thansettakij
thansettakij
ระทึก ศาล รธน.นัด 9 ก.ค.ชี้ชะตาพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

ระทึก ศาล รธน.นัด 9 ก.ค.ชี้ชะตาพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

24 มิ.ย. 69 | 08:11 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มิ.ย. 69 | 08:30 น.

ศาลรัฐธรรมนูญ นัด 9 ก.ค.นี้ ชี้ชะตา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เผยผลวินิจฉัยอาจมีผลต่ออนาคตของเมกะโปรเจกต์พลังงานและเสถียรภาพเศรษฐกิจของรัฐบาล

KEY

POINTS

  • ศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เพื่อวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
  • คดีนี้เกิดจาก สส. 133 คนยื่นคำร้องว่า การออก พ.ร.ก.ดังกล่าวอาจไม่เข้าเงื่อนไขกรณีฉุกเฉินเร่งด่วนตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 172 กำหนดไว้
  • ผลคำวินิจฉัยจะส่งผลโดยตรงต่อโครงการพลังงานขนาดใหญ่และเสถียรภาพทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล

ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นี้ ในคดี สส. 133 คน ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานและขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ หลังผู้ร้องเห็นว่าไม่เข้าเงื่อนไขการตราพระราชกำหนด ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ขณะที่ผลวินิจฉัยอาจส่งผลโดยตรงต่ออนาคตของเมกะโปรเจกต์พลังงานและเสถียรภาพทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล

ศาลรัฐธรรมนูญยุติไต่สวนนัดลงมติ 9 ก.ค.นี้

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาคดีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จำนวน 133 คน เข้าชื่อเสนอความเห็นผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 มีความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่

ภายหลังการพิจารณา ศาลเห็นว่า คดีดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และมีพยานหลักฐานเพียงพอสำหรับการวินิจฉัยแล้ว จึงมีคำสั่งยุติการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง

พร้อมกันนี้ ศาลได้กำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น.

ปมขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172

สาระสำคัญของคำร้องอยู่ที่การตีความรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ซึ่งกำหนดเงื่อนไขการตราพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ว่าจะต้องเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วน อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ รวมถึงรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ 

กลุ่ม สส.ผู้ร้องเห็นว่า รัฐบาลอาจไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า สถานการณ์ด้านพลังงานในปัจจุบันเข้าข่าย “กรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วน” ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ จึงควรใช้กระบวนการตราพระราชบัญญัติผ่านรัฐสภาตามปกติ มากกว่าการออกเป็นพระราชกำหนด
ด้วยเหตุนี้ จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การออก พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรคสอง กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญต้องมีคำวินิจฉัยภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับเรื่องจากประธานสภาผู้แทนราษฎร

การนัดลงมติในวันที่ 9 กรกฎาคม จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะนำไปสู่คำวินิจฉัยสุดท้ายของศาล ซึ่งจะมีผลผูกพันทุกองค์กรตามรัฐธรรมนูญ

แบล็กกราวด์ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของรัฐบาล ที่ต้องการระดมเงินกู้วงเงินประมาณ 400,000 ล้านบาท

วัตถุประสงค์หลักประกอบด้วย: 

-รับมือผลกระทบจากความผันผวนด้านราคาพลังงานโลก

-ลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

-สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

-ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแห่งอนาคต

-ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว

-ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero

รัฐบาลให้เหตุผลว่า สถานการณ์ความไม่แน่นอนด้านพลังงานโลก ทั้งจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของตลาดพลังงาน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยตรง จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการทางการเงินขนาดใหญ่และเร่งด่วน

ผลวินิจฉัยอาจกระทบทั้งนโยบายและการเมือง

คดีนี้มีความสำคัญในหลายมิติ เนื่องจากไม่ได้เป็นเพียงการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการกู้เงินเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางบรรทัดฐานเกี่ยวกับอำนาจฝ่ายบริหารในการออกพระราชกำหนดในอนาคต

หากศาลวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวชอบด้วยรัฐธรรมนูญ รัฐบาลจะสามารถเดินหน้าแผนกู้เงินและโครงการด้านพลังงานต่าง ๆ ได้ต่อไป

แต่หากศาลวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ อาจส่งผลต่อสถานะของ พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว รวมถึงโครงการและงบประมาณที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองต่อรัฐบาลในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 

ด้วยเหตุนี้ การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิดากทั้ง ภาคการเมือง ภาคธุรกิจ และ นักลงทุน ว่า จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศหรือไม่