thansettakij
thansettakij
กกต.คาด"สิงหาคม"ชี้ชะตาคดีฮั้ว สว. ย้ำยึดพยานหลักฐาน ไม่ตั้งธง

กกต.คาด"สิงหาคม"ชี้ชะตาคดีฮั้ว สว. ย้ำยึดพยานหลักฐาน ไม่ตั้งธง

15 ก.ค. 69 | 12:25 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.ค. 69 | 12:54 น.

กกต.คาดเดือนสิงหาคมนี้ ชี้ชะตาคดีฮั้ว สว. “สิทธิโชติ”ย้ำยึดพยานหลักฐาน ไม่ตั้งธง เชื่อมติทุกอย่างมีเหตุผล

KEY

POINTS

  • กกต.คาดว่าจะสามารถลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว. ได้ภายในเดือนสิงหาคม โดยยืนยันว่าไม่มีการตั้งธงไว้ล่วงหน้า
  • การวินิจฉัยจะยึดตามพยานหลักฐาน ที่รวบรวมในสำนวนเป็นหลัก ไม่สามารถนำข้อมูลหรือกระแสสังคมนอกสำนวนมาใช้ตัดสินได้
  • แม้หลักฐานอาจไม่เพียงพอสำหรับคดีอาญา แต่ กกต.ยังสามารถส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือให้พ้นจากตำแหน่งได้

กรรมการการเลือกตั้งเผยการพิจารณาคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ฮั้ว สว.) คืบหน้าไปมาก คาด กกต.ทั้ง 7 คนจะลงมติได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ยืนยันไม่มีการตั้งธงล่วงหน้า ทุกขั้นตอนยึดพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก 

แม้คลิปหรือข้อมูลนอกสำนวนจะสร้างกระแสในสังคม แต่ไม่สามารถนำมาใช้ประกอบการวินิจฉัยได้ พร้อมย้ำหากหลักฐานไม่ถึงขั้นคดีอาญา ยังสามารถส่งศาลเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือให้พ้นจากตำแหน่งได้

สิงหาคมชี้ชะตาคดีฮั้ว สว. 

วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาคดีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่า ขณะนี้การพิจารณาคดีมีความคืบหน้าไปมาก และคาดว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คนจะสามารถลงมติในคดีดังกล่าวได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้

“การลงมติของกกต.ในคดีนี้ คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม  เพราะได้มีการพิจารณาไปเยอะแล้ว ประชาชนยังคาดหวังต่อกกต.ได้ เพราะมี กกต.ไว้เพื่อคัดคนดีเข้าสู่สังคมการเมืองแต่ตอนนี้เราทำตามใจที่เราคิดทุกอย่างไม่ได้ เพราะมีกฎหมายให้เราใช้ในการพิจารณาอยู่ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน 

เชื่อมั่นเถอะครับว่า กกต.ทั้ง 7 จากที่ผมสัมผัสเองในห้องประชุมท่านเป็นคนดี เป็นคนเก่ง ผมคิดว่าทุกท่านใช้ดุลยพินิจในทางที่เหมาะสมแน่นอน อย่าได้กังวล ทุกอย่างมีเหตุผลของมัน ถ้าจะยกไม่ไปศาลก็มีเหตุผล แต่ถ้าให้ไปก็จะมีเหตุผลว่าให้ไปเพราะอะไร ทุกคนมีเหตุผลเขียน 

อย่างคำพิพากษาที่ออกมาก็ไม่ได้ถูกใจใครทั้งหมด แต่อยู่ที่เหตุผล แรงกดดันจากสังคมเป็นเรื่องปกติ กกต.ก็โดนกดดันตลอด แต่เราก็ต้องมีแนวทางในการทำงานที่ดี มั่นใจได้ว่ามีเหตุและผล อย่าได้กังวล”

ยัน กกต.ไม่มีธงล่วงหน้า

นายสิทธิโชติ ยืนยันว่า การทำงานของ กกต. ไม่ได้มีการตั้งธงล่วงหน้า แต่ดำเนินการตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่คณะสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 รวบรวมไว้เป็นสำคัญ

นายสิทธิโชติ กล่าวว่า คดีฮั้วเลือก สว. เป็นคดีที่ผู้ถูกกล่าวหาถูกกล่าวหาว่ากระทำการโดยปกปิด ไม่ได้ดำเนินการอย่างเปิดเผย ทำให้การแสวงหาพยานหลักฐานทำได้ยากกว่าคดีทั่วไป

นอกจากนี้ พยานที่เข้ามาให้ข้อมูลกับ กกต. หลายรายยังอยู่ในสถานะ พยานปกปิด เพื่อความปลอดภัยของผู้ให้ข้อมูล

ส่วนพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ กกต.ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการรวบรวมข้อมูลประกอบสำนวน

แม้ปัจจุบันจะมีพยานหลักฐานจำนวนหนึ่ง แต่ยอมรับว่า การจะหาหลักฐานที่ชัดเจนเหมือนคดีอาญาทั่วไปเป็นเรื่องไม่ง่าย

หากไม่ถึงอาญา-เพิกถอนสิทธิได้

กรรมการ กกต. อธิบายว่า กระบวนการพิจารณาแบ่งออกเป็นหลายระดับ หากจะดำเนินคดีอาญา จำเป็นต้องมีพยานหลักฐานที่หนักแน่นจนเชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดจริง

อย่างไรก็ตาม หากหลักฐานยังไม่ถึงระดับที่จะดำเนินคดีอาญา แต่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิด กกต.ก็ยังสามารถมีมติส่งเรื่องให้ศาลพิจารณา เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือ ให้พ้นจากตำแหน่งได้

ทั้งนี้ การพิจารณาจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ กกต. ทั้ง 7 คน ว่าพยานหลักฐานที่มีเพียงพอสำหรับการส่งศาลหรือไม่

คลิปเสวนาอยู่ในสำนวนแล้ว 

นายสิทธิโชติ ยังกล่าวถึงกรณีมีคลิปการเสวนาเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ว่า คลิปที่ปรากฏก่อนหน้านี้ คณะสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ได้นำเข้าสู่สำนวนเรียบร้อยแล้ว ส่วนคลิปหรือข้อมูลใหม่ที่เผยแพร่ภายหลังนั้น ส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงในสำนวน

นอกจากนี้ พยานบางรายที่ไปให้ข้อมูลในเวทีเสวนายังคงมีสถานะเป็น พยานปกปิดของ กกต.

นายสิทธิโชติ ระบุอีกว่า ตนไม่ได้ติดตามเนื้อหาการเสวนา จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าคำพูดดังกล่าว ตรงกับคำให้การในสำนวนหรือไม่ แต่ย้ำว่า กกต.จะพิจารณาเฉพาะพยานหลักฐานที่อยู่ในสำนวนเท่านั้นเพราะคำให้การนอกสำนวนอาจสร้างกระแส หรือความรู้สึกในสังคมได้ แต่ไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานในการวินิจฉัยคดีได้

ยังตอบไม่ได้สอยทั้ง 229 คนหรือไม่

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับคดีจำนวน 229 คน ซึ่งถูกเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองและบ้านใหญ่ในหลายพื้นที่จะส่งผลต่อการพิจารณาหรือไม่

นายสิทธิโชติ กล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบได้ เนื่องจาก กกต.ยังไม่มีการลงมติ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานว่ามีน้ำหนักเพียงพอที่จะนำเสนอต่อศาลหรือไม่ แม้จะเห็นภาพความเชื่อมโยง แต่หากไม่มีหลักฐานรองรับก็ไม่สามารถดำเนินการได้

ฮั้วบางจังหวัดไม่กระทบทั้งระบบ

สำหรับคำถามว่า หากพบการฮั้วในบางจังหวัด จะทำให้กระบวนการเลือก สว.ทั้งหมดเป็นโมฆะหรือไม่ นายสิทธิโชติ ชี้แจงว่า การกระทำผิดเป็นเรื่อง เฉพาะบุคคลหรือเฉพาะพื้นที่ ไม่ได้ทำให้กระบวนการเลือก สว. ทั้งประเทศเสียหายทั้งหมด

เนื่องจากยังมีผู้สมัครจำนวนมากที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการฮั้ว ขณะที่ผู้ที่ถูกกล่าวหาจะต้องได้รับการพิจารณาตามพยานหลักฐานเป็นรายกรณี

"ไม่ว่าจะมีมติส่งเรื่องต่อศาล หรือไม่ส่ง ทุกอย่างจะมีเหตุผลรองรับอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับคำพิพากษาของศาลที่อาจไม่ถูกใจทุกฝ่าย แต่สิ่งสำคัญคือเหตุผลและข้อกฎหมายที่ใช้ในการวินิจฉัย" นายสิทธิโชติ กล่าว