
'มัลลิกา' ร่วมวงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ชู AI แก้ปัญหาเมือง ฟื้น ส.ข.คุมท้องถิ่น
สนามเสาชิงช้าเดือด 'มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข' ประกาศลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ ชูใช้ AI แก้ปัญหาคนเมือง เตรียมฟื้น ส.ข. กลับมาดูแลประชาชนทุกเขต พร้อมใช้ AI ลุยหาเสียงทุกแพลตฟอร์มมัดใจคนรุ่นใหม่
KEY
POINTS
- มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ
- ชูนโยบายหลักในการนำเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมมาใช้แก้ปัญหาเมืองในหลายมิติ เช่น การจราจร น้ำท่วม ความปลอดภัย และฝุ่น PM2.5
- ประกาศจะฟื้นสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) ให้กลับมาทำหน้าที่เป็นผู้แทนประชาชนในระดับท้องถิ่นควบคู่กับ ส.ก.
25 พฤษภาคม 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข เปิดตัวลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการในนามอิสระ ชูนโยบายภายใต้แคมเปญ "มนุษย์ผู้ทันกาลเวลา ผู้นำมหานครแห่งอนาคต" พร้อมนำเสนอนโยบายนวัตกรรมเพื่อคนกรุงเทพฯ นำ AI และนวัตกรรมมาแก้ไขปัญหา ทั้งเรื่องของปัญหาอากาศ การจราจร ความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง การฟื้นฟูเศรษฐกิจและให้เมืองเข้าใจคน เช่น ระบบจราจรอัจฉริยะ หรือ AI Traffic ใช้ระบบ AI จัดการจราจร, ระบบประมวลผลด้วยเรดาร์ AI-X Band เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและเตือนภัยล่วงหน้า, การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยใช้ AI-Drone รวมถึงการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ล้างฝุ่นด้วยฝน, ใช้ AI ครอบระบบ CCTV 24 ชั่วโมงและเน้นการส่องสว่าง
การเพิ่มอาชีพ เพิ่มรายได้ ลดค่าครองชีพ เน้นระบบอีคอมเมิร์ซ, Street Food Paradise: หากินได้ 24 ชั่วโมง อร่อยได้ทุกเวลา เศรษฐกิจไม่เคยหลับใหล เป็นเมืองที่จะไม่หลับใหลด้านการกิน สร้างเศรษฐกิจ ลดค่าครองชีพ รวมถึงการยกระดับสาธารณสุขใกล้บ้านและการเพิ่มสวน เพิ่ม Coffee Cafe ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาในทุกเขตเพื่อให้เมืองน่าอยู่ ชีวิตมีคุณภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน สร้างเมืองที่คนอยากอยู่และพร้อมแข่งขันในระดับโลก
นางมัลลิกา เปิดเผยถึงสาเหตุที่ตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า เนื่องจากปัญหาสุขภาพของประชาชนจากฝุ่น PM2.5 โดยก่อนหน้านี้ได้ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาสำคัญของ กทม. คือการก่อสร้างที่ขาดการจัดการ ทำให้เกิดฝุ่น PM การอนุญาตก่อสร้างที่ไม่เป็นระบบส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและมองว่าหากไม่เร่งแก้ไข คนกรุงเทพฯ อาจเผชิญปัญหาโรคจากฝุ่นเพิ่มขึ้น
นางมัลลิกามาพร้อมกับสโลแกน "HUMAN INNOVATION มนุษย์ทันกาลเวลา" ทันอนาคต ไม่รอถึง 12 ปี เพื่อรอความสุขสบาย พร้อมยืนยันว่า จะต้องทําให้กรุงเทพฯ ทัดเทียมเช่นเดียวกับเมืองของมหาอํานาจอื่น ๆ ที่มีความทันสมัยและมีเศรษฐกิจที่ทันสมัยเช่นกันซึ่งมั่นใจว่า
จากประสบการณ์ทั้งการเป็นนักการเมือง สื่อมวลชน ผู้บริหารทั้งในด้านนโยบายรัฐและเอกชนจะไม่มีอะไรที่เกินมือตนและไม่มีอะไรเกินความสามารถ หรือเกินทักษะและประสบการณ์ที่มีซึ่งตนเองนั้นจะเดินไปข้างหน้า จับมือไปกับประชาชนชาวกรุงเทพฯ ทุกคน
ต่อข้อซักถามที่ว่า นอกจากในตัวของผู้สมัครแล้วส่วนหนึ่งที่จะทำให้คน กทม. ตัดสินใจเลือก คือ ทีมงานแต่ตัวเธอนั้นไม่มีทีมจะใช้อะไรเป็นจุดขายในการหาเสียงในครั้งนี้ นางมัลลิกา กล่าวว่า เรื่องทีมงานวันนี้เราเลือกตั้งผู้ว่าฯกรุงเทพฯ ยังไม่ได้เลือกทีมงานแต่ประชาชนกำลังจะต้องเลือกผู้นำจึงขอเสนอตัวผู้นำ คือ ดร. มัลลิกา ซึ่งไม่ได้มาคนเดียวแน่ ๆ เพราะมีหุ้นส่วนตามนโยบายทั้งหมด
วันนี้ทีมทั้งหมดเตรียมพร้อมแล้วมีการประชุมกันอย่างต่อเนื่องในบทบาทของผู้นำ ซึ่งวันนี้เป็นเปิดตัวผู้นำที่จะไปสู้กับผู้นำอื่นที่อยู่ในสนามเช่นเดียวกันและผู้นำที่ตัดสินใจได้ว่องไว ได้ผู้นำที่มั่นใจได้ว่า หน้าตาแบบนี้จะไม่มีการกินสินบาทคาบสินบนเราก็จะสามารถสร้างเมืองที่เห็นทองคำอยู่รำไร สร้างเมืองให้สว่างไสว สร้างเมืองและจุดประกายเพื่อให้คนทั่วโลกมาที่กรุงเทพฯ
ส่วนแนวทางการหาเสียงนอกจากจะมีจุดขายที่ตนเองแล้วจะมีทีมงานเข้ามาช่วยหรือไม่หรือไม่นั้น นางมัลลิกา กล่าวว่า ขอประกาศว่าเราจะฟื้นสมาชิกสภาเขต หรือ ส.ข. ขึ้นมาโดยจะนำมาจัดการกฎหมายและระเบียบนำกลับคืนมาให้เป็นผู้แทนเขตในแต่ละเขตจะไม่ใช่มีเพียงแค่สมาชิกสภากรุงเทพมหานครเท่านั้นซึ่งเรื่องนี้เราจะทำทันที
นอกจากนี้จะใช้โซเชียลมีเดียโดยใช้ AI ในการพูดคุยกับทุกคนทุกรุ่นทุกเจนแล้วยืนยันว่า การ live stream จะเป็นการรองรับการพบปะประชาชน ซึ่งการสื่อสารของตนเองนั้นไม่สามารถสร้างภาพได้ เชื่อมั่นว่า ประชาชนจะให้การสนับสนุน
ประวัติ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข
เป็นอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีต สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนักการเมืองหญิงที่มีชื่อเสียงในด้านการเป็นนักพูดฝีปากกล้าและมีประสบการณ์บริหารนโยบายเศรษฐกิจระดับมหภาค
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาสื่อสารมวลชน จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง จบปริญญาโทและปริญญาเอก สาขาผู้นำทางสังคม ธุรกิจและการเมือง จากวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต
เป็นอดีตนักกีฬาจักรยานทีมชาติไทย เคยได้รับรางวัล แสงชัย สุนทรวัฒน์ จากบทบาทผู้สื่อข่าวสายเจาะลึก ทั้งยังได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2568
เส้นทางการทำงาน
เริ่มต้นเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวการเมืองที่มีชื่อเสียง ก่อนจะผันตัวเข้าสู่เส้นทางการเมืองอย่างเต็มตัวกับพรรคประชาธิปัตย์ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญอย่างที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) หลังจากลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2566 ได้เปลี่ยนบทบาทไปเป็นอินฟลูเอนเซอร์และนักวิจารณ์การเมืองผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
ภาพ : ศุกร์ภมร เฮงประภากร (Sukpamorn Hengprapakorn)







