
กรมชลฯ เร่งฟื้นฟูระบบระบายน้ำ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพิ่มศักยภาพรับฝนตกหนัก
กรมชลฯ เร่ง 37 โครงการวงเงินกว่า 108 ล้านบาท ฟื้นระบบระบายน้ำปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส เพิ่มศักยภาพรับฝนหนักและน้ำหลาก ลดเสี่ยงน้ำท่วมกระทบประชาชน-พื้นที่เศรษฐกิจ
KEY
POINTS
- กรมชลประทานเร่งฟื้นฟูระบบชลประทานและระบายน้ำใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำหลาก
- ใช้งบประมาณกว่า 108 ล้านบาท ดำเนินการ 37 โครงการในจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส เพื่อซ่อมแซมโครงสร้างที่เสียหายและเพิ่มศักยภาพการจัดการน้ำ
- การดำเนินงานครอบคลุมการขุดลอกคลองระบายน้ำ ซ่อมแซมคันกั้นน้ำ และปรับปรุงอาคารชลประทาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
กรมชลประทานเร่งเดินหน้าโครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารและระบบชลประทานในพื้นที่ สำนักงานชลประทานที่ 17 ครอบคลุมจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำหลากในช่วงฤดูฝนภาคใต้ มุ่งลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมและน้ำขัง ตลอดจนลดผลกระทบต่อประชาชน พื้นที่เกษตรกรรม และพื้นที่เศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด
นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับการจัดสรรงบประมาณ ได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานที่ 17 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส รวม 37 โครงการ วงเงินกว่า 108 ล้านบาท แบ่งเป็น จังหวัดปัตตานี 20 โครงการ จังหวัดนราธิวาส 17 โครงการ เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างและระบบชลประทานที่ได้รับความเสียหายให้กลับมาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน รวมทั้งเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำและรองรับปริมาณน้ำหลากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัตตานีลุยขุดลอกคลอง เปิดทางน้ำรับฝนหนัก
สำหรับ จังหวัดปัตตานี มีแผนดำเนินงานครอบคลุมทั้งการขุดลอกคลองระบายน้ำหลายสาย อาทิ คลองระบายน้ำ D7, D4-14.1R, D3-8.6R, D1-2.2L-1.0R, D4-12.3R และ D11 รวมถึงคลองระบายน้ำสายอื่น ๆ เพื่อกำจัดตะกอนและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ พร้อมซ่อมแซมคันคลองส่งน้ำ คอนกรีตดาดคลอง และคันกั้นน้ำแม่น้ำปัตตานี ตลอดจนปรับปรุงอาคารรับน้ำป่า เพื่อให้ระบบชลประทานสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยจะเร่งดำเนินการโครงการตามแผนกำหนดไว้ ก่อนเข้าสู่ช่วงฝนหนักของภาคใต้
นราธิวาสเร่งเปิดทางน้ำ ฟื้นระบบระบายโก-ลก
ส่วน จังหวัดนราธิวาส ในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโก-ลก มีแผนดำเนินงานในพื้นที่อำเภอตากใบ ครอบคลุมตำบลโฆษิต ตำบลเกาะสะท้อน และตำบลพร่อน โดยดำเนินการขุดลอกตะกอนในคลองระบายน้ำหลายสาย อาทิ คลองระบายน้ำ 1 ขวา สาย 5 คลองระบายน้ำสายที่ 1–3 เกาะสะท้อน คลองระบายทุ่งนาหว่าน คลองระบาย ร1 ขวา สาย 14 และคลองระบายน้ำสาย 13 รวมถึงปรับปรุงอาคารรับน้ำป่าและท่อลอดคันคลอง เพื่อเปิดทางน้ำและเพิ่มความคล่องตัวในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยงานขุดลอกคลองบางส่วนได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ส่วนงานปรับปรุงอาคารรับน้ำป่าและท่อลอดคันคลองมีกำหนดแล้วเสร็จ ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 นี้
กรมชลฯ เร่งระบบระบายพร้อมรับน้ำหลาก
นอกจากโครงการที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการตามแผนแล้ว กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 17 ได้กำชับหน่วยงานในพื้นที่เร่งเตรียมความพร้อมของระบบระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขุดลอกคลอง กำจัดวัชพืช ผักตบชวา และสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงตรวจสอบอาคารบังคับน้ำและอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อรักษาประสิทธิภาพการระบายน้ำและรองรับสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่
อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้กำชับสำนักงานชลประทานที่ 17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการดำเนินงานทุกโครงการให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมของอาคารชลประทาน เครื่องจักร และระบบระบายน้ำในพื้นที่ เพื่อรองรับสถานการณ์ฝนหนักและน้ำหลาก โดยมุ่งลดผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่เศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด ตามข้อสั่งการของรัฐบาล







