thansettakij
thansettakij
‘ประธาน กสทช.’ ยื่น 2 หนังสือเบรกคณะกรรมการสรรหา ชี้ไม่มีอำนาจ-ขาดความเป็นกลาง

‘ประธาน กสทช.’ ยื่น 2 หนังสือเบรกคณะกรรมการสรรหา ชี้ไม่มีอำนาจ-ขาดความเป็นกลาง

26 มิ.ย. 69 | 06:54 น.
อัปเดตล่าสุด :26 มิ.ย. 69 | 07:07 น.

ประธาน กสทช. ยื่นหนังสือด่วน 2 ฉบับรวด ถึงประธานวุฒิสภาและคณะกรรมการสรรหา กสทช. คัดค้านการตรวจสอบคุณสมบัติ ลั่น "จะไม่เข้าชี้แจงเด็ดขาด" จนกว่าปมข้อกฎหมายและความเป็น กลางจะได้รับข้อยุติ

KEY

POINTS

  • ประธาน กสทช. ยื่นหนังสือ 2 ฉบับถึงประธานวุฒิสภาและคณะกรรมการสรรหาฯ เพื่อคัดค้านการตรวจสอบคุณสมบัติของตนเอง
  • ให้เหตุผลว่าคณะกรรมการสรรหาฯ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการตรวจสอบแล้ว เนื่องจากภารกิจได้สิ้นสุดลงหลังกระบวนการสรรหาเสร็จสิ้น
  • ชี้ว่าคณะกรรมการสรรหาฯ ขาดความเป็นกลางในการพิจารณา เพราะมีสถานะเป็น "คู่กรณี" หลังจากมีการยื่นเรื่องให้ประธานวุฒิสภาวินิจฉัย
  • ประกาศว่าจะไม่เข้าชี้แจงจนกว่าปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอำนาจหน้าที่และความเป็นกลางจะได้รับข้อยุติ

เกิดรอยร้าวครั้งใหญ่ในกระบวนการตรวจสอบองค์กรอิสระ เมื่อ ศ.คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เปิดเกมรุกทางกฎหมาย ยื่นหนังสือด่วน 2 ฉบับรวด ถึงประธานวุฒิสภาและคณะกรรมการสรรหา กสทช. ประกาศคัดค้านการตรวจสอบคุณสมบัติตนเองอย่างสิ้นเชิง พร้อมลั่นวาจา "จะไม่เข้าชี้แจงเด็ดขาด" จนกว่าปมข้อกฎหมายและความเป็นกลางจะได้รับข้อยุติ

ฉบับที่ 1 ยื่นประธานวุฒิฯ: ชี้บอร์ดสรรหา "หมดหน้าที่แล้ว" ไม่มีอำนาจล้นฟ้า

หนังสือฉบับแรกส่งตรงถึง ประธานวุฒิสภา โดย ศ.คลินิก สรณ ขอให้มีคำสั่งด่วนให้คณะกรรมการสรรหา กสทช. ยุติการดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติทันที โดยยก 2 เหตุผลหลักทางกฎหมายมาหักล้าง:

สิ้นสุดหน้าที่ตามคำสั่งศาลฯ: อ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วางบรรทัดฐานชัดเจนว่า ภารกิจของคณะกรรมการสรรหาสิ้นสุดลงทันทีเมื่อกระบวนการสรรหาเสร็จสิ้น ดังนั้น จึงไม่มีฐานอำนาจใดๆ ตามกฎหมายที่จะกลับมาตรวจสอบผู้ที่ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาและได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว

เป็นอำนาจของประธานวุฒิฯ: ยืนยันว่าการพิจารณาประเด็นตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ เป็นอำนาจเด็ดขาดของประธานวุฒิสภา ไม่ใช่หน้าที่ของคณะกรรมการสรรหา

ฉบับที่ 2 ยื่นบอร์ดสรรหา:  "คู่กรณี" ขาดความเป็นกลาง

หนังสือฉบับที่สองส่งถึง ประธานและกรรมการสรรหา กสทช. โดยตรง เพื่อแจ้งจุดยืนคัดค้านและปฏิเสธการเข้าชี้แจง โดยระบุว่ากระบวนการพิจารณาในขณะนี้ "ขาดความยุติธรรม":

เปลี่ยนสถานะเป็นคู่กรณี: เมื่อมีการยื่นเรื่องให้ประธานวุฒิสภาวินิจฉัยแล้ว คณะกรรมการสรรหาจึงตกอยู่ในฐานะ "คู่กรณี" ทันที การที่ยังดึงดันรวบรวมหลักฐาน เรียกชี้แจง และเตรียมวินิจฉัยเอง ย่อมขัดต่อหลักความเป็นกลางของการพิจารณาทางปกครอง (พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539)

ไม่ได้หนี แต่ต้องโปร่งใส: ประธาน กสทช. ย้ำว่า การไม่เข้าชี้แจงครั้งนี้ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แต่เป็นการแสดงจุดยืนว่าการตรวจสอบต้องทำโดย "ผู้มีอำนาจที่แท้จริงตามกฎหมาย" และต้องอยู่บนหลักเกณฑ์ที่เป็นธรรม

‘ประธาน กสทช.’ ยื่น 2 หนังสือเบรกคณะกรรมการสรรหา ชี้ไม่มีอำนาจ-ขาดกลาง

 

"ต้องยุติกระบวนการไว้ก่อน จนกว่าจะมีข้อยุติในประเด็นอำนาจหน้าที่ เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบโปร่งใสและได้รับความเชื่อถือจากทุกฝ่าย" หนังสือระบุ.

เอกสาร 2 ฉบับ ที่ประธาน กสทช.ได้ยื่นต่อประธานวุฒิสภา