thansettakij
thansettakij
ผ่าไอเดียแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. 2569 แก้โจทย์หิน 'รถติด-น้ำท่วมซ้ำซาก' ขายฝัน-ทำได้จริง?

ผ่าไอเดียแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. 2569 แก้โจทย์หิน 'รถติด-น้ำท่วมซ้ำซาก' ขายฝัน-ทำได้จริง?

11 มิ.ย. 69 | 07:55 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มิ.ย. 69 | 09:42 น.

ส่องวิสัยทัศน์แคนดิเดตเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม 2569 แก้ปัญหา 'รถติด-น้ำท่วมขังซ้ำซาก' นโยบายไหน คือ ทางรอด นโยบายไหนแค่ขายฝัน หาคำตอบได้ที่นี่

KEY

POINTS

  • ผู้สมัครส่วนใหญ่เสนอใช้เทคโนโลยี AI และ Big Data เพื่อบริหารจัดการสัญญาณไฟจราจรแบบเรียลไทม์ และพยากรณ์สถานการณ์ฝนเพื่อควบคุมการระบายน้ำอัตโนมัติ
  • เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อแก้ปัญหาทั้งสองด้าน เช่น การขยายโครงข่ายอุโมงค์ยักษ์, การสร้างพื้นที่กักเก็บน้ำใต้ดิน (แก้มลิงใต้ดิน), และการตัดถนนเพิ่มเพื่อเชื่อมโยงเส้นทาง
  • ผลักดันการปรับปรุงระบบขนส่งมวลชนให้เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ เช่น การใช้ตั๋วร่วม, การนำรถเมล์มาอยู่ใต้การกำกับของ กทม. และการพัฒนาทางเท้าเพื่อส่งเสริมการใช้รถสาธารณะ
  • นำเสนอนวัตกรรมแก้ปัญหาน้ำท่วม เช่น แนวคิด "เมืองฟองน้ำ" ที่ใช้ทางเท้าซึมน้ำได้ ควบคู่ไปกับการจัดการพื้นฐานอย่างการลอกท่อระบายน้ำ 100% ทั่วกรุงเทพฯ

สนามชิงเก้าอี้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ทวีความร้อนแรงขึ้นทุกขณะเหล่าแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ต่างออกหมัดเด็ด ชูวิสัยทัศน์เพื่อเรียกคะแนนเสียงช่วงโค้งท้ายกันต่อเนื่อง โชว์แนวคิดในการแก้ปัญหาให้กับคนกรุงเทพฯ กันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง การจราจรติดขัด ปัญหาซ้ำซากของคนเมือง นโยบายสำคัญที่คนกรุงอยากให้ผู้ว่าฯ กทม.เข้ามาแก้ไขมากที่สุดเรื่องหนึ่ง โจทย์หินของผู้ว่าฯ กทม.ทุกยุคทุกสมัย

"ฐานเศรษฐกิจ" ได้รวบรวมแนวทางการแก้ปัญหาของเหล่าตัวเต็งแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. บางส่วนมาไว้ให้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการประกอบการตัดสินใจก่อนหย่อนบัตรลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในวันอาทิตยที่ 26 มิถุนายนนี้ 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 9 ตัดถนนทะลุซอยตันร่วมกับเอกชน

สำหรับนโยบายแก้ปัญหาจราจรนั้น นายชัชชาติมุ่งเน้นแก้เรื่องด่วนสำคัญ 9 เรื่องหลักดังนี้ เริ่มจากปรับปรุงการเชื่อมโยงเครือข่ายถนน โดยจะเดินหน้าเพิ่มทางลัดทางผ่านกลไกความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อเพิ่มทางเลือกในการสัญจรและลดความหนาแน่นบนถนนสายหลัก

พร้อมมีมาตรการต่าง ๆ เช่น กทม. และเอกชนจะร่วมกันจัดรูปร่างแปลงที่ดินใหม่เพื่อตัดถนนหรือขยายทางแยกให้ได้มาตรฐานซึ่งจะส่งผลทำให้ที่ดินมีมูลค่าสูงขึ้นจากการเข้าถึงที่สะดวกมากขึ้น

รวมทั้งเดินหน้าตัดถนนตามที่ผังเมืองได้กำหนดไว้ เพื่อขยายโครงข่ายถนนให้ทันกับการขยายตัวของประชาชน ขณะเดียวกันจะต้องประเมินผลกระทบการจราจรในจุดที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากเพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหา เช่น ประสานงานปรับจังหวะสัญญาณไฟเพื่อลดจุดตัดกระแสรถ หรือบังคับให้ออกแบบจุดรับ - ส่ง ทั้งสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลและรถโดยสารสาธารณะให้ไม่กีดขวางช่องทางจราจรหลัก

พร้อมกันนี้จะมีการพัฒนาระบบติดตามน้ำเหนือ-น้ำหนุน โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อให้สามารถเตือนภัยล่วงหน้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงอุดรอยรั่วริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้ครบทุกพื้นที่และเร่งผลักดันอุโมงค์ระบายน้ำในเขตประเวศเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 10 ลอกท่อ 100% ทั่วกรุง

นายชัยวัฒน์ นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาการจราจรโดยทำให้การเดินทางมีความสะดวกสบายมากขึ้น โดยคนกทม.จะสามารถใช้การเดินเท้าได้มากกว่านี้เพราะมองว่า การเดินเท้าได้จะเอื้อให้ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะมากขึ้นโดยกทม.ต้องมีทางเดินในร่ม ในจุดเชื่อมต่อของระบบขนส่งสาธารณะต่าง ๆ เช่น สถานีรถไฟ ป้ายรถเมล์ และท่าเรือ 

นอกจากนี้ต้องมีระบบติดตามการขนส่งสาธารณะผ่านพิกัด GPS แบบเรียลไทม์ ที่จะทำให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้สะดวก ซึ่งจากข้อมูลพบว่า กทม. มีเส้นทางเดินรถจำนวนมากที่ กรมการขนส่งทางบก ออกใบอนุญาตแล้วแต่ไม่มีเอกชนมาวิ่งซึ่ง กทม.สามารถเข้าไปดำเนินการในส่วนนี้เพื่อให้มีประสิทธิภาพได้ รวมถึงเส้นทางเดินเรือเมล์ใน 3 คลองหลัก

ขณะที่ปัญหาเรื่องน้ำท่วมจะเน้นจัดการระบบระบายน้ำตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง อาทิ การลอกท่อระบายน้ำแบบ 100% ทั่วกรุงเทพฯ ลดปัญหาการสะสมของดินเลน แก้ปัญหาไขมันอุดตันด้วยการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียและบ่อดักไขมันในทุกครัวเรือน และยกระดับคลองให้เป็นโครงการขนาดใหญ่ ผลักดันการฟื้นฟูและพัฒนาโครงสร้างระบบระบายน้ำหลักตามคูคลองเพื่อเป็นเส้นเลือดใหญ่ในการดึงน้ำระบายออกจากพื้นที่ชุมชน เป็นต้น 

ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 1

เปลี่ยนลานจอดรถ-สวนสาธารณะเป็นแก้มลิงใต้ดิน

'หม่อมกร' นำเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาจราจรโดยใช้ระบบซอฟต์แวร์ City Brain ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ในการบริหารจัดการเมืองขับเคลื่อนด้วย AI และ Big Data ที่รวบรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์จาก "กล้องวงจรปิด" เกือบ 2,000 กล้องที่อยู่ตามแยกต่าง ๆ ใน กทม. ทั้ง 578 แยกมาประมวลผลเพื่อควบคุมสัญญาณไฟจราจรทั้งระบบ พร้อมทั้งมีระบบไฟบอกเวลาของสัญญาณไฟแต่ละสีทุกแยกที่มีสัญญาณไฟ

ต่างจากปัจจุบันที่การให้สัญญาณไฟจราจรแต่ละแยกเป็นอิสระบางแยกใช้เจ้าหน้าที่กด บ้างแยกใช้ระบบตั้งเวลาอัตโนมัติจึงที่ไม่สอดคล้องกับปริมาณรถในแต่ช่วงเวลา ระบบดังกล่าวจะช่วยลดเวลาในการเดินทางได้ถึง 15% สามารถประหยัดค่าน้ำมันให้คนกรุงเทพฯได้ถึง 60,000 ล้านบาท/ปี

ใช้แนวคิด "กรุงเทพฯเมืองฟองน้ำ" เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมโดยจะทำฟุตบาทซึมน้ำซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ออกแบบให้ทางเท้าหรือพื้นที่โล่งสามารถไหลซึมน้ำผ่านผิวด้านบนลงสู่ชั้นดินด้านล่างได้โดยตรง ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง ลดภาระการระบายน้ำของเมืองได้

โครงการนี้จะใช้พื้นที่ของสวนสาธารณะและลานจาดรถของภาครัฐและเอกชนเป็นแก้มลิงหรือแหล่งกักเก็บน้ำใต้ดิน อาทิ ลานจอดรถของสถานีขนส่งหมอชิตหากทำระบบฟุตบาทซึมน้ำจะช่วยรองรับน้ำได้ถึง 50,000 ลูกบาศก์เมตร ถ้าทำได้เต็มรูปแบบจะสามารถรองรับน้ำได้ถึง 2.5 ล้านลูกบาศก์เมตร 

น่าสนใจว่าในปัจจุบันเมืองใหญ่ของโลกหันมาใช้ระบบฟุตบาทซึมน้ำซึ่งนอกจากช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมขังแล้วยังช่วยให้ถนนไม่เฉอะแฉะเวลาฝนตกด้วย นอกจากนั้นมีแนวคิดที่จะสานต่อโครงการ "ห้องเก็บน้ำใต้ดิน" ของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม.ที่เดิมทำไว้ 4 แห่ง อาทิ ที่วงเวียนบางเขน รัชดา สุขุมวิท โดยจะดำเนินการบริเวณใต้สวนสาธารณะ เช่น สวนจตุจักร ซึ่งจะสามารถรองรับน้ำได้มากกว่า 1 แสนลูกบาศก์เมตรและทำให้พื้นที่ลาดพร้าวหมดปัญหาน้ำขังรอระบายได้

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 14 

ใช้ AI -เรดาร์อัจฉริยะวิเคราะห์ฝนล่วงหน้า สั่งประตูระบายน้ำอัตโนมัติ

มีแนวคิดใช้การบริหารจัดการเชิงรุกควบคู่กับเทคโนโลยีสมัยใหม่พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถของ กทม.เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยจะนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การติดตามและวิเคราะห์สภาพอากาศล่วงหน้าด้วยระบบเรดาร์อัจฉริยะเพื่อให้สามารถตรวจจับการก่อตัวของกลุ่มเมฆฝนและวางแผนการระบายน้ำในแต่ละพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ ทั้งการเปิด ปิดประตูระบายน้ำและการบริหารเส้นทางการไหลของน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์

รวมถึงมีแนวคิดเชื่อมโยงระบบ AI ด้านการจราจรเข้ากับระบบบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้การสั่งการระบายน้ำและการจัดการการจราจรสามารถดำเนินการได้แบบอัตโนมัติและสอดประสานกันมากขึ้น ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถปรับแผนการปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วจึงลงพื้นที่แก้ไข ซึ่งมักไม่ทันต่อเหตุการณ์

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร หมายเลข 14

ตลอดจนสร้างวินัยในการบริหารจัดการเมืองภายใต้หลักธรรมาภิบาล ไม่ปล่อยให้ปัจจัยทางการเมืองเข้ามาแทรกแซงการตัดสินใจด้านการบริหารจัดการน้ำ เช่น การให้ความสำคัญกับบางพื้นที่ก่อนเพราะเหตุผลทางการเมือง แต่จะยึดประโยชน์ของประชาชนและประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเป็นหลัก

นางมัลลิกา ยังมีแนวคิดจะเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำใต้ดินในหลายรูปแบบ ทั้งการต่อยอดโครงการจัดเก็บน้ำใต้ดิน หรือระบบกักเก็บน้ำใต้ผิวดินซึ่งเคยมีการดำเนินการในอดีตแต่ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดำเนินการทั้งในพื้นที่สาธารณะของกรุงเทพมหานคร สวนสาธารณะ พื้นที่ภาคเอกชน รวมถึงพื้นที่ภายในบ้านเรือนประชาชน โดยจะจัดทำเป็นบ่อพักน้ำใต้ดินที่มีระบบรองรับน้ำหลายชั้น สามารถกักเก็บน้ำปริมาณมากไว้ชั่วคราวในช่วงฝนตกหนัก ก่อนค่อย ๆ ระบายหรือปล่อยให้น้ำซึมลงสู่ชั้นดินตามธรรมชาติซึ่งจะช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลบ่าบนพื้นผิวและลดความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วมขัง

นางมัลลิกา เชื่อมั่นว่า หากสามารถดำเนินมาตรการที่เสนอไว้ควบคู่กัน ได้แก่ การใช้เทคโนโลยี AI ในการคาดการณ์และบริหารจัดการน้ำ การบูรณาการการทำงานของบุคลากรภายใต้หลักธรรมาภิบาล และการเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำใต้ดิน โดยหากทุกระบบสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงทีจะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด

นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 5

ใช้ AI คุมไฟจราจรจุดตัดรถไฟ-ขยายเครือข่ายอุโมงค์ยักษ์ลงสู่อ่าวไทย

นายอนุชา ชูแนวทางแก้ปัญหาจราจรกทม. ภายใต้วิสัยทัศน์ "กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร... and more" โดยเน้นการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานและการใช้เทคโนโลยีเข้ามาจัดการปัญหาอย่างยั่งยืนแนวทางการแก้ไขปัญหาจราจร ทั้งการดึง ขสมก. มาบริหารจัดการร่วม พร้อมเสนอให้รถเมล์องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กทม. เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนอย่างเบ็ดเสร็จ และใช้ระบบตั๋วร่วมใบเดียว โดยจะผลักดันระบบตั๋วร่วมที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อได้ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ และเรือ โดยไม่มีรอยต่อใช้ AI และนำระบบ AI มาบูรณาการควบคุมสัญญาณไฟจราจร จัดระบบการเดินรถและแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่ใจกลางเมือง รวมถึงใช้แก้ปัญหาบริเวณจุดตัดทางรถไฟ

นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร หมายเลข 5

เรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วม กทม. นั้น นายอนุชา ชูแนวคิดระบบการจัดการน้ำอย่างบูรณาการ ดังเช่น ระบายน้ำลงสู่อุโมงค์ยักษ์ โดยเร่งจัดการระบายน้ำขังบนผิวจราจรให้เข้าสู่คูน้ำและอุโมงค์ยักษ์ให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งขยายเครือข่ายอุโมงค์ ด้วยการเพิ่มโครงข่ายอุโมงค์ระบายน้ำให้ครอบคลุมและสามารถดึงน้ำระบายสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

บูรณาการใช้ AI เข้ามาช่วยจัดการระบบจราจรและบริหารจัดการน้ำตามจุดต่าง ๆ และวางกำลังเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยงเพื่อคอยอำนวยความสะดวกและจัดการปัญหาจราจรในทันทีจัดการปัญหาท่อตันและบริหารจัดการงบประมาณอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งระบบ