
นิด้าโพลชี้“ชัชชาติ”แลนด์สไลด์ผู้ว่าฯ กทม. ทิ้งห่างคู่แข่งทุกโซนกรุงเทพฯ
นิด้าโพลชี้ “ชัชชาติ” แลนด์สไลด์ผู้ว่าฯ กทม. 69 นำคู่แข่งกว่า 59 จุด “ชัยวัฒน์” ตามห่างอันดับ 2 ขณะศึก ส.ก. “อิสระ” เบียดพรรคประชาชน สูสี
KEY
POINTS
- ผลสำรวจนิด้าโพลชี้ว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีคะแนนนิยมท่วมท้นถึง 67.3% สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2569
- คะแนนนิยมของชัชชาติ นำห่างคู่แข่งอันดับสองอย่าง ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ที่ได้เพียง 8.2% อยู่ถึง 59 จุดเปอร์เซ็นต์
- ชัชชาติสามารถครองคะแนนนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ได้ในทุกกลุ่มเขตการปกครองของกรุงเทพมหานคร สะท้อนฐานเสียงที่ครอบคลุม
ผลสำรวจ “นิด้าโพล” โค้งแรกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 สะท้อนภาพการแข่งขันที่ยังห่างชั้น เมื่อ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ได้รับความนิยมสูงถึง 67.3% นำคู่แข่งทุกคนในทุกกลุ่มเขตของกรุงเทพมหานคร ขณะที่ “ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” จากพรรคประชาชน ตามมาเป็นอันดับ 2 เพียง 8.2% ส่วนสนาม ส.ก. ยังคงสูสี โดยกลุ่มผู้สมัครอิสระนำ 29.1% เฉือนพรรคประชาชนที่ 26.5% ท่ามกลางประชาชนอีกกว่า 18% ที่ยังไม่ตัดสินใจ
โพลชี้คนกรุงจะเลือก“ชัชชาติ”บริหารต่อ
สนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปี 2569 เริ่มเห็นทิศทางชัดเจนมากขึ้น หลังศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” เปิดผลสำรวจ “โค้งแรก สนามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. 69” ซึ่งดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 2-4 มิถุนายน 2569 จากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต จำนวน 2,000 ตัวอย่าง
ผลสำรวจพบว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบันในนามอิสระ ยังคงครองความนิยมอย่างท่วมท้น โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 67.30 ระบุว่าจะเลือกให้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกสมัย นำห่างคู่แข่งอันดับสองถึงกว่า 59 จุดเปอร์เซ็นต์
อันดับสองเป็นกลุ่มผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 10.20 ขณะที่ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ตามมาเป็นอันดับสาม ด้วยคะแนนนิยมร้อยละ 8.20
ส่วนอันดับสี่คือ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครอิสระ ได้รับความนิยมร้อยละ 7.30 ขณะที่ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ที่ร้อยละ 3.10 ตามด้วย หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี ร้อยละ 1.55 และผู้ที่เลือกไม่ประสงค์ลงคะแนนร้อยละ 1.05
“ชัชชาติ”นำทุกโซนกรุงเทพฯ
สิ่งที่น่าสนใจคือ นายชัชชาติ สามารถครองคะแนนนิยมอันดับหนึ่งได้ในทุกกลุ่มเขตการปกครองของกรุงเทพมหานคร สะท้อนฐานเสียงที่กระจายตัวครอบคลุมทั่วเมืองหลวง
ในพื้นที่กรุงเทพเหนือ นายชัชชาติ ได้รับความนิยมสูงสุดถึงร้อยละ 70.56 ตามด้วยนายชัยวัฒน์ 9.39% และผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจ 9.14%
กรุงเทพตะวันออกเป็นอีกพื้นที่ที่ผู้ว่าฯ คนปัจจุบันทำคะแนนได้โดดเด่น โดยได้รับความนิยมร้อยละ 70.53 ขณะที่นางมัลลิกาขยับขึ้นมาเป็นอันดับสองที่ 10.16%
ส่วนกรุงเทพกลาง ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันทางการเมืองสูง นายชัชชาติยังนำที่ร้อยละ 64.60 ทิ้งห่างคู่แข่งทุกคนอย่างชัดเจน
สำหรับกรุงเทพใต้ นายชัชชาติได้รับความนิยม 62.99% ขณะที่กรุงธนเหนือและกรุงธนใต้ อยู่ที่ 63.77% และ 66.85% ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่ากระแสสนับสนุนยังคงแข็งแกร่งในทุกพื้นที่
เลือกส.ก.สูสี-อิสระภาษีดีกว่า
ขณะที่การแข่งขันในสนามสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก. มีความสูสีมากกว่าสนามผู้ว่าฯ อย่างมีนัยสำคัญ
ผลสำรวจพบว่า ผู้สมัครอิสระได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ร้อยละ 29.10 เฉือนพรรคประชาชนที่ได้ร้อยละ 26.50 เพียง 2.6 จุดเปอร์เซ็นต์เท่านั้น
ขณะที่ประชาชน ร้อยละ 18.35 ยังไม่ตัดสินใจเลือกผู้สมัคร ส.ก. สะท้อนว่าสนามสภาท้องถิ่นยังเปิดกว้างและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดช่วงหาเสียงที่เหลืออยู่
พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในอันดับสี่ที่ร้อยละ 11.50 ส่วนกลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว และทีมคนทำงาน ได้รับความนิยมเท่ากันที่ร้อยละ 6.05
เมื่อพิจารณาเชิงพื้นที่ พบว่า พรรคประชาชนยังคงมีฐานคะแนนแข็งแรงในฝั่งธนบุรี โดยครองอันดับหนึ่งในกรุงธนเหนือด้วยคะแนน 24.64% และกรุงธนใต้ 28.37%
ในทางกลับกัน กลุ่มผู้สมัครอิสระยังคงได้รับความนิยมสูงในพื้นที่กรุงเทพเหนือ กรุงเทพกลาง กรุงเทพตะวันออก และกรุงเทพใต้ สะท้อนอิทธิพลของกระแสผู้ว่าฯ ชัชชาติที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจเลือก ส.ก. ในหลายเขต
ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนภาพการแข่งขันที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างสนามผู้ว่าฯ และสนาม ส.ก.
ในสนามผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ ยังอยู่ในสถานะ “เต็งหนึ่ง” แบบไร้คู่แข่งใกล้เคียง ขณะที่คู่แข่งรายอื่นยังไม่สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองได้มากพอ
แต่ในสนาม ส.ก. การแข่งขันยังเปิดกว้าง โดยเฉพาะเมื่อยังมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกือบหนึ่งในห้าที่ไม่ตัดสินใจ ซึ่งอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญต่อการจัดวางสมดุลอำนาจในสภากรุงเทพมหานครหลังการเลือกตั้ง
ดังนั้น แม้ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. อาจดูมีทิศทางชัดเจนจากผลสำรวจล่าสุด แต่ศึกชิงเก้าอี้ ส.ก. ทั้ง 50 เขต ยังคงเป็นสมรภูมิสำคัญที่ทุกพรรคการเมืองต้องเร่งช่วงชิงคะแนนเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งปี 2569






