
ศาลรธน. เริ่มประชุมลงมติ ชี้ชะตา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่มีถ่ายทอดสด
จับตา 9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมลงมติ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยไม่มีการถ่ายทอดสด ฝ่ายค้านมั่นใจ "นโยบายระยะยาว" ไม่ใช่เรื่องด่วน ลุ้น 3 สูตรคำวินิจฉัย คาดรู้ผลพร้อมกันไม่เกินบ่ายโมงวันนี้!
KEY
POINTS
- ศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติชี้ชะตา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าเป็นไปตามเงื่อนไขความจำเป็นเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญหรือไม่
- ฝ่ายค้านโต้แย้งว่าแผนงานด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ถือเป็นเหตุฉุกเฉิน ขณะที่รัฐบาลยืนยันว่าจำเป็นเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ
- มีการเบิกจ่ายเงินกู้ไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญจะส่งผลกระทบต่อโครงการที่ดำเนินการไปแล้ว
- การประชุมและลงมติของศาลจะไม่มีการถ่ายทอดสด โดยจะแจ้งผลคำวินิจฉัยผ่านเอกสารข่าวของสำนักงานฯ
วันนี้ (9 ก.ค.69) เวลา 09.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเริ่มประชุมปรึกษาหารือ นัดแถลงด้วยวาจาและลงมติในคดีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านจำนวน 133 คน ยื่นคำร้องให้วินิจฉัยว่า "พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท" ของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ โดยไม่มีการถ่ายทอดสดผ่านทางช่องทางของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด
โดยวันนี้ถือเป็นวัน "ดีเดย์" ที่สำคัญยิ่งต่อเสถียรภาพทางการคลังของประเทศไทย เมื่อศาลรัฐธรรมนูญท่ามกลางการจับตามองของทุกภาคส่วน เนื่องจากมีการเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หากคำวินิจฉัยออกมาเป็นลบ ย่อมส่งผลสะเทือนต่อการบริหารราชการแผ่นดินและโครงการช่วยเหลือประชาชนในทันที
เปิดเงื่อนไขชี้ชะตา "ขัดหรือไม่ขัด" รัฐธรรมนูญ
การวินิจฉัยครั้งนี้มีประเด็นหลักคือ การออก พ.ร.ก. ดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรคหนึ่ง ที่ระบุว่าต้องเป็นกรณีเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และมี “เหตุฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้” หรือไม่
โดยการลงมติครั้งนี้ต้องใช้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของตุลาการทั้งหมดที่มีอยู่ หรืออย่างน้อย 6 ใน 9 เสียง เพื่อวินิจฉัยว่า พ.ร.ก. นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากศาลฯ เห็นว่าขัด รัฐธรรมนูญมาตรา 173 ระบุให้ พ.ร.ก. นั้นไม่มีผลใช้บังคับมาแต่ต้น
โดยศาลเห็นว่าคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวน และกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันนี้
รายงานข่าวจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งว่าจากนั้นเจ้าหน้าที่จะแจกเอกสารประกอบคำวินิจฉัย โดยไม่มีการออกนั่งบัลลังค์ และไม่มีการถ่ายทอดสดการอ่านคำวินิจฉัยเหมือนทุกครั้ง เนื่องจากคดีนี้เป็นการพิจารณาภายในองค์คณะ ไม่มีการนั่งออกนั่งบัลลังค์แต่อย่างใด จึงไม่มีคู่กรณีมารับฟัง ขณะที่บรรยากาศช่วงเช้า มีสื่อมวลชนมารอติดตามผลคำวินิจฉัย เนื่องจากเป็นคดีที่ได้รับความสนใจ
ข้อโต้แย้งฝ่ายค้าน "เปลี่ยนผ่านพลังงาน" ไม่ใช่เรื่องด่วน
ฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ โต้แย้งว่าแผนงานที่ 2 วงเงิน 2 แสนล้านบาท ที่เน้นการ "สร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน" เช่น การส่งเสริมพลังงานสะอาด นวัตกรรมสีเขียว และยานยนต์ไฟฟ้า เป็นนโยบายระยะยาวที่ต้องใช้เวลาดำเนินการหลายปี ไม่ใช่เหตุฉุกเฉินที่ต้องใช้อำนาจพิเศษออกเป็น พ.ร.ก.
สอดคล้องกับความเห็นของนายกรณ์ จาติกวณิช ที่มองว่าสถานการณ์ปัจจุบันไม่มีภัยความมั่นคงถึงขั้นต้องออก พ.ร.ก. และการอนุโลมให้กู้เงินได้โดยง่ายจะส่งผลเสียต่อเสถียรภาพการคลังในอนาคต
รัฐบาลยันจำเป็นต้องสู้ "วิกฤตปากท้อง-เงินเฟ้อ"
ในส่วนของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า พ.ร.ก. นี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการหยุดความเสี่ยงไม่ให้เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะ “เงินเฟ้อสูง แต่เศรษฐกิจชะลอตัว” (Stagflation)
โดยงบประมาณ 2 แสนล้านบาทแรกได้ถูกนำไปใช้ในโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อบรรเทาค่าครองชีพประชาชนกลุ่มเปราะบาง ซึ่งกระทรวงการคลังระบุว่าปัจจุบันได้จัดหาเงินกู้ไปแล้วกว่า 100,800 ล้านบาท โดยมีต้นทุนดอกเบี้ยเพียง 1.24% ต่อปี
จับตา 3 สูตรคำวินิจฉัย รู้ผลไม่เกินบ่ายโมง
ผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้คาดว่าจะออกมาใน 3 แนวทางหลัก ได้แก่
1. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ: รัฐบาลสามารถดำเนินโครงการต่อไปได้ตามแผน
2. ขัดรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ พ.ร.ก. สิ้นผลทันที และอาจกระทบต่อเงินกู้ที่เบิกจ่ายไปแล้ว
3. ขัดรัฐธรรมนูญบางส่วน โดยเฉพาะในส่วนแผนงานเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานที่อาจถูกมองว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน
ทั้งนี้ ประชาชนและผู้สนใจสามารถติดตามผลคำวินิจฉัยที่จะออกมาเป็นเอกสารข่าวของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ โดยฐานเศรษฐกิจจะรายงานให้ทราบต่อไป







