
นายกฯ ก็ไม่เว้น ‘อนุทิน’ โดนตรวจปืน ลุยด่านบุรีรัมย์ คุมเข้มอาวุธ-ยาเสพติด
‘อนุทิน’ ลุยบุรีรัมย์ เจอด่านตรวจค้นอาวุธปืน-ยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตรวจค้นนายกฯ เช่นเดียวกับประชาชน ตอกย้ำมาตรการคุมเข้มอาวุธปืน หลังเกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่อง
KEY
POINTS
- นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นอาวุธที่ด่านความมั่นคงใน จ.บุรีรัมย์ ตามนโยบายคุมเข้มอาวุธปืนและยาเสพติด
- เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อย่างเท่าเทียม โดยไม่มีการยกเว้นแม้แต่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
- รัฐบาลได้ยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืน โดยสั่งระงับการออกใบอนุญาตซื้อและครอบครองปืน (ป.3, ป.4) ชั่วคราว และยกเลิกการมอบปืนเป็นรางวัลแก่กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน
วันที่ 16 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้สนธิกำลังเพิ่มความเข้มงวดในการตั้งจุดตรวจและตรวจค้นอาวุธปืนและยาเสพติดในพื้นที่ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัด เพื่อป้องกันและสกัดการแพร่กระจายของอาวุธปืนและยาเสพติดในชุมชน
การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัย และกวดขันการครอบครองและการใช้อาวุธปืนอย่างเข้มงวด
‘อนุทิน’ ถูกตรวจค้นเช่นเดียวกับประชาชน
ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจ นายอนุทินซึ่งเดินทางมาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ได้ผ่านจุดตรวจดังกล่าว และถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นตามขั้นตอนเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป
มีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีได้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่า “เจออะไรไหม” ก่อนที่ตำรวจจะตอบว่า “ไม่เจอครับ” จากนั้นนายอนุทินถามเพิ่มเติมว่า “หมายถึงที่ตั้งด่านทั่ว ๆ ไปแถวนี้” เจ้าหน้าที่จึงตอบว่า “เจอแต่ยาครับ”
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ยังคงดำเนินการตรวจค้นตามมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยไม่ยกเว้นแม้แต่ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
รัฐบาลยกระดับคุมอาวุธปืน
การยกระดับมาตรการตรวจค้นอาวุธปืนในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของสังคมต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
รัฐบาลจึงมุ่งเน้นการแก้ปัญหาในเชิงป้องกัน โดยให้ความสำคัญกับการควบคุมอาวุธตั้งแต่ต้นทาง ทั้งการออกใบอนุญาต การครอบครอง รวมถึงการตรวจสอบและสกัดอาวุธที่อาจถูกนำไปใช้ก่อเหตุ
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งให้ ระงับการออกใบอนุญาตซื้อปืน (ป.3) และใบอนุญาตครอบครองปืน (ป.4)ทั้งหมดเป็นการชั่วคราว จนกว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
มาตรการดังกล่าวถือเป็นการเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการเข้าถึงอาวุธปืน โดยมุ่งป้องกันไม่ให้อาวุธเข้าสู่มือบุคคลที่อาจนำไปใช้ก่อเหตุรุนแรง
สั่งยกเลิกมอบปืนเป็นรางวัลกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน
นอกจากการระงับการออกใบอนุญาตซื้อและครอบครองอาวุธปืนแล้ว นายกรัฐมนตรี ยังได้สั่งการให้กรมการปกครอง ยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้าน
แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนมาตรการเกี่ยวกับอาวุธปืนของภาครัฐ เพื่อให้การบริหารจัดการอาวุธปืนมีความรัดกุมมากขึ้น และลดโอกาสที่อาวุธปืนจะถูกนำไปใช้ในเหตุการณ์ความรุนแรง
สำหรับการตรวจค้นในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจจะยังคงเดินหน้าตั้งจุดตรวจและตรวจค้นในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเน้นทั้งอาวุธปืนและยาเสพติด เพื่อสกัดปัญหาที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน
มุ่งแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง
รัฐบาลให้เหตุผลว่า การควบคุมอาวุธปืนจำเป็นต้องดำเนินการตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่เพียงการเข้าจับกุมหลังเกิดเหตุแล้ว โดยต้องควบคู่ทั้งการควบคุมการออกใบอนุญาต การตรวจสอบผู้ครอบครอง และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
การยกระดับมาตรการครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการลดความเสี่ยงจากการใช้อาวุธปืนก่อเหตุ และป้องกันไม่ให้อาวุธหลุดเข้าสู่สถานการณ์ที่อาจนำไปสู่ความสูญเสียซ้ำ
ทั้งนี้ รัฐบาลย้ำว่าเป้าหมายสูงสุดของมาตรการคุมเข้มอาวุธปืน คือ การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงจะเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและสกัดอาวุธผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง







