
กกต.ลุยคดีฮั้ว สว. ใช้ 12 จันทร์ชี้ชะตา ประเดิมสุราษฎร์ ไม่รวบรัด-ไม่เป่าคดี
กกต.เคาะแผน 12 จันทร์ สางคดีฮั้ว สว. เริ่ม 8 มิ.ย. ประเดิมสุราษฎร์พื้นที่แรก ย้ำไม่เร่งรัด-เป่าคดี พิจารณาข้อเท็จจริง-กฎหมายทุก ก่อนลงมติครั้งเดียวในคำวินิจฉัยสุดท้าย
KEY
POINTS
- กกต.กำหนดประชุมทุกวันจันทร์ รวม 12 ครั้ง เพื่อพิจารณาคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. อย่างละเอียด
- เริ่มกระบวนการสอบสวนแล้ว โดยประเดิมพิจารณาคดีของจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นแห่งแรก
- ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างรอบคอบ ไม่รวบรัด และจะไม่มีการ "เป่าคดี" เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาคดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ฮั้ว สว.) ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งได้เริ่มกระบวนการพิจารณาอย่างเป็นทางการไปแล้ว เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา และกำหนดให้มีการประชุมพิจารณาคดีทุกวันจันทร์เว้นจันทร์รวมทั้งหมด 12 จันทร์
นายณรงค์ ระบุว่า กกต. วางกรอบการประชุมไว้รวม 12 วันจันทร์ เพื่อเปิดโอกาสให้กรรมการทุกคนได้ศึกษาข้อมูล ข้อเท็จจริง และเอกสารหลักฐานที่มีอยู่เป็นจำนวนมากอย่างรอบด้าน โดยการประชุมอาจแบ่งการพิจารณาเป็นรายจังหวัดหรือเป็นกลุ่มจังหวัด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน
“เอกสารมีจำนวนมาก กกต. ทุกคนต้องอ่านและพิจารณาด้วยตนเอง จึงไม่สามารถประชุมเรื่องนี้ทุกวันได้ ขณะเดียวกันก็ยังมีภารกิจประชุมงานปกติในวันอื่น ๆ ด้วย” นายณรงค์ กล่าว
ประเดิมสอบฮั้ว สว.สุราษฎร์ธานี
ประธาน กกต. เปิดเผยว่า การประชุมครั้งแรก เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา ตั้งเป้าจะพิจารณาหลายพื้นที่พร้อมกัน แต่ในทางปฏิบัติสามารถพิจารณาได้เพียงจังหวัดสุราษฎร์ธานีจังหวัดเดียว เนื่องจากมีรายละเอียดและข้อเท็จจริงจำนวนมากที่ต้องตรวจสอบ
“เดิมเราคิดว่าจะดูได้หลายกลุ่มจังหวัด แต่สุดท้ายได้เพียงจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพราะมีข้อเท็จจริงจำนวนมาก และกรรมการ กกต. ซักถามผู้ชี้แจงอย่างละเอียด จึงต้องใช้เวลาพอสมควร” นายณรงค์ กล่าว
ไม่เร่งสรุปคดีหวั่นถูกมองไม่รอบคอบ
นายณรงค์ ยืนยันว่า แม้คดีจะมีกรอบระยะเวลาการดำเนินงานตามกฎหมายกำหนดไว้ แต่ กกต. จะพยายามดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องรักษาความถูกต้องและรอบคอบ
พร้อมระบุว่า หากกระบวนการพิจารณาเสร็จสิ้นเร็วเกินไป อาจทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยว่า การตรวจสอบไม่ได้ดำเนินการอย่างละเอียดเพียงพอ
“เราพยายามทำให้เร็วกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่ถ้าเร็วเกินไป สังคมอาจมองว่าไม่รอบคอบ เพราะฉะนั้นทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของความละเอียดและความเป็นธรรม” ประธาน กกต. กล่าว
ตอบข้อครหาเป่าคดี-ไม่อยากให้เกิดภาพลบ
เมื่อถูกถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่ายที่กังวลว่า คดีฮั้ว สว. อาจถูกแทรกแซงหรือมีการ “เป่าคดี” นายณรงค์ ยอมรับว่า กกต.รับรู้ถึงความคาดหวังและภาพลักษณ์ที่สังคมมีต่อองค์กร
อย่างไรก็ตาม กกต. ชุดปัจจุบันซึ่งเพิ่งเข้ามารับหน้าที่ ต่างมีความเห็นตรงกันว่า การทำงานต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและความถูกต้อง
“เรารู้ว่าสังคมมอง กกต. อย่างไร และเราไม่อยากให้เกิดภาพแบบนั้น ขอให้มั่นใจว่าการพิจารณาของ กกต. เป็นไปอย่างละเอียด รอบคอบ และยึดตามข้อกฎหมายทุกประการ” นายณรงค์ กล่าว
ลงมติครั้งเดียวชี้ชะตาฮั้ว สว.
ประธาน กกต. ระบุด้วยว่า เมื่อการพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในทุกพื้นที่เสร็จสิ้นแล้ว กกต.จะออกคำวินิจฉัยในลักษณะคำวินิจฉัยรวม โดยกรรมการทุกคนจะต้องรับทราบข้อมูลทั้งหมดอย่างครบถ้วนก่อนเข้าสู่กระบวนการลงมติ
“คำวินิจฉัยจะเป็นคำวินิจฉัยรวม เพราะกรรมการทุกคนต้องรับรู้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายทั้งหมด ก่อนจะมีการลงมติเพียงครั้งเดียว” นายณรงค์กล่าว






