thansettakij
thansettakij
จับกระแส 4 โพล เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 69 คนกรุงยังเทใจให้“ชัชชาติ”นำโด่ง

จับกระแส 4 โพล เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 69 คนกรุงยังเทใจให้“ชัชชาติ”นำโด่ง

12 มิ.ย. 69 | 09:10 น.
อัปเดตล่าสุด :12 มิ.ย. 69 | 10:54 น.

พระปกเกล้า นิด้าโพล นอร์ทแบงค็อกโพล รวมถึง บ้านสมเด็จโพล ต่างส่งสัญญาณไปในทิศทางเดียวกันว่า คนกรุงส่วนใหญ่ยังไว้วางใจให้ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เดินหน้าบริหารเมืองหลวงต่อ

KEY

POINTS

  • ผลสำรวจจาก 4 สำนักโพลใหญ่ (พระปกเกล้า, นิด้า, นอร์ทแบงค็อก, บ้านสมเด็จ) ชี้ตรงกันว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีคะแนนนิยมนำโด่งในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569
  • คะแนนนิยมของ นายชัชชาติ ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญในทุกสำนักโพล โดยบางโพลให้คะแนนสูงถึง 69.1% ขณะที่ผู้ท้าชิงรายอื่นยังมีคะแนนในระดับต่ำ
  • ความนิยมของ นายชัชชาติ มาจากฐานเสียงเดิมที่แข็งแกร่ง ความสามารถในการดึงคะแนนจากผู้สนับสนุนกลุ่มการเมืองอื่น และภาพลักษณ์การทำงานที่เข้าถึงประชาชน

พระปกเกล้า นิด้าโพล นอร์ทแบงค็อกโพล รวมถึง บ้านสมเด็จโพล ต่างส่งสัญญาณไปในทิศทางเดียวกันว่า คนกรุงส่วนใหญ่ยังไว้วางใจให้ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เดินหน้าบริหารเมืองหลวงต่อ ขณะที่คู่แข่งยังต้องเร่งสร้างแรงกระเพื่อม หากหวังเปลี่ยนสมการเลือกตั้งในโค้งต่อไป

ก่อนจะมีการหย่อนบัตรเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 

ผลการสำรวจความคิดเห็นจาก 4 สำนักโพลใหญ่ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 ไม่ว่าจะเป็น พระปกเกล้า นิด้าโพล นอร์ทแบงค็อกโพล รวมถึงบ้านสมเด็จโพลล์ ต่างฉายภาพตรงกันว่า “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ยังคงครองความนิยมเหนือคู่แข่งอย่างทิ้งห่าง และมีแนวโน้มรักษาฐานเสียงเดิมได้อย่างแข็งแกร่ง

พระปกเกล้าโพลชี้“ชัชชาติ”คะแนนนิยมเพิ่มขึ้น

ผลสำรวจล่าสุดจากศูนย์สำรวจความคิดเห็น สถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) ซึ่งเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 4-7 มิถุนายน 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,600 คน พบว่า หากมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในวันนี้ นายชัชชาติ จะได้รับคะแนนสนับสนุน 43.5% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการสำรวจครั้งแรก เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่อยู่ที่ 31.5%

ขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่าง “ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” มีคะแนนอยู่ที่ 12.0% ลดลงเล็กน้อยจากเดิม 13.1% ส่วน “มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข” อยู่ที่ 6.9% และ “อนุชา บูรพชัยศรี” 6.1%

จุดที่น่าสนใจคือ กลุ่มผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจลดลงจาก 24.1% เหลือเพียง 13.7% สะท้อนว่า บรรยากาศการแข่งขันเริ่มมีทิศทางชัดเจนมากขึ้น และคะแนนส่วนหนึ่งไหลกลับไปยังผู้สมัครที่ประชาชนคุ้นเคยและเห็นผลงานเป็นรูปธรรม

“ชัชชาติ”คะแนนนิยมนำทุกโพล

เมื่อพิจารณาแนวโน้มจากทุกสำนัก จะพบว่า คะแนนของชัชชาติไม่ได้เพียงนำคู่แข่งเท่านั้น แต่ยังนำในระดับที่แตกต่างอย่างมาก

“นิด้าโพล” ซึ่งสำรวจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 2,000 คน ระหว่างวันที่ 2-4 มิถุนายน 2569 พบว่า ชัชชาติ ได้รับการสนับสนุนสูงถึง 67.3% ขณะที่อันดับรองลงมาเป็นกลุ่มผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจ 10.2% ส่วนชัยวัฒน์ได้ 8.2% และมัลลิกา 7.3%

