thansettakij
thansettakij
สตช.ผนึก 11 ประเทศ-นานาชาติยกระดับปราบค้ามนุษย์โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

สตช.ผนึก 11 ประเทศ-นานาชาติยกระดับปราบค้ามนุษย์โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

01 ก.ค. 69 | 07:10 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ก.ค. 69 | 07:32 น.

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย “พล.ต.อ.ธัชชัย” ผนึก 11 ชาติ-องค์กรนานาชาติ ยกระดับปราบค้ามนุษย์โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เตรียมเปิดระบบ SHIELD เชื่อมข่าวกรองข้ามพรมแดน

KEY

POINTS

  • สตช.เป็นเจ้าภาพประชุมร่วมกับ 11 ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์
  • เน้นยกระดับความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การสืบสวนข้ามชาติ การติดตามเส้นทางการเงิน และการช่วยเหลือผู้เสียหายที่พบแล้วกว่า 14,600 คน จาก 46 สัญชาติ
  • เตรียมเปิดใช้งานระบบ "SHIELD" ในวันที่ 3 กรกฎาคม เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองระดับนานาชาติในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระดมผู้แทนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก 11 ประเทศ พร้อมองค์กรระหว่างประเทศและหน่วยงานไทย ประชุมวางแนวทางป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เชื่อมโยงกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์ เร่งยกระดับการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การสืบสวนข้ามชาติ ติดตามเส้นทางการเงิน และช่วยเหลือผู้เสียหาย หลังพบเหยื่อ 46 สัญชาติ กว่า 14,600 คน พร้อมเตรียมเปิดใช้งานระบบ SHIELD ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองระดับนานาชาติ 3 กรกฎาคมนี้

หารือ 11 ประเทศสกัดค้ามนุษย์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เป็นประธานการประชุมความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวเนื่องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ณ โรงแรมมัดดีส์ บีช รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อกำหนดแนวทางยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศในการรับมือกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

                    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หารือ 11 ชาติ-องค์กรนานาชาติ ยกระดับปราบค้ามนุษย์โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

การประชุมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569 โดยมี พล.ต.ท.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน จเรตำรวจ และหัวหน้าส่วนปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วม พร้อมผู้แทนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก 11 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย อินเดีย ออสเตรเลีย สาธารณรัฐเกาหลี และ เนปาล

นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย (HSI) ศูนย์ความร่วมมือและบูรณาการการบังคับใช้กฎหมายล้านช้าง-แม่โขง (LMLECC) รวมถึงหน่วยงานของไทย ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ และกองทัพบก เข้าร่วมประชุมด้วย

เร่งเชื่อมข่าวกรอง-ไล่เส้นทางการเงิน

ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ แนวโน้ม และรูปแบบการก่ออาชญากรรมของขบวนการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในแต่ละประเทศ พร้อมหารือถึงปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

                     สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หารือ 11 ชาติ-องค์กรนานาชาติ ยกระดับปราบค้ามนุษย์โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ทุกประเทศเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในหลายมิติ ทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองแบบเรียลไทม์ การประสานการสืบสวนคดีข้ามพรมแดน การติดตามเส้นทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรม การช่วยเหลือและส่งกลับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ตลอดจนการติดตามจับกุมผู้กระทำผิดและผู้บงการเครือข่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นและปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์อย่างเป็นรูปธรรม

เหยื่อ 46 สัญชาติ 14,600 คน ไทยรับกลับแล้ว 2,774 ราย

พล.ต.อ.ธัชชัย เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 ประเทศต่าง ๆ ได้ร่วมกันให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากขบวนการค้ามนุษย์แล้วจำนวน 14,694 คน จาก 46 สัญชาติ
ขณะที่ประเทศไทยได้รับคนไทยซึ่งถูกส่งตัวกลับจากประเทศกัมพูชา หลังเข้าไปเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และ เครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ ระหว่างปี 2565–2569 แล้ว 105 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 2,774 คน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาการค้ามนุษย์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีความเชื่อมโยงระหว่างหลายประเทศ และไม่สามารถแก้ไขได้โดยประเทศใดประเทศหนึ่ง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในระดับนานาชาติอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

                     สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หารือ 11 ชาติ-องค์กรนานาชาติ ยกระดับปราบค้ามนุษย์โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เตือนกลลวงรับสมัครงาน-ลงทุน-โรแมนซ์สแกม 

อีกประเด็นสำคัญที่ที่ประชุมให้ความสนใจ คือ การป้องกันการล่อลวงประชาชนให้เดินทางไปทำงานกับขบวนการอาชญากรรมในต่างประเทศ จากข้อมูลพบว่า เครือข่ายมิจฉาชีพนิยมใช้หลายวิธีในการหลอกลวง อาทิ

การโฆษณารับสมัครงานที่เสนอค่าตอบแทนสูงเกินจริง

การชักชวนลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนจำนวนมาก

การหลอกลวงผ่านความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือ "โรแมนซ์สแกม" (Romance Scam)

                   สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หารือ 11 ชาติ-องค์กรนานาชาติ ยกระดับปราบค้ามนุษย์โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ทุกประเทศจึงเห็นพ้องที่จะเพิ่มความร่วมมือด้านการเฝ้าระวัง การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการสร้างการรับรู้แก่ประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ และลดจำนวนผู้ถูกหลอกเข้าสู่เครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ในระยะยาว

จ่อเปิดระบบ SHIELD ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข่าวกรอง

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม จะมีพิธีเปิดใช้งานระบบ SHIELD ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองด้านการปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ข้ามชาติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประสานงานระหว่างประเทศ

                        สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หารือ 11 ชาติ-องค์กรนานาชาติ ยกระดับปราบค้ามนุษย์โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

พร้อมกันนี้ จะมีพิธีปิดการประชุมความร่วมมือดังกล่าวในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 ณ กระทรวงการต่างประเทศ โดยคาดว่าระบบ SHIELD จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวกรอง สนับสนุนการสืบสวน และยกระดับการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น