
'อนุทิน' ลงพื้นที่ชายแดนใต้ หารือแนวทางยกระดับคุณภาพชีวิต คืนสันติสุข
“อนุทิน” ลงพื้นที่ชายแดนใต้ หารือด้านการพัฒนาพื้นที่ ชูหลัก "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" แบบทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน คืนความสันติสุข
KEY
POINTS
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะประธาน กพต. นำคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อยืนยันนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่เพื่อคืนสันติสุข
- รัฐบาลยึดหลักการ "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" เป็นแนวทางหลักในการทำงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่
- ได้มอบนโยบายเร่งด่วนใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก, การปราบปรามยาเสพติด, การส่งเสริมพลังงานทดแทน และการยกระดับการศึกษา
วันนี้ (17 เม.ย. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) นำคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชุมหารือด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยมี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ณ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จังหวัดยะลา
นายอนุทิน กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ตั้งใจที่จะมาพบปะกับเพื่อนข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อยืนยันว่าตนพร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ตลอดจนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หัวหน้าส่วนราชการ ทุกคนให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นนโยบายสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน เพื่อนำสันติสุขที่ยั่งยืนกลับคืนสู่พื้นที่ชายแดนใต้ ที่ตนได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วเมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ถือว่ารัฐบาลชุดนี้มีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินแบบเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ ตนได้รับเกียรติจากท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา มาเป็นประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้เป็นจังหวะที่ดีที่เราได้บุคลากรที่มีประสบการณ์และมีความชำนาญในพื้นที่มาเป็นเรี่ยวแรงของรัฐบาล ช่วยในการผลักดันขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
"การดำเนินการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลได้น้อมนำแนวทางการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หลักการ "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" ยึดถือเป็นธงนำในการทำงาน นำสันติสุขคืนสู่ชายแดนภาคใต้โดยเร็ว ซึ่ง "ความเข้าใจ" หมายถึง เราต้องศึกษาข้อมูลอย่างลึกซึ้งเพื่อเข้าใจปัญหาพื้นที่ และวิถีชีวิตของประชาชน
"เข้าถึง" คือ ลงพื้นที่อย่างจริงจังพบปะพี่น้องประชาชนเพื่อรับรู้รับทราบ สร้างความไว้วางใจ และ "การพัฒนา" หมายถึงการแก้ไขปัญหาและการสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยสอดคล้องกับสถานการณ์และบริบทของชุมชน ซึ่งทั้งหมดนี้เราต้องมาร่วมพัฒนาพื้นที่ด้วยกันให้เกิดความสงบสุข สันติสุข ความเจริญทางเศรษฐกิจ และความมีคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ได้ผลสัมฤทธิ์"
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า การพัฒนาที่ดีและมีประสิทธิภาพจึงต้องเริ่มจาก "ความเข้าใจ" แล้วจึงเข้าถึงก่อนจะพัฒนาได้อย่างแท้จริง ถ้าไปสลับขั้นตอนหรือข้ามขั้น ปัญหาจะเกิดทันที ซึ่งความเข้าใจนั้น ต้องทำให้ตรงกับบริบทและสถานการณ์ปัจจุบันอยู่ตลอด เพราะโลกวันนี้หมุนเร็ว มีปัจจัยใหม่ ๆ ที่ทำให้เราต้องทบทวนความเข้าใจเดิมอยู่เสมอ ซึ่งเป็นด่านแรกที่เราจะต้องปรับให้ได้
ยกตัวอย่างเช่น กระทรวงมหาดไทยที่เป็นกำลังสนับสนุนได้อย่างเต็มที่คือฝ่ายปกครอง ซึ่งเราได้ดำเนินการต่อเนื่องและทำต่อไปคือแนวทาง "ทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที" เช่นเดียวกับสถานการณ์ภาคใต้ซึ่งต้องเชื่อมโยงกับโลก จึงขอให้ทุกท่านได้ใช้แนวทางนี้ในการทำงาน ซึ่งวันนี้เรามาที่นี่เพื่อยืนยันให้หน่วยงานในการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในมิติต่าง ๆ ให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังได้กำชับแนวทางการแก้ไขและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ต้องเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อดูแลเรื่อง "ปากท้อง" ของประชาชน สร้างอาชีพ รายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
สำหรับโครงการสำคัญที่ต้องผ่านการตัดสินใจระดับนโยบาย ขอให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) เร่งจัดประชุมโดยเร็วที่สุด เพื่อให้มติของ กพต. นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงทีและเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ขอให้ ศอ.บต. รวบรวมข้อมูลมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทำได้จริง และหากพื้นที่ใดจำเป็นต้องแก้ไขผังเมืองเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาและการจ้างงาน ก็ขอให้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทันที
ด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด ขอให้มีการบูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง ศอ.บต. ฝ่ายปกครอง ความมั่นคง ชุมชน และผู้นำศาสนา เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเน้นลดการแพร่ระบาดในหมู่เยาวชนเพื่อทำลายวงจรยาเสพติดให้หมดไป ที่สำคัญคือ ข้าราชการทุกระดับต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หากฝ่าฝืนจะถือเป็นความผิดวินัยและประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง รวมทั้งผู้บังคับบัญชาที่เพิกเฉยไม่ดำเนินการก็จะถูกลงโทษด้วยเช่นกัน
ด้านพลังงาน ขอให้ ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดทำแผนด้าน "พลังงานทดแทน" และ "การประหยัดพลังงาน" ให้เป็นแผนใหญ่ฉบับเดียวครอบคลุมทั้งภูมิภาค เพื่อผลักดันพลังงานสะอาดที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตให้เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะพลังงานทางเลือกที่เหมาะสมกับท้องถิ่น เช่น โซลาร์เซลล์ชุมชน หรือพลังงานชีวมวล ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าครองชีพและสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับพี่น้องประชาชน
ด้านการศึกษาและเป้าหมายร่วมกัน ขอให้ ศอ.บต. ประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ วางระบบการศึกษาให้ครอบคลุมทั้งในและนอกระบบให้มีมาตรฐานครบวงจร สอดคล้องกับอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการฝึกฝนทักษะที่จำเป็นสำหรับการแข่งขันในโลกยุคปัจจุบันผ่านกลไกของ กพต. ทั้งนี้ เราทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน คือการนำพาสันติสุขที่ยั่งยืนกลับคืนสู่พื้นที่ชายแดนใต้ พร้อมกับยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนทุกคน







