thansettakij
thansettakij
แกะรอยนาทีชีวิต ตำรวจไทยบุกช่วย นศ.สาวจีน เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

แกะรอยนาทีชีวิต ตำรวจไทยบุกช่วย นศ.สาวจีน เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

03 มิ.ย. 69 | 07:35 น.
อัปเดตล่าสุด :03 มิ.ย. 69 | 07:57 น.

แกะรอยนาทีชีวิต ตำรวจไทยบุกช่วย นศ.สาวจีน เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลอกขู่กรรโชก-บังคับเซลฟี่จัดฉาก “ลักพาตัวเสมือนจริง” รีดค่าไถ่ครอบครัว 12.5 ล้านบาท

KEY

POINTS

  • ตำรวจไทยร่วมมือกับตำรวจฮ่องกงช่วยเหลือ นศ.สาวจีน วัย 21 ปี ที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในรูปแบบ "ลักพาตัวเสมือนจริง" (Virtual Kidnapping)
  • มิจฉาชีพใช้จิตวิทยาข่มขู่และบงการให้เหยื่อเดินทางมาไทย ก่อนสั่งให้ซื้ออุปกรณ์มาจัดฉากถ่ายคลิปว่าตนเองถูกลักพาตัวและทำร้าย เพื่อส่งไปเรียกค่าไถ่จากบิดาเป็นเงินกว่า 12.5 ล้านบาท
  • เจ้าหน้าที่แกะรอยจากกล้องวงจรปิดพบพิรุธว่า เหยื่ออยู่เพียงลำพัง ก่อนติดตามไปช่วยเหลือได้สำเร็จที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศตคม.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก. ร่วมแถลงผลปฏิบัติการช่วยเหลือ Miss WANG (นางสาวหวัง) อายุ 21 ปี นักศึกษาสาวสัญชาติจีน ซึ่งตกเป็นเหยื่อของขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติในรูปแบบ “ลักพาตัวเสมือนจริง” (Virtual Kidnapping) โดยสามารถช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้อย่างปลอดภัย

                                 พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.

คดีนี้เกิดขึ้นภายใต้นโยบายเร่งด่วนของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่เน้นย้ำให้กวาดล้างแก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว โดยจุดเริ่มต้นมาจากการประสานงานอย่างใกล้ชิดจากตำรวจฮ่องกง (Hong Kong Police Force - HKPF) หลังได้รับแจ้งจากบิดาของนางสาวหวังว่า บุตรสาวได้หายตัวไปอย่างลึกลับหลังเดินทางมาประเทศไทย และได้รับข้อความขู่กรรโชกทรัพย์ผ่านแอปพลิเคชัน WeChat จากชายลึกลับ เรียกค่าไถ่เป็นเงิน 3 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 12.5 ล้านบาท) พร้อมส่งภาพนางสาวหวังในสภาพถูกมัดมือมัดเท้าและมีร่องรอยคล้ายถูกทำร้ายร่างกาย

เปิดไทม์ไลน์แผนลวงโลก 2 ชั้น

จากการสืบสวนเชิงลึกของ กองกำกับการ 1 บก.ปคม. พบว่าขบวนการนี้วางแผนอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 (หลอกโอนเงิน): ช่วงวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2569 มิจฉาชีพได้หลอกลวงนางสาวหวังให้ไปขอเงินบิดา อ้างว่าต้องใช้เป็นหลักฐานทางการเงินเพื่อศึกษาต่อต่างประเทศ บิดาหลงเชื่อจึงโอนเงินเข้าบัญชี Bank of China ของบุตรสาว รวมเป็นเงิน 1.4 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 5.8 ล้านบาท) ก่อนที่เงินจำนวนนี้จะถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์สั่งลักลอบโอนกระจายไปยังบัญชีม้าต่าง ๆ จนหมดสิ้น

 

ระยะที่ 2 (บินจัดฉากลักพาตัว): วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 มิจฉาชีพใช้มาตรการทางจิตวิทยาข่มขู่เหยื่อว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมร้ายแรง และสั่งให้เดินทางออกจากฮ่องกงเพียงลำพังด้วยสายการบิน Hong Kong Airlines เที่ยวบิน HX767 ถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลา 02.36 น. ก่อนจะสั่งให้เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในย่านลาดกระบัง กรุงเทพฯ

แกะรอยวงจรปิดพบข้อพิรุธ

เมื่อชุดสืบสวน กก.1 บก.ปคม. ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพยานแวดล้อมที่โรงแรมย่านลาดกระบัง กลับพบข้อพิรุธสำคัญคือ นางสาวหวังพักผ่อนอยู่เพียงลำพัง และไม่มีบุคคลภายนอกเข้า-ออกห้องพักเลย 

นอกจากนี้ ผลการตรวจสอบเส้นทางการเดินทางยังพบว่า นางสาวหวัง ได้ว่าจ้างรถรับจ้างให้พาไปซื้อ เชือกสายรัด, มีด, สีทาตัว และลิปสติกสีแดง จากนั้นนำกลับมาที่ห้องพักเพื่อบันทึกภาพและวิดีโอคลิปจัดฉากว่า ตัวเองถูกกักขังและทำร้ายร่างกายตามคำบงการของมิจฉาชีพ เพื่อส่งไปกดดันให้บิดาของเธอยอมจ่ายเงินค่าไถ่เพิ่มเติม

                              แกะรอยนาทีชีวิต ตำรวจไทยบุกช่วย นศ.สาวจีน เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

บุกรวบตัวช่วยชีวิตทันควัน 

ต่อมากลุ่มมิจฉาชีพสั่งให้ นางสาวหวัง ย้ายสถานที่กบดานไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งใน อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยส่งภาพหนังสือเดินทาง (Passport) ปลอมมาให้เธอใช้ยื่นเช็กอินผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยสามารถแกะรอยตามไปจนพบพิกัดที่แน่ชัด และนำกำลังเข้าช่วยเหลือตัว นางสาวหวังออกมาได้อย่างปลอดภัยในที่สุด ก่อนนำตัวมาสอบปากคำและปลอบขวัญ เนื่องจากเหยื่อยังมีอาการตื่นตระหนกจากเคสสะกดจิตฝังหัว (Psychological Control) ของคนร้าย

                          แกะรอยนาทีชีวิต ตำรวจไทยบุกช่วย นศ.สาวจีน เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ตร.เตือนภัยสแกมเมอร์ฮิต 

พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่า ขบวนการนี้ถือเป็นภัยรูปแบบใหม่ที่กำลังระบาดทั่วโลก ซึ่งคนร้ายไม่จำเป็นต้องลงมือลักพาตัวจริง ๆ แต่ใช้วิธีแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ข่มขู่ บงการ และตัดขาดเหยื่อจากโลกภายนอก เพื่อให้เหยื่อทำตามคำสั่งจนครอบครัวเกิดความหวาดกลัวยอมจ่ายเงิน ซึ่งในบางเคสหากปล่อยไว้นาน เหยื่ออาจถูกหลอกให้เดินทางต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ของจริง

หลังจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะประสานข้อมูลร่วมกับตำรวจฮ่องกง และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อขยายผลจับกุมล้างบางแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้ให้สิ้นซาก 

พร้อมทั้งฝากเตือนประชาชน หากพบพฤติกรรมข่มขู่ให้โอนเงิน หรือสั่งให้เดินทางไปไหนมาไหนเพียงลำพัง ห้ามหลงเชื่อเด็ดขาด และสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ โทร. 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง