
13 โศกนาฏกรรม “ปืนไทย” ใน 6 ปี ถอดบทเรียนเหตุสลดซ้ำซาก ช่องโหว่ปัญหาปืน
ย้อนรอย 6 ปี 13 โศกนาฏกรรมจาก “ปืน” ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน ถอดบทเรียนเหตุสลดซ้ำซาก ปืนที่ใช้ก่อเหตุมีที่มาจากหลากหลายแหล่ง ทั้งปืนมีทะเบียนถูกกฎหมาย ปืนของเจ้าหน้าที่รัฐ ปืนดัดแปลงที่ซื้อขายออนไลน์ และปืนของคนในครอบครัว ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ในการควบคุม
KEY
POINTS
- ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญโศกนาฏกรรมรุนแรงจากอาวุธปืนครั้งสำคัญถึง 13 ครั้ง ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำซาก
- ปืนที่ใช้ก่อเหตุมีที่มาจากหลากหลายแหล่ง ทั้งปืนมีทะเบียนถูกกฎหมาย ปืนของเจ้าหน้าที่รัฐ ปืนดัดแปลงที่ซื้อขายออนไลน์ และปืนของคนในครอบครัว ซึ่งชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ในการควบคุม
- รูปแบบการก่อเหตุมีความหลากหลาย ตั้งแต่การกราดยิงในที่สาธารณะ การปล้นชิงทรัพย์ การยิงจากความขัดแย้งส่วนตัว ไปจนถึงเหตุที่ผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน
ประเทศไทยกำลังเผชิญคำถามใหญ่เกี่ยวกับ “อาวุธปืน” อีกครั้ง หลังเกิดเหตุกราดยิงครั้งรุนแรงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ก่อนเกิดเหตุบุกยิงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีภายในสำนักงานเพียง 3 วันต่อมา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทำให้ประเด็นการควบคุมอาวุธปืนกลับมาเป็นวาระแห่งชาติ โดยรัฐบาลประกาศเตรียมยกระดับกฎหมายและมาตรการควบคุม ทั้งการออกใบอนุญาต การพกพาปืน การตรวจสอบผู้ครอบครอง การขายปืนออนไลน์ รวมถึงการทบทวนโครงการปืนสวัสดิการ ขณะที่นายกรัฐมนตรีประกาศผลักดันกฎหมายอาวุธปืนฉบับใหม่ให้เข้มงวดขึ้น
ปัญหาปืนในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะข้อมูลปี 2565 จาก World Population Review ซึ่งถูกนำมาเผยแพร่ในไทยระบุว่า ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืน 2,804 คน คิดเป็นอัตรา 3.91 คนต่อประชากร 1 แสนคน และอยู่ในอันดับที่ 15 ของโลกในเวลานั้น
ขณะเดียวกัน ข้อมูลที่ถูกใช้อ้างอิงกันอย่างแพร่หลายจาก Small Arms Survey ระบุว่า ไทยมีอาวุธปืนในมือพลเรือนประมาณ 10.34 ล้านกระบอก แบ่งเป็นปืนที่ขึ้นทะเบียนประมาณ 6.22 ล้านกระบอก และปืนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนมากกว่า 4 ล้านกระบอก
13 โศกนาฏกรรมจาก “ปืน”
เมื่อย้อนดูเหตุการณ์สำคัญในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าปัญหาปืนของไทยไม่ได้เกิดขึ้นในรูปแบบเดียว แต่มีตั้งแต่ การปล้น ยิงเป้าหมายเฉพาะ การกราดยิงในพื้นที่สาธารณะ การยิงในหน่วยงานรัฐ ไปจนถึงการนำปืนของคนในครอบครัวไปใช้ก่อเหตุ
เหตุการณ์ที่ 1: ปี 63 กราดยิงชิงทอง จ.ลพบุรี
วันที่ 9 มกราคม 2563 นายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือ "ผอ.กอล์ฟ" อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในจังหวัดสิงห์บุรี บุกชิงทองในห้างสรรพสินค้ากลางเมืองลพบุรี โดยใช้อาวุธปืนติดท่อเก็บเสียงเปิดฉากกราดยิงใส่พนักงาน รปภ. และลูกค้าที่เดินผ่านไปมาอย่างอุกอาจเพื่อเปิดทางชิงทรัพย์
เหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเด็กชายวัยเพียง 2 ขวบ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 ราย
