thansettakij
thansettakij
รัฐบาลยกระดับ สกัดบุหรี่เถื่อนชายแดนใต้ ยึดของกลาง 2.2 ล้านมวน

รัฐบาลยกระดับมาตรการ สกัดบุหรี่เถื่อนชายแดนใต้ ยึดของกลาง 2.2 ล้านมวน

16 ส.ค. 69 | 10:20 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ส.ค. 69 | 10:23 น.

รัฐบาลยกระดับมาตรการปราบปรามเชิงรุกสกัดกั้นบุหรี่เถื่อนพื้นที่ภาคใต้ ยึดของกลางกว่า 2.2 ล้านมวน ประเมินค่าปรับสูงเกิน 100 ล้านบาท

KEY

POINTS

  • รัฐบาลยกระดับมาตรการปราบปรามขบวนการลักลอบนำเข้าบุหรี่ผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
  • เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางบุหรี่เถื่อนได้รวมกว่า 2.2 ล้านมวน คิดเป็นมูลค่าภาษีที่รัฐสูญเสียกว่า 7 ล้านบาท
  • การปราบปรามเป็นไปตามนโยบายเชิงรุกของนายกรัฐมนตรี เพื่อป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจและสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปราบปรามสินค้าหลีกเลี่ยงภาษีอย่างเข้มงวด ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยสามารถสกัดกั้นและจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้าบุหรี่ผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างต่อเนื่อง

ยกระดับนโยบายเข้มงวดสกัดกั้นสินค้าหลบเลี่ยงภาษี

การดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายของรัฐบาลในครั้งนี้ ถือเป็นการขับเคลื่อนตามนโยบายเชิงรุกที่เน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดในการสืบสวน การเฝ้าระวัง และการปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าหลีกเลี่ยงภาษีในทุกรูปแบบ

การให้ความสำคัญกับปัญหานี้ เนื่องจากสินค้าหลบเลี่ยงภาษีส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการสูญเสียรายได้จากภาษีอากรที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศ ตลอดจนส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมทางการค้าของผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รัฐบาลจึงมุ่งเน้นการตัดวงจรการกระทำผิดตั้งแต่ระดับฐานรากเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในวงกว้าง

เจาะพื้นที่ชายแดนใต้ สกัดขบวนการลักลอบ

พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่มักถูกขบวนการลักลอบนำเข้าใช้เป็นช่องทางในการลำเลียงและเป็นจุดพักรอเพื่อกระจายสินค้าผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศ การเฝ้าระวังและสกัดกั้นในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้จึงเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิบัติการ

ในการนี้ ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองได้ร่วมกันบูรณาการการทำงานอย่างเป็นระบบ ทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการข่าว การแลกเปลี่ยนเบาะแส และการวางแผนปฏิบัติการร่วมกันในพื้นที่ การประสานงานดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดช่องทางการลำเลียง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าทำการตรวจค้นและจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้าบุหรี่ผิดกฎหมายได้อย่างครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง

จับกุม 2.2 ล้านม้วน

ผลจากการขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามเชิงรุกอย่างเคร่งครัด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางบุหรี่ซิกาแรตต่างประเทศที่มิได้เสียภาษีสรรพสามิตได้เป็นจำนวนมาก โดยยึดของกลางรวมทั้งสิ้น 117,820 ซอง คิดเป็นปริมาณบุหรี่จำนวน 2,289,000 มวน

การจับกุมในครั้งนี้ส่งผลต่อมูลค่าทางภาษีและการลงโทษทางกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ โดยคิดเป็นมูลค่าภาษีสรรพสามิตที่ขาดหายไปจำนวน 7,095,966 บาท และมีประมาณการค่าปรับตามกฎหมายสูงถึง 106,439,490 บาท ซึ่งผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา "มีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี" และถูกควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด

สร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี

นางสาวพลอยทะเล ระบุเน้นย้ำว่า รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามเชิงรุกอย่างจริงจังและสม่ำเสมอ การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้กระทำผิดใช้พื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดนภาคใต้เป็นช่องทางในการทำมาหากินโดยผิดกฎหมาย

เป้าหมายสูงสุดของการยกระดับการปราบปรามครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเป็นธรรมในระบบโครงสร้างภาษี คุ้มครองผู้บริโภคและประชาชนทั่วไปจากสินค้าที่ไม่ผ่านการตรวจมาตรฐานตามกฎหมาย พร้อมทั้งปกป้องและรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของรัฐไว้อย่างเต็มที่ในระยะยาว