
เปิดแฟ้มลับกฤษฎีกา วินิจฉัยคุณสมบัติ "ประธาน กสทช." เขย่าเก้าอี้ "นพ.สรณ"
เปิดแฟ้มหนังสือลับ กฤษฎีกา ที่ นร นร 0909/129 วินิจฉัยคุณสมบัติ "ประธาน กสทช." ชี้ นพ.สรณ อาจเข้าข่ายลักษณะต้องห้าม หลังพบยังรักษาคนไข้รับค่าตอบแทนหลังลาออก
ประเด็นร้อนในแวดวงการกำกับดูแลวงการสื่อและโทรคมนาคมกลับมากลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง เมื่อคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ออกประกาศ "เปิดรับข้อมูลข้อเท็จจริง" อย่างเป็นทางการ เพื่อประกอบการพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ในฐานะ "ประธาน กสทช." โดยเปิดช่องให้ทุกฝ่ายที่มีข้อมูลส่งหลักฐานได้ถึงวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569
จุดเริ่มต้นของปัญหา
เรื่องนี้มีที่มาจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่แจ้งข้อเท็จจริงว่า แม้ ศ.คลินิก นพ.สรณ จะได้ลาออกจากตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายสวัสดิการและกิจการพิเศษ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2565 แล้วก็ตาม แต่ยังคงทำหน้าที่ตรวจและรักษาผู้ป่วยทั้งในและนอก โดยรับค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมงต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565
หนังสือลับ ด่วนที่สุด สู่ครม.
ความเคลื่อนไหวสำคัญเกิดขึ้นเมื่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีหนังสือ ลับ ด่วนที่สุด ที่ นร 0909/129 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ถึงเลขาธิการสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำส่งบันทึกความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) ว่าด้วยการดำรงตำแหน่งประธานและกรรมการ กสทช. อันเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกแฟ้มตรวจสอบคุณสมบัติในครั้งนี้
กฤษฎีกาชี้ อาจเข้าข่าย "สละสิทธิ์"
คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) มีความเห็นว่า กรณีดังกล่าวอาจเข้าลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และอาจถือได้ว่ายังมิได้ลาออกหรือเลิกประกอบวิชาชีพภายในเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด
ยิ่งไปกว่านั้น กรณีนี้อาจเข้าข่ายบทสันนิษฐานเด็ดขาดตามมาตรา 18 ว่า "สละสิทธิ์" ในการรับแต่งตั้งเป็นกรรมการ กสทช. ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น จะต้องดำเนินการสรรหาใหม่ และผู้ที่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาในครั้งนี้จะไม่มีสิทธิ์เข้ารับการสรรหาใหม่อีกรอบ
บอร์ดสรรหาเดิม รับไม้ต่อ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่จะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คณะกรรมการกฤษฎีกาจึงวินิจฉัยว่า เรื่องนี้ยังอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหาชุดเดิม ที่ต้องเป็นผู้ตรวจสอบและวินิจฉัยคุณสมบัติต่อไป ตามนัยมาตรา 15/1 ประกอบกับมาตรา 16 วรรคห้า และมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ
เปิดช่องรับข้อมูลภาคประชาชน
บอร์ดสรรหา กสทช. มีความเห็นว่าเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความละเอียดรอบคอบและมีข้อมูลครบถ้วน ตามมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 จึงเปิดรับข้อมูลและพยานหลักฐานจากทุกฝ่าย โดยให้จัดส่งมาที่ สำนักกำกับและตรวจสอบ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ ภายในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569
ทั้งนี้ ผลการพิจารณาของบอร์ดสรรหาในครั้งนี้จะมีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของ กสทช. และการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของประเทศในระยะต่อไป.







