
'สมชัย' วิเคราะห์จะเกิดอะไรขึ้นหากศาล รธน. ชี้ พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้าน ขัดกฏหมาย
เปิด 5 ฉากทัศน์สะเทือนรัฐบาลและปากท้องประชาชน หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ไม่ฉุกเฉิน-เร่งด่วนจริง ในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้
KEY
POINTS
- ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยกรณีฝ่ายค้านยื่นร้องว่า พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญในประเด็นความจำเป็นเร่งด่วน
- หากศาลฯ ชี้ว่าขัดรัฐธรรมนูญ จะส่งผลกระทบต่อโครงการเยียวยาประชาชน เช่น ไทยช่วยไทยพลัส ที่อาจต้องหยุดชะงัก
- รัฐบาลจะต้องหาเงินจากแหล่งอื่นมาชดเชยเงินกู้ 2 แสนล้านบาทแรกที่ได้ใช้จ่ายไปแล้ว และแผนลงทุนพลังงานทดแทน 2 แสนล้านบาทจะต้องถูกยกเลิก
- คำวินิจฉัยจะเป็นการทดสอบความรับผิดชอบและสปิริตทางการเมืองของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี แม้กฎหมายจะไม่บังคับให้ลาออก
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊กส่วนตัว ปั่นไปไหน สมชัย ศรีสุทธิยากร ว่า จับตาวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2569 กับก้าวสำคัญที่อาจพลิกโฉมทั้งการเมืองและเศรษฐกิจไทย เมื่อศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยกรณี ส.ส. ฝ่ายค้าน 133 คน ยื่นร้องว่า พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากขาดความ "จำเป็น เร่งด่วน ฉุกเฉิน" ตามเงื่อนไขกฎหมาย
หากศาลฯ มีคำวินิจฉัยว่า "ขัดรัฐธรรมนูญ" ผลกระทบวงกว้างจะเกิดขึ้นทันทีใน 5 มิติสำคัญ ดังนี้:
1. สปิริตและความรับผิดชอบทางการเมืองของนายกฯ
แม้จะไม่มีข้อกฎหมายบังคับให้ผู้นำประเทศหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต้องตบเท้าลาออกทันที แต่กรณีนี้คือบรรทัดฐานสำคัญ หากรัฐบาลเลือกที่จะนิ่งเฉย ไม่แสดงความรับผิดชอบใด ๆ ย่อมสะท้อนถึงมาตรฐานและคุณภาพของนักการเมืองไทยว่าจะยังคงย่ำอยู่กับที่เช่นเดิม
2. มหากาพย์ "ตามล้างตามเช็ด" เงิน 2 แสนล้านแรก
เงินก้อนแรกที่ถูกเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินเยียวยาวิกฤตพลังงานเฉพาะหน้า เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในส่วนที่จ่ายออกไปแล้ว รัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเร่งควานหาแหล่งเงินก้อนใหม่มาชดเชย เช่น การ "ตัดงบ" จากโครงการอื่น ๆ ในงบประมาณแผ่นดินที่พอจะโยกย้ายได้ เพื่อนำมาโปะรูรั่วทางกฎหมายนี้
3. ปากท้องสะดุด เงินอนาคตอีก 2 เดือนที่หายวับ
โครงการเยียวยาอย่างไทยช่วยไทยพลัสที่ยังเหลือระยะเวลาอีก 2 เดือนข้างหน้าจะตกอยู่ในความเสี่ยง รัฐบาลต้องหาเงินทุนสำรองมาทดแทนโดยด่วนเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน แต่หากจนปัญญาหาเงินไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือการยืดอก "สารภาพความจริง" กับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ยอมรับผิดในความไม่รอบคอบของตนเอง โดยไม่โยนความผิดให้ผู้อื่น
4. พับแผนพลังงานทดแทน 2 แสนล้านหลัง
แผนการลงทุนใหญ่ในโครงการพลังงานทดแทนระยะยาวจากเงินก้อนที่สองจำนวน 200,000 ล้านบาท จะต้องถูกพับเก็บเข้าลิ้นชักทันที หากรัฐบาลยังเห็นว่าโครงการใดมีความจำเป็นจริง ๆ ก็ต้องปรับลดขนาดลงมา ทำเป็นโครงการย่อย ๆ เท่าที่กรอบงบประมาณปกติจะเอื้ออำนวย
5. ทางรอดเดียวคือ... "ขอให้ไม่เกิด"
ท้ายที่สุดแล้ว ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเสถียรภาพของรัฐบาล และความต่อเนื่องในการช่วยเหลือประชาชน คือการภาวนาไม่ให้ฉากทัศน์เชิงลบทั้งหมดข้างต้นเกิดขึ้นจริงนั่นเอง.







