
จับตาโค้งสุดท้ายสรรหาฯ ตรวจคุณสมบัติ “ประธาน กสทช.” 26 มิ.ย.นี้
จับตาโค้งสุดท้ายสรรหาฯ ตรวจคุณสมบัติ “ประธาน กสทช.” 26 มิ.ย.นี้ สะพัดปมเอกสารลาออก-ไร้ตัวแทนต้นสังกัดเดิมชี้แจง หวั่นกระทบประมูลทีวีดิจิทัล
KEY
POINTS
- คณะกรรมการสรรหาฯ จะสรุปผลการตรวจสอบคุณสมบัติประธาน กสทช. ในวันที่ 26 มิถุนายนนี้
- ประเด็นสำคัญที่ถูกจับตา คือ ความชัดเจนของเอกสารหลักฐานการลาออกจากตำแหน่งเดิม (มหาวิทยาลัยมหิดล) ก่อนเข้ารับตำแหน่ง
- ความไม่ชัดเจนดังกล่าวสร้างความกังวลว่า จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของ กสทช. และอาจทำให้การประมูลทีวีดิจิทัลรอบใหม่ล่าช้า
กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ ประธาน กสทช. เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย คณะกรรมการสรรหาฯ เตรียมสรุปผล 26 มิ.ย.นี้ ท่ามกลางกระแสความสนใจของสังคมต่อกรณีการยื่นเอกสารหลักฐานการลาออกจากตำแหน่งเดิม ขณะที่หน่วยงานต้นสังกัดยังไม่ได้ส่งตัวแทนเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อกรรมาธิการฯ วุฒิสภา และหลายภาคส่วนแสดงความกังวล อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการขับเคลื่อนวาระสำคัญ โดยเฉพาะการประมูลทีวีดิจิทัลรอบใหม่
ความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ล่าสุดมีรายงานว่า กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหา กสทช. เดินหน้ามาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว โดยมีการนัดหมายพิจารณาข้อสรุปในวันที่ 26 มิถุนายนนี้ ท่ามกลางความเกี่ยวเนื่องในประเด็นเอกสารหลักฐานสำคัญจากหน่วยงานต้นสังกัดก่อนเข้ารับตำแหน่ง
สะพัดไร้ตัวแทนอดีตต้นสังกัดเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง
รายงานข่าวจากวุฒิสภาเปิดเผยว่า ในขั้นตอนการพิจารณาตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาฯ ได้มีหนังสือเชิญผู้เกี่ยวข้องและผู้บริหารของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดเดิมของ ศ.คลินิก นพ.สรณ ในช่วงก่อนเข้ารับตำแหน่ง ทั้งอดีตอธิการบดี และอธิการบดีคนปัจจุบัน เพื่อเข้าให้ข้อมูลและแสดงหลักฐานเกี่ยวกับลำดับเวลาการดำรงตำแหน่งและการลาออก
อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวว่าที่ผ่านมายังไม่มีการส่งมอบเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้แก่คณะกรรมการสรรหาฯ นอกจากนี้ ในการประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ก็ยังไม่ปรากฏตัวแทนจากทางมหาวิทยาลัยเข้าร่วมชี้แจงด้วยเช่นกัน ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติบางส่วนเกี่ยวกับความชัดเจนของฐานข้อมูล
กางกฎหมายแม่บท กสทช. ปมลักษณะต้องห้าม
สำหรับข้อกฎหมายที่ถูกนำมาพิจารณาในกรณีนี้ คือ มาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ซึ่งระบุใจความสำคัญว่า ผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้ดำรงตำแหน่ง กสทช. หากมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย จะต้องแสดงหลักฐานการลาออก หรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพดังกล่าวต่อประธานวุฒิสภาภายในเวลาที่กำหนด และต้องเกิดขึ้นก่อนขั้นตอนที่นายกรัฐมนตรีจะนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง หากมิได้ดำเนินการภายในกำหนด ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิ
หวั่นกระทบความเชื่อมั่น-แผนประมูลทีวีดิจิทัลรอบใหม่
จากสถานการณ์ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานดังกล่าว ส่งผลให้หลายภาคส่วนในอุตสาหกรรมสื่อสารมวลชนและโทรคมนาคมแสดงความห่วงใยว่า อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในเสถียรภาพและการดำเนินงานของ กสทช. เนื่องจากปัจจุบันมีวาระสำคัญระดับชาติที่อยู่ระหว่างการรออนุมัติและขับเคลื่อน โดยเฉพาะ “การประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลรอบใหม่” ที่กำลังจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้
ด้วยเหตุนี้ หลายฝ่ายจึงเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำ ออกมาชี้แจงหรือแสดงหลักฐานเกี่ยวกับการลาออกของ ศ.คลินิก นพ.สรณ ต่อคณะกรรมการสรรหาฯ และสาธารณชนให้เกิดความกระจ่างโดยเร็ว เพื่อลดข้อกังขาและป้องกันความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นกับภารกิจสำคัญของประเทศ






