thansettakij
thansettakij
เนชั่นจับมือพระปกเกล้า คิกออฟ 'Nation Election 2569' ปลุกคนกรุง เลือกผู้ว่าฯ จากนโยบาย

เนชั่นจับมือพระปกเกล้า คิกออฟ 'Nation Election 2569' ปลุกคนกรุง เลือกผู้ว่าฯ จากนโยบาย

22 พ.ค. 69 | 05:45 น.
อัปเดตล่าสุด :22 พ.ค. 69 | 05:48 น.

เนชั่น กรุ๊ป ผนึก สถาบันพระปกเกล้าและภาคีเครือข่าย แถลงความพร้อมเกาะติดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ชูแคมเปญสร้าง 'Clean Election' ยกระดับประชาธิปไตยไทย ชวนคนเมืองเลือกผู้นำจากนโยบายเพื่อเปลี่ยนอนาคตตัวเอง ประกาศยืนยันจัดหนัก 'เวทีดีเบตใหญ่' 22 มิ.ย.นี้ เน้นวิสัยทัศน์ ไม่เน้นวาทกรรม

KEY

POINTS

  • เนชั่น กรุ๊ป ร่วมมือกับสถาบันพระปกเกล้า เปิดตัวแคมเปญ ‘Nation Election 2569’ เพื่อติดตามการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
  • มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ และตัดสินใจเลือกผู้สมัครโดยพิจารณาจาก นโยบาย เป็นสำคัญ ไม่ใช่อิทธิพล
  • เตรียมจัดเวทีดีเบตขนาดใหญ่เพื่อให้ผู้สมัครนำเสนอนโยบายและวิสัยทัศน์ และเป็นช่องทางให้ประชาชนได้รับข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ 22 มิ.ย.นี้

เนชั่นและสื่อในเครือร่วมด้วยสถาบันพระปกเกล้าและภาคีเครือข่าย ร่วมแถลงข่าวความพร้อมในการเกาะติดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ภายใต้แคมเปญ "ผู้ว่ากรุงเทพฯ โอกาสของคนเมือง" ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ 

นายบากบั่น บุญเลิศ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการความร่วมมือและการจัดงานในครั้งนี้ว่า เนชั่นมีเจตนารมณ์ตั้งแต่ต้นโดยได้จับมือกับพันธมิตรประกาศตนว่า เราในฐานะองค์กรสื่อจะเป็นหนึ่งในช่องทางที่กระตุ้นให้ภาคประชาชนมาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งโดยจัดแคมเปญ Nation Election 2569 คิกออฟมาตั้งแต่เดือนธันวาคมในครั้งนั้นเราประกาศชัดว่า ปี 2569 จะเป็นปีของการเลือกตั้งใหญ่และจะเป็นปีของการเลือกตั้งท้องถิ่นลงไปถึงระดับเทศบาล

เรามองเห็นว่า ประเทศเราใช้หลักของการเลือกตัวแทนเข้ามาบริหารประเทศ เนชั่นมีเจตนารมณ์ชัดเจนที่จะกระตุ้นให้ภาคส่วนประชาชนมาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งและเรื่องหนึ่งที่เราเน้น คือ จะทำอย่างไรให้ประชาชนตระหนักในสิทธิ ทำอย่างไรที่จะทำให้สังคมตื่นรู้ให้การเลือกตั้ง (election) เป็น clean election จึงได้พยายามติดต่อทางพันธมิตรมาตั้งแต่ต้น 

ขอบคุณสถาบันพระปกเกล้า ขอบคุณมูลนิธิสัญญา ธรรมศักดิ์ ขอบคุณมหาวิทยาลัยที่มาร่วมกับเรา และขอบคุณภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ และองค์กรเอกชนที่มองเห็นเรื่องเดียวกันว่า ระบอบประชาธิปไตยจะยกระดับและพัฒนาประเทศไม่ได้

ถ้าประชาชนยังขาดองค์ความรู้ในการตัดสินใจ และเวลาตัดสินใจเลือกผู้นำจะทำให้บ้านเมืองเป็นไปตามที่เลือก ถ้าเลือกผู้นำที่ดีเราก็ได้บ้านเมืองที่ดี หากเลือกผู้นำที่เป็นอีกแบบในทัศนคติของการพึ่งพา เราก็จะได้สังคมที่พึ่งพา เราต้องการจะเป็นช่องทางในการนำองค์ความรู้ มิติและข้อมูลข่าวสารไปสู่สังคม

