
นักวิชาการ เห็นพ้อง สเปกผู้ว่าฯ กทม. เลิกนโยบาย "ขายฝัน" เน้นโปร่งใส ตรวจสอบได้
นักวิชาการ ประสานเสียงเตือนคนกรุงฯ อย่าตกเป็นเหยื่อนโยบายขายฝัน ย้ำชัดคุณสมบัติผู้ว่าฯ กทม.ยุคนี้ ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้
KEY
POINTS
- นักวิชาการเห็นตรงกันว่าผู้ว่าฯ กทม. ต้องเลิกเสนอนโยบาย "ขายฝัน" ที่ทำไม่ได้จริงและหันมาเน้นนโยบายที่ปฏิบัติได้ มีแหล่งงบประมาณชัดเจน
- คุณสมบัติที่คนกรุงเทพฯ ต้องการมากที่สุด คือ ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อแก้ปัญหาคอร์รัปชันที่เป็นอุปสรรคสำคัญ
- ควรให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาพื้นฐานที่กระทบชีวิตประจำวันของคนเมือง เช่น การจราจร ขนส่งสาธารณะ ความปลอดภัย และปัญหาสิ่งแวดล้อม
จากงานแถลงข่าวเนชั่นและสื่อในเครือ ร่วมกับ สถาบันพระปกเกล้าและภาคีเครือข่ายประกาศความพร้อม คิกออฟ งาน Nation Election 2569 เกาะติดการเลือกตั้ง "ผู้ว่ากรุงเทพฯ โอกาสของคนเมือง" เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา ช่วงหนึ่งได้มีการเปิดเวทีให้ร่วมแลกเปลี่ยนถกประเด็นเรื่องเร่งด่วนซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของ ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่จะต้องเร่งแก้ไขว่า มีอะไรบ้างนั้น นักวิชาการหลายท่านได้ร่วมเสนอความเห็นพร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองไว้หลายประเด็นที่น่าสนใจ
เริ่มจาก รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ที่ได้หยิบยกประเด็นคำถามชี้ให้เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของผู้ว่าฯ กทม.ที่จะต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยคำถามที่น่าสนใจที่อยากจะถามผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.บนเวทีดีเบตเพื่อสะท้อนวิสัยทัศน์ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เช่น แนวทางการบริหารจัดการตึกและอาคารร้างในกทม.ที่มีสัญญากับภาครัฐซึ่งตึกเหล่านี้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ ราคาต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ราคาที่ผู้ประกอบการทำไว้กับภาครัฐอยู่ในราคาเดิม น่าสนใจว่า เรื่องนี้ผู้ว่าฯ คนต่อไปจะรับมืออย่างไร เป็นต้น
ขณะที่ ดร.เลิศพร อุดมพงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า จากข้อมูล KPI Poll ซึ่งเป็นการลงไปสำรวจคนที่อยู่ในพื้นที่จริงนั้น พบว่า ปัญหาพื้นฐานของเมืองเป็นเรื่องของการขนส่งสาธารณะ เรื่องของการจราจร เรื่องของความปลอดภัย แม้กระทั่งเรื่องของฝุ่น PM 2.5 ก็ติดอยู่ใน Top 5 ของปัญหาที่อยากจะให้พ่อเมืองคนใหม่มาแก้
อย่างไรก็ดี เหล่านี้เป็นปัญหาพื้นฐานชีวิตคนเมือง สะท้อนให้เห็นถึงคุณสมบัติของผู้ว่าฯ กทม. ว่า คนเมืองอยากได้คนที่รู้ปัญหาในพื้นที่จริงมาเป็นตัวแทนของผู้ว่าฯ และที่สำคัญที่สุดตอนนี้ คือ เรื่องของการต่อต้านคอร์รัปชันที่กำลังมาแรง ติดอันดับ 1 ของผู้ว่าฯ คือ ต้องการคนที่โปร่งใส ตรวจสอบได้และซื่อสัตย์สุจริต นี่คือ กระจกสะท้อนสำคัญที่ผู้สมัครตอนนี้จะต้องทำคะแนนจากโจทย์ที่ออกมาจาก KPI ตรงนี้ให้ชัดเจน ทั้งในส่วนที่จะเป็นผู้ว่าฯ และ ส.ก.
