิน” ย้ำรัฐต้องเข้าหาประชาชน ไม่ให้วิ่งหาหน่วยงานเอง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดตามและสั่งการด้านความมั่นคงต่อสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมอบหมายให้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เร่งช่วยเหลือและเยียวยาทุกกรณี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

การช่วยเหลือจะครอบคลุมทั้งผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ครอบครัว กลุ่มเปราะบาง รวมถึงผู้ได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจ โดยเน้นให้การช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างเป็นระบบและลดภาระในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานรัฐหลายแห่ง

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำหลักการสำคัญว่า ประชาชนที่กำลังเดือดร้อนไม่ควรต้องเป็นฝ่ายวิ่งหาหน่วยงานรัฐ แต่รัฐต้องเป็นฝ่ายเข้าไปหาประชาชน พร้อมกำชับให้ติดตามเป็นรายครอบครัวอย่างชัดเจนว่าได้รับผลกระทบอย่างไร มีสิทธิได้รับการเยียวยาอะไร อยู่ในขั้นตอนใด มีอุปสรรคอะไร ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และจะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด

ศอ.บต. ตั้งศูนย์ช่วยเหลือ ใช้ Case Management ติดตามรายกรณี

ล่าสุด ศอ.บต. ได้จัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการสื่อสารและให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามกฎหมาย พร้อมนำระบบ Case Management มาใช้ตลอดกระบวนการ โดยมี Case Manager ทั้งในระดับภาพรวมและรายกรณี ทำงานเป็นทีมเดียวกับจังหวัด ตั้งแต่การลงพื้นที่ค้นหาและรับข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ การตรวจสอบสิทธิ การติดตามการเข้าถึงความช่วยเหลือ ไปจนถึงการระบุปัญหา อุปสรรค ผู้รับผิดชอบ และกรอบเวลาการแก้ไข

ขณะนี้ทีม Rapid Response ระดับจังหวัด จำนวน 3 ทีม ได้ลงพื้นที่แล้ว ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด เพื่อรับทราบสถานการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้นจริง พร้อมประสานกับผู้รับผิดชอบด้านการเยียวยาและเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดอย่างใกล้ชิด

แนวทางดังกล่าวมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก ให้เจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายลงพื้นที่เข้าหาผู้ได้รับผลกระทบ แทนการรอให้ประชาชนเดินทางมาติดต่อหรือประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ด้วยตนเอง

เปิดสายด่วน 1880 เชื่อมข้อมูลเข้าระบบติดตาม

พร้อมกันนี้ ศอ.บต. ได้เปิด สายด่วน 1880 เพื่อให้ข้อมูลและตอบข้อซักถามเกี่ยวกับสิทธิและการช่วยเหลือเยียวยาแก่ประชาชนโดยตรง ผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัวสามารถโทรศัพท์สอบถามและประสานขอความช่วยเหลือได้ทันที 

ข้อมูลจากการประสานงานผ่านสายด่วนจะถูกเชื่อมเข้าสู่ระบบ Case Management เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามแต่ละกรณีต่อเนื่องจนกว่าประชาชนจะได้รับความช่วยเหลือ

นอกจากนี้ ศอ.บต. เตรียมจัดทำ Dashboard แบบ Real Time สำหรับติดตามสถานะการช่วยเหลือเป็นรายกรณี โดยแบ่งสถานะออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ สีเขียว ได้รับความช่วยเหลือแล้ว, สีเหลือง อยู่ระหว่างดำเนินการ, สีส้ม ข้อมูลหรือเอกสารยังไม่ครบ และ สีแดง ยังเข้าไม่ถึงการช่วยเหลือ

ระบบดังกล่าวจะช่วยให้หน่วยงานเห็นได้ทันทีว่าแต่ละกรณีอยู่ในขั้นตอนใด ติดขัดเรื่องอะไร และต้องเร่งแก้ไขในจุดใด โดยข้อมูลความคืบหน้าจะนำมาสื่อสารต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามและตรวจสอบการช่วยเหลือได้

เยียวยาครอบคลุมบาดเจ็บ บ้านเรือน อาชีพ และกลุ่มเปราะบาง

สำหรับขอบเขตการดูแล จะครอบคลุมตั้งแต่การรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูผู้ได้รับบาดเจ็บ การดูแลครอบครัวและสภาพจิตใจ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก สตรี และกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนความเสียหายต่อบ้านเรือน ทรัพย์สิน ร้านค้า และการประกอบอาชีพ

รัฐบาลย้ำว่าการช่วยเหลือจะต้องไม่หยุดอยู่เพียงการรับเรื่อง แต่ต้องติดตามผลจนประชาชนได้รับสิทธิและความช่วยเหลืออย่างแท้จริง โดยใช้ระบบ Case Management เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลและกำกับติดตามการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเยียวยาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และตรวจสอบได้