สำหรับ Nation Election เข้าสู่สเต็ปที่ 2 วันนี้ซึ่งในเดือนหน้า คือ เดือนมิถุนายนจะเป็นเดือนของการเลือกผู้บริหารท้องถิ่น เนชั่นประกาศตนว่า เราจะเป็นช่องทางหนึ่งในการนำข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จจริง และประเด็นที่เป็นประเด็นสาธารณะ (public issue) ไปสู่สังคม ให้มองเห็นภาพว่า มารวมพลังทำให้ clean election เกิดขึ้นให้กับประเทศไทยให้ได้ และทำอย่างไรที่จะให้สังคมประชาชนใช้สิทธิ์ไปเลือกคนที่ใช่เพื่อไปพัฒนาเมืองกรุงเทพมหานคร พัทยา และท้องถิ่นซึ่งไม่ใช่องค์กรเล็ก ๆ แต่เกี่ยวพันกับมิติของชีวิต สังคม ความเป็นอยู่ และการใช้ชีวิตประจำวันของคนเหล่านั้น

นายบากบั่น บุญเลิศ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

เพราะฉะนั้น เนชั่นจึงต้องการบอกกับประชาชนว่า ถ้าท่านต้องการติดตามข้อมูลข่าวสารด้านการเลือกตั้งระดับประเทศและระดับท้องถิ่น โปรดพิจารณามาที่เนชั่น แล้วเราจะนำองค์ความรู้ ข้อเท็จจริง ข้อมูลข่าวสารไปถึงมือท่าน 

สำหรับการจัดเวทีดีเบตขนาดใหญ่ นายบากบั่น กล่าวยืนยันว่า ยังมีเหมือนเดิมเหมือนตอนที่เนชั่นจัดเรื่องการเลือกตั้งใหญ่ที่มีการจัดเวทีสัญจรทุกภูมิภาค โดยรอบนี้การเลือกตั้งอยู่ที่ กทม.เป็นเวทีใหญ่และเวทีเล็กจะอยู่ที่พัทยาโดยเบื้องต้นจะโฟกัสอยู่ที่ กทม.ก่อนจะมีอีกเวทีหนึ่งโดยจะเชิญบรรดาผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. มาบอกกล่าวกับประชาชนว่า ถ้ามาทำหน้าที่ท่านจะทำอะไรให้กับประชาชนและสิ่งหนึ่งที่ประชาชนคาดหวังคือเมืองคือชีวิต เขาจะเปลี่ยนอนาคตตามเมืองอย่างไรในอนาคต เพราะนี่ คือ อนาคตของทุกคน ที่อยู่ในกทม.  

ด้าน รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า สถาบันพระปกเกล้าซึ่งก่อตั้งขึ้นภายใต้กระบวนการทางรัฐสภา มีความมุ่งหมายชัดเจนอย่างหนึ่ง คือ ต้องการทำให้ประชาธิปไตยของไทยเป็นปึกแผ่นและยั่งยืนซึ่งเมื่อตนได้มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการฯ ได้เริ่มกิจกรรมหลายอย่าง อันหนึ่งภายใต้กระบวนการทางประชาธิปไตยที่คิดว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง คือ ทำอย่างไรที่ประชาชนจะใช้เวลาในคูหาตัดสินใจเลือกด้วยเหตุผลที่ขึ้นอยู่กับ "นโยบาย" และ "ไม่ใช่ด้วยอิทธิพล" ทางสถาบันจึงได้ตั้งศูนย์สำรวจความคิดเห็น หรือ KPI Poll เพื่อที่จะได้ทำคำถามเหล่านี้ขึ้นมาว่า อะไร คือ สิ่งที่ประชาชนอยากจะรู้ หรือ เพื่อจะได้รับทราบว่า ณ เวลานี้คนมีข้อมูลครบหรือยังในการตัดสินใจ อย่างผลโพลล่าสุด ถามว่า คนมีข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ และ สก.กี่เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขอยู่ที่ 48% กับ 46% หรือเกือบครึ่งต่อครึ่งที่ตอบว่า ทราบกับไม่ทราบ

รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า

เรื่องแบบนี้ยิ่งเน้นย้ำถึงกิจกรรมที่สอง คือ นอกเหนือจากการให้ประชาชนได้รับรู้ คือทำอย่างไรจะสร้างค่านิยมหรือมาตรฐานใหม่สำหรับการเมืองไทยที่นักการเมืองหรือผู้ที่จะอาสามารับใช้ประชาชนไม่ว่าระดับชาติหรือระดับท้องถิ่นอย่าง กทม. จะต้องยินดีและกล้าที่จะมาขึ้นเวที กล้ามาให้สัญญาประชาคมและกล้าที่จะรับผิดชอบกับสิ่งที่พูดไปเพื่อให้ประชาชนเลือกด้วยเหตุผลนี้และสิ่งนั้นจะได้เป็นตัวกำกับบุคคลเหล่านั้นให้ดำเนินการตามนโยบายที่ให้ไว้ 

ถามว่าทำไมสถาบันพระปกเกล้าถึงเข้ามาร่วมกับสื่อชั้นนำอย่างเนชั่นเพราะโดยลำพังสถาบันฯ สิ่งที่มี คือ ความน่าเชื่อถือของรัฐเราสามารถให้ความมั่นใจกับผู้สมัครฯได้ว่า เมื่อเราร่วมมือกับเนชั่นซึ่งเป็นสื่อมวลชนคุณภาพและเราในฐานะหน่วยงานของรัฐที่พัฒนาประชาธิปไตย เราจะยืนยันได้ว่า เวทีแห่งนี้จะเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ไม่ได้เน้นเรื่องวาทกรรม ไม่ได้เอาคนมาโต้เถียงกันว่า ใครพูดเก่งกว่ากันแต่เป็นการนำเสนอนโยบาย

การเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 12 ครบ 1 โหลพอดีเราควรจะได้เห็นภาพอะไรบ้างจากครั้งแรกเมื่อปี 2518 วันนี้ผ่านมา 50 ปีพอดี จากคนที่มาใช้สิทธิ์วันนั้น 9 หมื่นกว่าคน วันนี้เราขึ้นไปถึงหลักล้านแล้ว จากผู้มาใช้สิทธิ์ตอนนั้น 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ วันนี้เราได้เห็น 60% 

"เราอยากเห็นคนที่ออกมาใช้สิทธิ์ด้วยคุณภาพเพื่อให้ได้ผู้ว่าฯ และ สก.ที่สามารถแก้ปัญหาของคนกรุงเทพฯ ที่มีความซับซ้อนมาก ต้องพูดว่ากรุงเทพฯ เป็นทั้งจุดเริ่มต้นและจุดจบของปัญหา ปัจจุบันมีความซับซ้อนมากในเรื่องที่การเมืองระดับชาติจะเข้ามาสนับสนุนการเมืองระดับท้องถิ่นได้มากน้อยแค่ไหน เพราะถูกล็อกไว้ด้วยกฎหมายต่าง ๆ เรื่องพวกนี้ยิ่งทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญ

ดังนั้น สถาบันพระปกเกล้าจึงไม่ลังเลเมื่อได้พูดคุยกับเนชั่น จนออกมาเป็นกิจกรรมที่มีทั้งเวทีท้องถิ่น รายการพิเศษวันรับสมัครเลือกตั้งและงานดีเบตใหญ่ของเนชั่นที่จะจัดขึ้นในวันที่ 22 มิถุนายนนี้" เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าว

ด้าน ดร.เลิศพร อุดมพงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า จากข้อมูล KPI Poll ซึ่งเป็นการลงไปสำรวจคนที่อยู่ในพื้นที่จริงนั้น พบว่า คนตื่นตัวกับการที่จะเลือกตั้งผู้ว่าเมืองคนใหม่แต่ว่าการติดตามข้อมูลข่าวสารหรือการรับรู้ยังหายไปถึงครึ่งหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งสะท้อนไปยังฝ่ายที่จัดการเลือกตั้งว่า วันนี้ต้องตื่นตัวไม่ใช่ฟังแต่กระแสในโซเชียล

ข้อมูลแบบนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเราไม่ได้มีการสำรวจ ไม่ใช่แค่สำรวจความนิยมหรือว่าเป็นเครื่องมือของฝ่ายการเมืองที่จะไปใช้ประโยชน์แต่ต้องการสร้างทั้งองค์ความรู้แล้วก็ชี้ให้เห็นทิศทางของสังคม ภายใต้คอนเซปต์ว่า "เป็นกลาง เป็นจริง และเป็นประโยชน์" สิ่งที่ออกมาในแต่ละครั้งจึงแฝงไปด้วยเรื่องขององค์ความรู้และการชี้ให้เห็นเรื่องของการกระตุ้นสังคมไปพร้อมกันด้วย

ดร.เลิศพร อุดมพงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า

เพราะฉะนั้น นโยบายต่าง ๆ ที่ออกมาวันนี้คนกรุงเทพฯ อยากได้อะไร เราก็มีข้อมูลออกมาแล้ว อยากได้คนแบบไหนก็เริ่มทำแล้ว เพราะฉะนั้น ข้อมูลลักษณะนี้ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับทางเนชั่นได้ นอกจากนี้ภายใต้วิสัยทัศน์ของท่านเลขาฯ ที่อยากจะให้ผลโพลออกไปเป็นลักษณะของการให้ทั้งความรู้แล้วให้ทิศทางที่เป็นประโยชน์กับสังคมก็ได้ทางเนชั่นที่ช่วยในการทำให้สิ่งเหล่านี้เปิดกว้างออกไป สร้างการตื่นตัว กระตุ้นให้คนที่ยังหลับไหลอยู่ ตื่นขึ้นมาที่จะทำเรื่องนี้ให้ชัดเจนขึ้น

"การเลือกตั้งกระแสในโซเชียลไม่ได้เป็นตัววัด เราอยากเห็นการเลือกตั้งครั้งนี้ได้เปอร์เซ็นต์ของการออกมาใช้สิทธิ์สูงกว่าการเลือกตั้งทั่วไปด้วยซ้ำไป เรื่องนี้คิดว่าน่าจะเป็นโจทย์สำคัญ และ KPI Poll น่าจะช่วยได้"