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ประจำภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช สะท้อนความเห็นต่อปัญหาของคนกรุงเทพฯที่ต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วนว่า คนกรุงเทพใส่ใจเกี่ยวกับประเด็นใกล้ตัว เช่น การเดินทางที่สะดวกสบาย น้ำท่วมน้ำขังหรือไม่ คุณภาพชีวิต การค้าขายประจำวัน รวมถึงเรื่องสุขภาพ เป็นต้น
รศ.ดร.ไตรรัตน์ โภคพลากรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาธิปไตยและพลเมือง สถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงความสำคัญของพลเมืองในการตื่นรู้เกี่ยวกับการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยนั้นถือว่าเป็นการปกครองโดยประชาชนเพื่อประชาชนและของประชาชนซึ่งต้นน้ำของประชาธิปไตยก็คือประชาชน ที่สำคัญคือจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้มากน้อยแค่ไหนนั้นตามแนวคิดการบริหารสมัยใหม่ คือ การบริหารโดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน
ดังนั้น สิ่งที่ดีคือ มีสื่อเข้ามามีส่วนร่วมซึ่งจะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ประชาชนคนกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเจ้าของเมืองที่บริหารงบประมาณกว่า 9 หมื่นล้านบาทนี้ เปรียบเสมือนประเทศไทยขนาดย่อม มีรูปแบบอัตลักษณ์มากมาย มีทั้งเกษตร เมือง ท่องเที่ยว อุตสาหกรรม สิ่งสำคัญ คือ จะทำอย่างไรก็การเลือกตั้งเป็น clean election ซึ่งทุกวันนี้เป็น grey election ซึ่งการกำหนดนโยบายต่าง ๆ นั้น มีทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และหลังจากที่กำหนดนโยบายมาแล้วประชาชนควรมีส่วนในการร่วมตรวจสอบด้วย เช่น กรณีบอก "รวยแล้ว รวยแล้ว" รวยจริงไหม หรือ กรณีบอกแก้ปัญหาจราจรได้ภายใน 6 เดือน ทำได้จริงหรือไม่ อย่างนี้เป็นต้น
รศ.ดร.ณัฐพงศ์ บุญเหลือ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยรามคำแหง ให้ข้อสังเกตในประเด็นที่ว่า ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ต้องไม่ใช่คนขายฝันอย่างเดียวแต่ประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งต้องมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายเมืองด้วย การได้รับข้อมูลที่สำคัญซึ่งมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน จะมีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าฯ กทม.อย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ได้รับข้อมูลเชิงลึกที่เพียงพอต่อการตัดสินใจ
อย่างไรก็ดี เมื่อพูดถึงนโยบายของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความเป็นไปได้ของนโยบายที่ต้องไม่ใช่การ "ขายฝัน" อีกประการ คือ การจัดลำดับความสำคัญของนโยบายต่าง ๆ ที่เหมาะสม
สุดท้าย คือ เรื่องของงบประมาณซึ่งมีการถกเถียงเป็นวงกว้าง เช่น แหล่งที่มาของเงินที่จะนำมาใช้ทำนโยบายต่าง ๆ ซึ่งจะเชื่อมโยงไปถึงกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย อีกประการ คือ เรื่องของความโปร่งใสของการบริหารงบประมาณของกทม.เลยไปถึงการจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องการจัดการลำคลอง เรื่องของพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะเพื่อสุขภาพ เป็นต้น
ดร.มานะ นิมิตรมลคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวตั้งข้อสังเกตต่อข้อซักถามที่ว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มีการทุจริตหรือไม่นั้น ส่วนตัวเชื่อว่า มีการทุจริตแน่นอน โดยเทียบเคียงจากในอดีตที่ผ่านมา เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งกทม.หรือว่าในการบริหารจัดการในกรุงเทพมหานครในระดับต่าง ๆ ประชาชนรู้ดี ไปติดต่อ ไปใช้บริการจะเจอปัญหา มีข่าวการทุจริตออกมาอยู่เรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น การจัดเวทีสำคัญอย่างของเนชันรอบนี้ โดยการสนับสนุนของสถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับมหาวิทยาลัย 3-4 แห่ง เชื่อว่าจะเป็นการนำความรู้และความจริงมาบอกให้ ประชาชนได้เข้าใจว่า วันนี้จะมีการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง สิทธิ์ของประชาชนจะสามารถ พลิกชีวิตคน กทม.ได้ สามารถพลิกชีวิตได้อย่างมหาศาล
สิ่งที่คนกทม.ยังสนใจอยู่เสมอว่า ในการเลือกตั้งกทม.ครั้งผู้สมัครจะเสนออะไรบ้างที่คนสนใจ คือ เรื่องของความปลอดภัย เรื่องระบบขนส่ง ขนส่งมวลชน เรื่องการเรื่องความสะอาด เรื่องความสะดวกเพื่อประชาชนไปติดต่อ ใช้บริการสิ่งเหล่านี้ ที่สำคัญ คือ สิ่งที่ประชาชนสนใจบรรดานักการเมืองในฝันมักจะถูกทำลายลงไปด้วยพฤติกรรมคอร์รัปชันของตัวนักการเมืองเองและเจ้าหน้าที่ในกรุงเทพมหานคร ที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย และไม่สามารถถูกตรวจสอบได้