เหตุการณ์ที่ 2 : ปี 63 กราดยิง Terminal 21 จ.นครราชสีมา
โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของไทย ในวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2563 เมื่อทหารใช้อาวุธปืนและกระสุนจากคลังทหาร ก่อเหตุยิงผู้บังคับบัญชา ก่อนเข้าสู่เมืองและกราดยิงประชาชนหลายจุด จนไปจบที่ศูนย์การค้า Terminal 21 นครราชสีมา
มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 29 ราย ไม่นับผู้ก่อเหตุ และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ก่อนเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์และวิสามัญผู้ก่อเหตุ
เหตุการณ์ที่ 3 : ปี 63 บุกยิงอดีตภรรยาในคลินิกความงาม
เพียงประมาณ 10 วันหลังโศกนาฏกรรมโคราช ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 เกิดเหตุชายบุกเข้าไปในคลินิกเสริมความงามภายในห้าง Century Plaza กรุงเทพฯ และยิงอดีตภรรยาเสียชีวิต พร้อมทำให้พนักงานอีกคนได้รับบาดเจ็บ
เหตุการณ์ที่ 4 : ปี 65 ยิงในวิทยาลัยการทัพบก
14 กันยายน 2565 เกิดเหตุทหารยศจ่าสิบเอกยิงเพื่อนร่วมงานภายในวิทยาลัยการทัพบก เขตดุสิต กรุงเทพฯ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย ก่อนผู้ก่อเหตุถูกจับกุม จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ก่อเหตุเคยประสบอุบัติเหตุทางถนนและมีอาการทางจิตเวชอยู่ระหว่างการรักษาตัว
เหตุนี้นำไปสู่คำถามเรื่องการเข้าถึงอาวุธปืนในหน่วยงานที่มีอาวุธอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงการประเมินสภาพบุคลากรที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต
เหตุการณ์ที่ 5 : กราดยิงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จ.หนองบัวลำภู
6 ตุลาคม 2565 โศกนาฏกรรมที่สร้างบาดแผลให้ประเทศไทยอย่างรุนแรง อดีตตำรวจใช้อาวุธปืนและมีดบุกศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.อุทัยสวรรค์ จ.หนองบัวลำภู ขณะเด็กกำลังนอนกลางวัน ก่อนขับรถหลบหนีและยิงประชาชนระหว่างทาง
ท้ายที่สุดผู้ก่อเหตุกลับบ้าน ยิงภรรยา ลูก และยิงตัวเองเสียชีวิต เหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าวมียอดผู้เสียชีวิตรวม 38 คน และบาดเจ็บ 11 คนตามรายงานของตำรวจในเวลานั้น
คดีนี้ทำให้สังคมตั้งคำถามอย่างหนักถึงการที่ผู้ก่อเหตุซึ่งเคยเป็นตำรวจสามารถเข้าถึงอาวุธ และการตรวจสอบบุคลากรที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือมีปัญหาส่วนตัวก่อนหน้านั้น
เหตุการณ์ที่ 6 : กราดยิงในหมู่บ้าน จ.เพชรบุรี
22–23 มีนาคม 2566 ชายวัย 29 ปีใช้อาวุธปืนก่อเหตุกราดยิงในหมู่บ้านกรุงเพชรวิลล่า ซอย 4 ตำบลต้นมะม่วง อำเภอเมืองเพชรบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย เจ้าหน้าที่ต้องปิดล้อมพื้นที่และเจรจาเป็นเวลานานกว่า 14 ชั่วโมง ก่อนตำรวจวิสามัญผู้ก่อเหตุ
เหตุการณ์ที่ 7 : เยาวชน 14 ปี กราดยิงที่สยามพารากอน
3 ตุลาคม 2566 เหตุยิงกลางห้างสยามพารากอนกลายเป็นอีกจุดเปลี่ยนของปัญหาอาวุธปืนไทย เพราะผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนวัยเพียง 14 ปี และใช้อาวุธที่ตำรวจระบุว่าเป็น Blank Gun ดัดแปลง
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และผู้บาดเจ็บหลายราย หลังหนึ่งในผู้บาดเจ็บเสียชีวิตภายหลัง คดีนี้เปิดโปงปัญหา การซื้อขาย Blank Gun และการดัดแปลงผ่านตลาดออนไลน์
เหตุการณ์ที่ 8 : ชายคลั่ง ยิง 3 ศพ จ.หนองบัวลำภู
27 พฤศจิกายน 2567 เกิดเหตุชายสูงวัยใช้อาวุธปืนยิงคนในบ้านเช่าใน จ.หนองบัวลำภู จากความขัดแย้งส่วนตัว ก่อนผู้ก่อเหตุยิงตัวเองเสียชีวิต รวมผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 4 คนรวมผู้ก่อเหตุ และมีเด็กได้รับบาดเจ็บ
เหตุการณ์ที่ 9 : กราดยิงบึงกาฬ
19 ธันวาคม 2567 ผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุ 35 ปี เพิ่งพ้นโทษออกจากคุกมาได้ระยะหนึ่งแล้วไปบวช ก่อนจะเพิ่งลาสิกขา เกิดอาการคลุ้มคลั่งและใช้อาวุธปืนไล่ยิงชาวบ้านในหมู่บ้านโพนแก้ว จ.บึงกาฬ ทำให้มีชาวบ้านเสียชีวิตทันที 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ
จากนั้นผู้ก่อเหตุได้จับตัวประกันไว้ประมาณ 5 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อมพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์และเจรจา ต่อมาผู้ก่อเหตุยอมปล่อยตัวประกันทั้งหมดอย่างปลอดภัย ก่อนจะใช้อาวุธปืนลั่นไกปลิดชีพตัวเองเพื่อหนีความผิด
เหตุการณ์ที่ 10 : ยิง 6 ศพ ตลาด อ.ต.ก. กรุงเทพฯ
28 กรกฎาคม 2568 ชายวัยประมาณ 60 ปีใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณตลาด อ.ต.ก. จำนวน 4 ราย และแม่ค้าในตลาด 1 ราย ก่อนผู้ก่อเหตุยิงตัวเองเสียชีวิต คดีนี้เกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ไล่ยิงเป้าหมายภายในพื้นที่ตลาด ซึ่งตำรวจตรวจสอบพบว่า ปืน 9 มม. ที่ใช้ก่อเหตุมีชื่อผู้ครอบครองตามกฎหมาย
เหตุการณ์ที่ 11 : ชิงปืนตำรวจ บุกกราดยิงโรงเรียน หาดใหญ่
11 กุมภาพันธ์ 2569 ชายวัย 18 ปีมีอาการคลุ้มคลั่ง ใช้มีดทำร้ายเจ้าหน้าที่ก่อนแย่งปืนยาวตำรว แล้วบุกเข้าไปในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พร้อมจับครูและนักเรียนเป็นตัวประกัน ส่งผลให้ผู้อำนวยการโรงเรียนเสียชีวิต 1 คน และมีผู้บาดเจ็บ 6 คน
เหตุการณ์ที่ 12 : นักเรียนกราดยิง โรงเรียนเทพศิรินทร์
7 สิงหาคม 2569 คดีสะเทือนขวัญที่เด็กชายวัย 14 ปีใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงปู่และย่าเสียชีวิตที่บ้านพักในอำเภอบางบัวทอง ก่อนนำปืนของปู่ซึ่งครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายไปโรงเรียนก่อเหตุกราดยิงซ้ำที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ จ.นนทบุรี มีจำนวนผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 23 ราย
เหตุการณ์ที่ 13 : อดีต สส. บุกยิงนายก อบจ.นนทบุรี
10 สิงหาคม 2569 เพียง 3 วันหลังเหตุกราดยิงโรงเรียน เกิดเหตุบุกยิงนายก อบจ.นนทบุรี ภายในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี โดยอดีตสส.เป็นผู้ก่อเหตุ ผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่คนขับรถได้รับบาดเจ็บ ก่อนผู้ก่อเหตุถูกควบคุมตัว
เมื่อนำทั้ง 13 เหตุการณ์มาเรียงต่อกัน ภาพที่เห็นชัดคือ ปืนที่ถูกใช้ก่อเหตุไม่ได้มาจากแหล่งเดียวกัน บางคดีมาจากอาวุธในหน่วยงานรัฐ บางคดีมาจากปืนที่มีทะเบียน บางคดีเกี่ยวข้องกับปืนดัดแปลงหรือปืนเถื่อน อย่างกรณีสยามพารากอนชี้ไปที่ Blank Gun และตลาดออนไลน์
ขณะที่ตลาด อ.ต.ก.ชี้ไปที่ปืนที่มีชื่อผู้ครอบครองตามกฎหมาย ส่วนเหตุโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี กลับเป็นกรณีของเด็กเข้าถึงปืนของสมาชิกในครอบครัว ดังนั้นปัญหาอาวุธปืนไทยจึงควรถูกผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อไม่ให้เหตุโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นอีกในอนาคต






