
กกต.คาด"สิงหาคม"ชี้ชะตาคดีฮั้ว สว. ย้ำยึดพยานหลักฐาน ไม่ตั้งธง
กกต.คาดเดือนสิงหาคมนี้ ชี้ชะตาคดีฮั้ว สว. “สิทธิโชติ”ย้ำยึดพยานหลักฐาน ไม่ตั้งธง เชื่อมติทุกอย่างมีเหตุผล
KEY
POINTS
- กกต.คาดว่าจะสามารถลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว. ได้ภายในเดือนสิงหาคม โดยยืนยันว่าไม่มีการตั้งธงไว้ล่วงหน้า
- การวินิจฉัยจะยึดตามพยานหลักฐาน ที่รวบรวมในสำนวนเป็นหลัก ไม่สามารถนำข้อมูลหรือกระแสสังคมนอกสำนวนมาใช้ตัดสินได้
- แม้หลักฐานอาจไม่เพียงพอสำหรับคดีอาญา แต่ กกต.ยังสามารถส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือให้พ้นจากตำแหน่งได้
กรรมการการเลือกตั้งเผยการพิจารณาคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ฮั้ว สว.) คืบหน้าไปมาก คาด กกต.ทั้ง 7 คนจะลงมติได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ยืนยันไม่มีการตั้งธงล่วงหน้า ทุกขั้นตอนยึดพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก
แม้คลิปหรือข้อมูลนอกสำนวนจะสร้างกระแสในสังคม แต่ไม่สามารถนำมาใช้ประกอบการวินิจฉัยได้ พร้อมย้ำหากหลักฐานไม่ถึงขั้นคดีอาญา ยังสามารถส่งศาลเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือให้พ้นจากตำแหน่งได้
สิงหาคมชี้ชะตาคดีฮั้ว สว.
วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาคดีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่า ขณะนี้การพิจารณาคดีมีความคืบหน้าไปมาก และคาดว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คนจะสามารถลงมติในคดีดังกล่าวได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้
“การลงมติของกกต.ในคดีนี้ คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม เพราะได้มีการพิจารณาไปเยอะแล้ว ประชาชนยังคาดหวังต่อกกต.ได้ เพราะมี กกต.ไว้เพื่อคัดคนดีเข้าสู่สังคมการเมืองแต่ตอนนี้เราทำตามใจที่เราคิดทุกอย่างไม่ได้ เพราะมีกฎหมายให้เราใช้ในการพิจารณาอยู่ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน
เชื่อมั่นเถอะครับว่า กกต.ทั้ง 7 จากที่ผมสัมผัสเองในห้องประชุมท่านเป็นคนดี เป็นคนเก่ง ผมคิดว่าทุกท่านใช้ดุลยพินิจในทางที่เหมาะสมแน่นอน อย่าได้กังวล ทุกอย่างมีเหตุผลของมัน ถ้าจะยกไม่ไปศาลก็มีเหตุผล แต่ถ้าให้ไปก็จะมีเหตุผลว่าให้ไปเพราะอะไร ทุกคนมีเหตุผลเขียน
อย่างคำพิพากษาที่ออกมาก็ไม่ได้ถูกใจใครทั้งหมด แต่อยู่ที่เหตุผล แรงกดดันจากสังคมเป็นเรื่องปกติ กกต.ก็โดนกดดันตลอด แต่เราก็ต้องมีแนวทางในการทำงานที่ดี มั่นใจได้ว่ามีเหตุและผล อย่าได้กังวล”
ยัน กกต.ไม่มีธงล่วงหน้า
นายสิทธิโชติ ยืนยันว่า การทำงานของ กกต. ไม่ได้มีการตั้งธงล่วงหน้า แต่ดำเนินการตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่คณะสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 รวบรวมไว้เป็นสำคัญ
นายสิทธิโชติ กล่าวว่า คดีฮั้วเลือก สว. เป็นคดีที่ผู้ถูกกล่าวหาถูกกล่าวหาว่ากระทำการโดยปกปิด ไม่ได้ดำเนินการอย่างเปิดเผย ทำให้การแสวงหาพยานหลักฐานทำได้ยากกว่าคดีทั่วไป
นอกจากนี้ พยานที่เข้ามาให้ข้อมูลกับ กกต. หลายรายยังอยู่ในสถานะ พยานปกปิด เพื่อความปลอดภัยของผู้ให้ข้อมูล
ส่วนพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ กกต.ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการรวบรวมข้อมูลประกอบสำนวน
แม้ปัจจุบันจะมีพยานหลักฐานจำนวนหนึ่ง แต่ยอมรับว่า การจะหาหลักฐานที่ชัดเจนเหมือนคดีอาญาทั่วไปเป็นเรื่องไม่ง่าย
หากไม่ถึงอาญา-เพิกถอนสิทธิได้
กรรมการ กกต. อธิบายว่า กระบวนการพิจารณาแบ่งออกเป็นหลายระดับ หากจะดำเนินคดีอาญา จำเป็นต้องมีพยานหลักฐานที่หนักแน่นจนเชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดจริง
อย่างไรก็ตาม หากหลักฐานยังไม่ถึงระดับที่จะดำเนินคดีอาญา แต่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิด กกต.ก็ยังสามารถมีมติส่งเรื่องให้ศาลพิจารณา เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือ ให้พ้นจากตำแหน่งได้
ทั้งนี้ การพิจารณาจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ กกต. ทั้ง 7 คน ว่าพยานหลักฐานที่มีเพียงพอสำหรับการส่งศาลหรือไม่
คลิปเสวนาอยู่ในสำนวนแล้ว
นายสิทธิโชติ ยังกล่าวถึงกรณีมีคลิปการเสวนาเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ว่า คลิปที่ปรากฏก่อนหน้านี้ คณะสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ได้นำเข้าสู่สำนวนเรียบร้อยแล้ว ส่วนคลิปหรือข้อมูลใหม่ที่เผยแพร่ภายหลังนั้น ส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงในสำนวน
นอกจากนี้ พยานบางรายที่ไปให้ข้อมูลในเวทีเสวนายังคงมีสถานะเป็น พยานปกปิดของ กกต.
นายสิทธิโชติ ระบุอีกว่า ตนไม่ได้ติดตามเนื้อหาการเสวนา จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าคำพูดดังกล่าว ตรงกับคำให้การในสำนวนหรือไม่ แต่ย้ำว่า กกต.จะพิจารณาเฉพาะพยานหลักฐานที่อยู่ในสำนวนเท่านั้นเพราะคำให้การนอกสำนวนอาจสร้างกระแส หรือความรู้สึกในสังคมได้ แต่ไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานในการวินิจฉัยคดีได้
ยังตอบไม่ได้สอยทั้ง 229 คนหรือไม่
เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับคดีจำนวน 229 คน ซึ่งถูกเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองและบ้านใหญ่ในหลายพื้นที่จะส่งผลต่อการพิจารณาหรือไม่
นายสิทธิโชติ กล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบได้ เนื่องจาก กกต.ยังไม่มีการลงมติ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานว่ามีน้ำหนักเพียงพอที่จะนำเสนอต่อศาลหรือไม่ แม้จะเห็นภาพความเชื่อมโยง แต่หากไม่มีหลักฐานรองรับก็ไม่สามารถดำเนินการได้
ฮั้วบางจังหวัดไม่กระทบทั้งระบบ
สำหรับคำถามว่า หากพบการฮั้วในบางจังหวัด จะทำให้กระบวนการเลือก สว.ทั้งหมดเป็นโมฆะหรือไม่ นายสิทธิโชติ ชี้แจงว่า การกระทำผิดเป็นเรื่อง เฉพาะบุคคลหรือเฉพาะพื้นที่ ไม่ได้ทำให้กระบวนการเลือก สว. ทั้งประเทศเสียหายทั้งหมด
เนื่องจากยังมีผู้สมัครจำนวนมากที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการฮั้ว ขณะที่ผู้ที่ถูกกล่าวหาจะต้องได้รับการพิจารณาตามพยานหลักฐานเป็นรายกรณี
"ไม่ว่าจะมีมติส่งเรื่องต่อศาล หรือไม่ส่ง ทุกอย่างจะมีเหตุผลรองรับอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับคำพิพากษาของศาลที่อาจไม่ถูกใจทุกฝ่าย แต่สิ่งสำคัญคือเหตุผลและข้อกฎหมายที่ใช้ในการวินิจฉัย" นายสิทธิโชติ กล่าว