ด้าน นอร์ทแบงค็อกโพล จากมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ สำรวจ 2,391 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 5-7 มิถุนายน 2569 พบว่า ชัชชาติ ได้รับคะแนนนิยมสูงถึง 69.1% ทิ้งห่างผู้ตามอันดับสองอย่างมัลลิกาที่ได้เพียง 10.0%

ขณะที่ บ้านสมเด็จโพลล์ ซึ่งเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 6-9 มิถุนายน จากประชาชน 1,134 คน พบว่าชัชชาติได้รับคะแนน 52.8% นำห่างคู่แข่งเช่นกัน โดยอันดับสองคือกลุ่มผู้ยังไม่ตัดสินใจ 16.1%

แม้ตัวเลขของแต่ละสำนักจะมีความแตกต่างกันตามวิธีการสำรวจและโครงสร้างกลุ่มตัวอย่าง แต่ข้อสรุปที่ตรงกันคือ “ชัชชาติ” ยังเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของคนกรุงอย่างชัดเจน

ฐานเสียงเดิม"ชัชชาติ"เหนียวแน่น

ข้อมูลจากพระปกเกล้าโพล ชี้ให้เห็นถึงความแข็งแรงของฐานเสียงเดิม โดยผู้ที่เคยลงคะแนนให้ ชัชชาติ ในการเลือกตั้งปี 2565 ถึง 71% ยังคงยืนยันว่าจะเลือกชัชชาติอีกครั้ง

สิ่งที่น่าสนใจคือ ชัชชาติ ยังสามารถดึงคะแนนจากกลุ่มผู้มีแนวคิดทางการเมืองที่หลากหลายได้บางส่วน ทั้งจากอดีตผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล และอดีตผู้เลือก สกลธี ภัททิยกุล สะท้อนภาพลักษณ์การเป็นผู้บริหารที่ได้รับการยอมรับข้ามขั้วการเมือง

ในทางตรงกันข้าม คะแนนของผู้ท้าชิงยังคงกระจัดกระจาย และยังไม่มีผู้สมัครคนใดสามารถรวบรวมฐานเสียงฝ่ายตรงข้าม ชัชชาติ ให้เป็นก้อนเดียวได้

ความท้าทายของผู้ท้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.

สำหรับ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ซึ่งถูกมองว่า เป็นตัวแทนของกระแสการเมืองคนรุ่นใหม่ แม้จะมีฐานสนับสนุนในบางกลุ่ม แต่คะแนนจากหลายโพลยังไม่สามารถขยับขึ้นสู่ระดับการแข่งขันแบบสูสีได้

เช่นเดียวกับ มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข และ อนุชา บูรพชัยศรี ที่ยังมีคะแนนอยู่ในระดับเลขตัวเดียว

                      ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

โจทย์สำคัญของผู้สมัครทุกคนจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มคะแนนนิยมของตนเอง แต่ต้องหาวิธีทำให้การแข่งขันเปลี่ยนจากการเป็น “การเลือกตั้งเพื่อรับรองผลงาน”ไปสู่ “การเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนตัวผู้บริหาร” ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏสัญญาณดังกล่าวอย่างเด่นชัด

แม้การเลือกตั้งยังเหลือเวลาราว 2 สัปดาห์ และสถานการณ์ทางการเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่ผลสำรวจจากทั้ง 4 สำนักในขณะนี้สะท้อนภาพเดียวกันว่า “ชัชชาติ” ยังคงเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งที่ความนิยมทิ้งห่างคู่แข่ง

นั่นเป็นเพราะการบริหารงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับภาพลักษณ์ผู้ว่าฯ ที่ลงพื้นที่ต่อเนื่องและเข้าถึงประชาชน ทำให้เจ้าตัวยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากคนกรุงจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม หาก “ผู้ท้าชิง” สามารถสร้างประเด็นใหม่หรือรวบรวมคะแนนเสียงฝ่ายตรงข้ามได้สำเร็จ สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 69 ก็อาจมีสีสันมากขึ้นในช่วงโค้งสุดท้าย

แต่ ณ วันนี้ จากผลสำรวจทุกสำนัก คำตอบของคนกรุง ยังคงชัดเจนว่า “ชัชชาติ” คือชื่อที่อยู่ในใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากที่สุด...

รายงานพิเศษ โดยฐานเศรษฐกิจออนไลน์